รายละเอียดของร้านค้า ข่าวสารของร้านค้า รายการสินค้า วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย

จำรัส เศวตาภรณ์ นักดนตรีแลนักประพันธ์เพลง เกิดเมื่อ 9 ธันวาคม พ.ศ.2498 (9 Dec 1955) เป็นชาวฝั่งธนโดยกำเนิด บิดา มารดา เป็นชาวจีน เดินทางเข้ามาตั้งรกรากในกรุงเทพมหานครก่อนที่นายจำรัสจะเกิด20-30ปี บิดาเป็นวิศวกรที่มีความสามารถเป็นที่ยอมรับในยุคนั้น แต่เนื่องจากความเป็นช่างที่มีความฝัน ไม่ค่อยชอบทำงานตามแนวตลาด ครอบครัวของเขาจึงไม่ค่อยมีรายได้มากนัก และอุปนิสัยความเป็นคนช่างคิดช่างฝันนี้ได้ติดตัว ดช.จำรัส มาตั้งแต่เกิด บิดาได้พยายามจะสอนให้เขาเป็นช่าง เป็นวิศวกร เหมือนกับพี่ชายอีก 3 คนของเขา แต่ดูเหมือนว่าเป็นสิ่งเดียวที่ยากยิ่งในการถ่ายทอดสู่ลูกคนนี้

จำรัส เกิดที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ๆวัดประยูรวงศาวาส เป็นแหล่งร้านค้าของชาวจีนที่เป็นญาติๆกันในสมัยนั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นร้านอาหารของชาวกวางตุ้ง (บิดามารดาเป็นชาวกวางตุ้ง(Cantanese) การได้อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาทำให้ด.ช.จำรัส ได้ซึมซับเอาบรรยากาศความงดงามของชีวิตและปรัชญาแห่งสายน้ำนี้มาตั้งแต่เด็ก เขาเติบโตมากับสายน้ำนี้ ได้เดินข้ามสะพานพุทธที่ทอดข้ามลำน้ำเชื่อมความสันโดษของฝั่งธนบุรีและความศิวิไลซ์จากฝั่งพระนคร นอกจากนั้นจากการที่มีแหล่งพำนักอยู่ใกล้กับวัดประยูรฯ เขาได้รับรู้ถึงปรัชญาแห่งชีวิต การเกิด แก่ เจ็บ ตาย จากการที่ได้พบกับความเศร้าโศกเสียใจของผู้คนกับการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รักอยู่แทบทุกวัน จนวันหนึ่งก็มาถึงญาติสนิท และก็มาถึงบิดาของเขาเอง

แม้ฐานะการเงินของครอบครัวจะไม่ค่อยราบรื่นนักแต่จำรัสก็ได้รับการศึกษาอย่างดีที่สุดในยุคนั้นจนจบชั้นอุดมศึกษาที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ในขณะที่เรียนอยู่ จำรัสก็ได้ทำงานด้วยการเป็นนักดนตรี ร้องเพลงตามห้องอาหารบ้าง ไนท์คลับบ้างอยู่เกือบ 10 ปี แทบไม่น่าเชื่อที่เขาไม่เคยได้รับการศึกษาทางด้านดนตรีอย่างจริงๆจังๆเลย มุมมองและจินตนาการต่างๆในการสร้างผลงานเพลงของเขาล้วนเกิดมาจากประสพการณ์ในการเล่นดนตรีและจิดวิญญานที่ได้จากสายน้ำ และการเวียนว่ายของชีวิตที่เขาได้พบเห็นมาตั้งแต่เด็ก

จำรัส เศวตาภรณ์ ได้แต่งเพลงไว้มากมาย ส่วนใหญ่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ มีภาพยนตร์ไทยนับ 100 กว่าเรื่อง เพลงเกือบ 1000 เพลงที่เขาเป็นผู้แต่ง เสียดายที่เพลงจำนวนมากมิได้มีต้นฉบับที่สมบูรณ์เก็บไว้ เขาได้รับรางวัลมากมาย ทั้งรางวัลในประเทศและต่างประเทศ (รางวัลต่างประเทศ Best Music ASIA PACIFIC FILM FESTIVAL 1987 ที่ประเทศไต้หวัน )

"แต่รางวัลและรายได้จากการทำงานก็มิใช่จุดมุ่งหมายของนักดนตรี" จำรัสเคยกล่าวไว้เสมอ เขาอยากทำดนตรีที่จะเป็นสมบัติของโลกและจักรวาล "เมื่อ ผมได้ตายไป และถ้ามีโอกาสได้เกิดใหม่ผมอยากจะกลับมาฟังเพลงของผมอีก" เขาเคยกล่าวเสริม "ไม่มีสิ่งใดในโลกที่เป็นของเรา แม้แต่ตัวเรา หรือกระทั่งสิ่งที่เราได้สร้างขึ้น ..ทุกคนมีหน้าที่ มันยิ่งกว่าหน้าที่ มันคือภาระ ที่จะทำตัวให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์" จำรัส ได้ประพันธ์เพลงเพื่อศาสนาหลายต่อหลายเพลง ตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว และเป็นสิ่งที่จุดประกาย สะกิดไฟที่ซ่อนไว้ในจิตของเขามานาน

พิเศษ!! สำหรับลูกค้าที่เป็นสถานประกอบการ (สปา ร้านนวด ร้านอาหาร) ที่ต้องการเปิดเพลงจากกรีนมิวสิคในสถานที่ของท่าน ท่านสามารถติดต่อได้แล้ววันนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 1,500 บาทต่อปี(ต่อสถานที่) โดยสถานประกอบการจะได้รับแผ่นรวมเพลงทั้งหมดของกรีนมิวสิคฟรี สมัครได้แล้ววันนี้ โทร. 081-3147547  02-8609036  Email: greenmusic.org@gmail.com  Line # greencenter
******กรุณาติดต่อผ่านบริษัทกรีนมิวสิคเท่านั้น******
CD จำรัส เศวตาภรณ์ 20 Love songs
รหัสสินค้า: 000033
ราคาปกติ 250.00 บาท  
ราคาลด 200.00 บาท

ประหยัด 50.00 บาท
รายละเอียด:

อัลบั้มแรกที่รวบรวมเพลงร้องที่ไพเราะและน่าจดจำในอดีตของ จำรัส เศวตาภรณ์ไว้มากถึง 20 เพลง อาทิเช่น น้ำเซาะทราย นกเจ้าโผบิน หยาดฝน ไฟรัก 

พิเศษ! โน้ตเปียโนเพลงน้ำเซาะทรายแบบ full chord พิมพ์ลงบนปกอัลบั้มนี้เท่านั้น

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: https://
Tell a Friend
CD จำรัส เศวตาภรณ์ เช้าวันใหม่
รหัสสินค้า: 000002
ราคา 200.00 บาท
รายละเอียด:

เก็บเกี่ยว...  

Top

ทุ่งข้าวเหลืองอร่าม อารยะธรรมแห่งการดำเนินชีวิต กับธัญญาหารอันอุดม อยู่คู่วัฒนธรรมไทยมาแต่บรรพกาลเรามิเพียงเก็บเกี่ยวอาหาร เรายังเก็บเกี่ยวลมหายใจแห่งท้องทุ่ง ความรัก ความอาทร สืบทอดไปสู่พี่น้องในครอบครัวใหญ่แห่งโลกและจักรวาล


เดินทางไกล...

Top

หนทางที่ทอดยาว มิได้มองเห็นด้วยตา แต่ด้วยปัญญาและใจเพียงเท่านั้น ที่จะพาเราไปสู่จุดหมายได้ใจเอยอย่าหวั่นไหว ปัญญาจงกล้าแกร่ง ฝึกฝน ใคร่ครวญ ชีวิตอยู่ที่ใจของเราเอง หนทางที่ทอดยาวนี้ มีผู้คนมากมายร่วมเดินทาง มีผู้คนมากมายเดินทางสวนกลับ มีเส้นทางแตกแยก หลากทาง หลายแพร่ง จิตเอยอย่าหวั่นไหว ใจเราจงนิ่งและมุ่งสู่จุดหมาย โดยปัญญา


รวงข้าว...

Top

อาหารของจักรวาล ฟูมฟักรักษาเผ่าพันธุ์มนุษยชาติมาแสนนาน เอนโอน ผ่อนลู่ตามสายลม รอสองมือของชาวนามานำไปหล่อเลี้ยงชีวิต ใครเคยเฝ้ามอง ทุ่งรวงทองที่ยืนชูรวงอยู่เต็มทุ่งสุดสายตา คือความอมตะแห่งนิรันดร์กาลที่เวียนว่ายหมุนกลับมาบอกกล่าวเล่าขานตำนานของจักรวาล


สายนที...

Top

ไหลเรื่อยๆ เอื่อย อ้อยอิ่ง นี่คือสัจธรรมอันลุ่มลึก.. ลูบไล้ผืนโลกเป็นแนวทางอันมั่นคง อย่าเปลี่ยนทางเดินสายนทีสายน้ำไหลไปตามทางที่ควรจะเป็น จากที่สูงสู่ที่ต่ำกว่า จากแหล่งหนึ่งไปสู่อีกแหล่ง เลี้ยวผ่านโค้งเนินและหินผาด้วยเหตุผลที่สถิตนิ่งเป็นอมตะ ล่องไหลตามสายนที ค้นหาสัจธรรมแห่งชีวิต สายน้ำกลับสู่สายน้ำ ชีวิตกลับสู่ชีวิตเป็นเช่นนี้มิเคยเปลี่ยน


เช้าวันใหม่...

Top

ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน ดั่งอาทิตย์ฉายฉานทุกอรุณ วันคืนที่เลวร้ายได้ผ่านพ้น ยังมีวันที่สดใสรออยู่ข้างหน้าเป็นกำลังใจและศรัทธาของชีวิตอันมีค่า เราจะดำรงอยู่เพื่อสรรสร้างและค้นหาความหมาย ชีวิตไม่อาจตายได้... ตราบที่ใจยังเป็นของเรา


รำลึก...

Top

เมื่อสายลมพัดกิ่งส้มไหวเอน ...นกสีเหลืองร้องบทเพลงแห่งความคิดถึง สายหมอกระลอกไล่ระบายภาพแห่งความหลัง ...สายน้ำเรื่อยไหลบอกวันเวลาและนาที มีใครบางคนรอการกลับไป ณ ที่ซึ่งความรักคือนิรันดรกาล ที่ซึ่งความฝันคือความจริง


วันที่คิดถึง...

Top

คำเชื้อเชิญ แววตาที่ต้อนรับ กิริยาอันอบอุ่น คือสิ่งที่ทำให้เราคิดถึงมิตรผู้เคยพบ คิดถึงด้วยจิตที่รำลึกถึงวันอันบริสุทธิ์ ขอให้ความคิดถึงนี้ส่งไปถึงมิตรผู้อารี ผู้ให้แรงบันดาลใจ... ผู้ให้สายทาง ผู้ให้เราได้มีความฝัน แม้เราจะไม่ได้พบกันอีกแต่ใจยังคงคิดถึงอยู่เสมอ... มิตรคงจะรู้ วันที่คิดถึงจึงอยู่ในใจของเรา


การเดินทางยังไม่สิ้นสุด...

Top

อย่าเหนื่อย อย่าท้อ อย่าเหงาหรือเศร้าใจ ไม่มีใครตอบได้ ว่าหนทางนี้จะสิ้นสุดที่ใด นอกจากตัวเราจะรู้ได้เอง หนทาง... แม้จะขรุขระ เต็มไปด้วยอุปสรรค ชีวิตไม่มีอะไรคับขันเกินกว่าที่เราเคยประสพมาตั้งแต่ตอนเราเกิด นั่นคือวันที่คับขันที่สุดแล้ว การเดินทางยังไม่สิ้นสุด นักเดินทางอย่างเรายังคงเดินทางไปเรื่อยๆ มือประสานมือต่อกันเป็นโซ่ ชีวิตก้าวไปข้างหน้า สู่จุดหมายที่ตั้งใจ


มิตรภาพ...

Top

คือคำอันยิ่งใหญ่ ผู้คนต่างใฝ่หา ...ผู้คนต่างใฝ่สร้าง มิตรภาพในหมู่ชนก่อให้เกิดสันติภาพ ภราดรภาพ ...อย่าทำลายมิตรภาพด้วยโลภ โกรธ หลง มิตรภาพจะดำรงอยู่ในใจ เราต้องส่งผ่านความรู้สึกนี้ไปสู่มวลชน แผ่กระจายไปทั่วโลก ทั่วจักรวาล เราต้องหยุดความรู้สึกเกลียดชังที่ถูกส่งผ่านมาสู่เรา กลั่นให้กลายเป็นอภัยและสร้างมิตรภาพมาแทนที่


เมฆ...

Top

จิตรกรแห่งฟากฟ้า สร้างงานศิลป์อย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อย ...เป็นม่านบางๆ อ่อนไหวตามสายลม เราเฝ้ามองเมฆระบายพู่กัน นับหมื่นนับล้านภาพไม่เคยซ้ำ เป็นตัวอย่างแก่ชาวโลก ให้รู้ถึงความวิริยะ ดั่งจะบอกแก่ชาวโลกว่าอย่าหยุดสร้างความฝันและความดี ...แหงนมองท้องฟ้าทุกวันๆ บางวันปุยเมฆขาวๆ จะบอกถึงชีวิตและหนทาง อันยิ่งใหญ่แก่เรา


ห่วงใย...

Top

ไกลเกินสายตา แต่ใจยังคิดถึง สายใจแห่งชีวิตเกิดมาพร้อมกับจิตที่หวั่นไหว ใครจะรู้ชีวิตยังมีห่วงอยู่อีกเท่าไหร่ ณ ที่ไกลออกไปยังมีผู้ที่ห่วงใย และรอคอยการกลับไปของเราทุกคน


อำลา...

Top

การลาจากในวันนี้ หาใช่วันสุดท้าย ชีวิตมีการพบและการลาจากอยู่ทุกซีกเสี้ยวเวลา เมื่อได้พบเธอฉันนึกถึงวันอำลา เมื่ออำลา ฉันนึกถึงวันที่จะได้กลับมาพบกัน ณ ฝั่งมหาสมุทรแห่งความคำนึง ไม่มีวันอำลาเพราะเรามีหัวใจและลมหายใจเดียวกัน


พี่น้อง...

Top

เราผองต่างเป็นพี่น้องของบิดาแห่งความทุกข์ มารดาแห่งอาทร สายธารแห่งน้ำตาบนผืนแผ่นดินที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เราลืมความเป็นพี่น้อง นิพพานนั้นคงไกลเกินที่เราจะรำลึกถึงวันแห่งความสุขอันแท้จริง.

จำรัส เศวตาภรณ์
ฤดูฝนปี 2533
Tell a Friend
DVD จำรัส เศวตาภรณ์ The Beautiful Inspiration
รหัสสินค้า: 000021
ราคาปกติ 350.00 บาท  
ราคาลด 290.00 บาท

ประหยัด 60.00 บาท
รายละเอียด:
DVD The Beautiful Inspiration(sample preview)
1.The Beautiful Thai Ladies (song : Nest on the Tree of Life) 2.Land of Smile (song : Jungle Palace)
3.Inspiration(song : Fog) 4.The Old Kingdom City Ayudthaya(song : House by the River)
5.The River of Forever 6.Medley Green Music
7.Flowers of Freedom(song : The Time Before Sunset) 8.The Wonderful Land(song : Sea Field

Relax and de-stress with the harmonious blending of visual and musical element.

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://greenmusic.org
Tell a Friend
CD จำรัส เศวตาภรณ์ นกเจ้าโผบิน
รหัสสินค้า: 000020
ราคา 200.00 บาท
รายละเอียด:

เจ้าโผบิน โดย จำรัส เศวตาภรณ์ & เดอะเรดิโอ

01 นกเจ้าโผบิน
02 สาวน้อย
03  อยากขอรัก
04 ชีวิตนักดนตรี
05 ฝากหมอน
06 กรุงเทพฯ
07 สายน้ำ
08 สายลม
09 ฝันเดิม
10 นักดนตรีข้างถนน
11 เธอ
12 นกเดียวดาย
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://greenmusic.org
Tell a Friend
CD จำรัส เศวตาภรณ์ แพ็ค 9 CD
รหัสสินค้า: 000024
ราคาปกติ 2,250.00 บาท  
ราคาลด 1,500.00 บาท

ประหยัด 750.00 บาท
รายละเอียด:
CD จำรัส เศวตาภรณ์ แพ็ค 9 CD
CD จำรัส เศวตาภรณ์ เช้าวันใหม่
CD จำรัส เศวตาภรณ์ ฤดูกาลแห่งชีวิต
CD จำรัส เศวตาภรณ์ เสียงเพรียกจากสายลม
CD จำรัส เศวตาภรณ์ เพลงใบไม้
CD จำรัส เศวตาภรณ์ บทเพลงแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา
CD จำรัส เศวตาภรณ์ เปียโนในสวน
CD จำรัส เศวตาภรณ์ เนรัญชรา
CD จำรัส เศวตาภรณ์ นิพพาน
CD จำรัส เศวตาภรณ์ สายน้ำนิรันดร์

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://greenmusic.org
Tell a Friend
CD จำรัส เศวตาภรณ์ ฤดูกาลแห่งชีวิต
รหัสสินค้า: 000003
ราคา 200.00 บาท
รายละเอียด:


ฤดูกาลแห่งชีวิต

Top

หากเปรียบชีวิตได้เป็น 3 ฤดู วัยเยาว์ คือ ฤดูฝน หนุ่มสาวคือฤดูร้อน... วัยชราคือฤดูหนาว ดั่งต้นไม้ที่กำลังเติบใหญ่ ความยืนยาวของชีวิต มิอาจสร้างอาณาเขตของการยืนต้นได้ แต่เมล็ดและร่มเงาต่างหาก ที่ได้สร้างอาณาจักรเป็นที่กล่าวขานในหมู่สรรพชีวิตมิสิ้นสุด ฤดูแห่งปฐมวัยได้เริ่มขึ้นเราได้แย้มยิ้ม สนุกสนานและเรียนรู้มากมายมิจบสิ้น ความร้อนรนของสังคมหลอมหล่ออุดมการณ์ไปสู่ฤดูแห่งวัยหนุ่มสาว ความทรงจำที่จะเล่าขาน สติปัญญาอันแก่กล้าสวนทางกับความอ่อนล้าของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยชรา ปลดปล่อยเพื่อจะก้าวเดินไปเพื่อจะเริ่มต้นใหม่ สรรค์สร้างฤดูแห่งชีวิตอันทรงคุณค่ายิ่งขึ้น...


ทุ่งหญ้าแห่งท้องทะเล

Top

แหล่งกำเนิดของสรรพชีวิต พลังอาหารอันอุดม โอนอ่อนผ่อนไหวตามกระแสคลื่น ชีวิตนับอนันต์... ก่อเกิด เดินทาง วิวัฒน์สู่อารยะ จากผืนน้ำสู่ผืนดิน สู่อากาศ ต่อสู้...ดิ้นรน...ค้นหา เรื่องราวนับไม่ถ้วนเรียงร้อยสร้างคราบไคลแห่งประวัติศาสตร์ ตราบจนแต่ละชีวิตสิ้นลง ปลงร่างเป็นผงธุลี เป็นอุทกธาราไหลกลับสู่ท้องทะเล ฟูมฟักทุ่งหญ้าแห่งนี้ให้ดำรงอยู่ เพื่อจุลชีพจักสานต่อการเดินทางไปสู่ต้นทางแห่งแสงสว่าง ที่ได้เฝ้ามองท้องทุ่งแห่งนี้มาแสนนาน


ดอกหญ้า

Top

ดื่มกินน้ำค้างทุกยามเช้า ทักทายกับสายลมทุกยามสาย หยอกล้อกับแดดอ่อนยามเย็น บอกเล่าตำนานชีวิตกับดวงดาวทุกค่ำคืน ดอกหญ้าดำรงความอิสระบนท้องทุ่ง มีคุณค่าเพียงพอต่อชีวิต... เพื่อชีวิต มีความรักให้แก่โลกและสรรพสิ่ง มิเคยสูญหายไป ดอกหญ้าคือความสมดุลพอดีของความงามและธรรมชาติเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่ายังมีผืนแผ่นดิน ให้ทุกชีวิตได้เหยียบยืน...


จันทร์

Top

เดินทางอยู่บนฟากฟ้าคอยนับวันเวลา...สร้างความฝัน และจินตนาการ สู่แดนอันไกลโพ้น เธอคือหลักชัยแห่งแรกของมนุษย์ที่จะเดินทางไกล แม้จะไม่มีวันไปถึงตราบใดที่มนุษย์ยังวัดความสำเร็จด้วยระยะทางและกาลเวลา ตำนานแห่งจันทร์ สาดส่องมองดูผืนดินทุกราตรี ดาวจันทร์ผู้โดดเดียวเดินทางอยู่บนฟากฟ้าเป็นที่พักของใจที่ลอยล่องท่องจักรวาล จันทร์เอย... เชยชิดกับฟากฟ้าราตรี คือรางวัลปลอบใจแด่คนช่างฝันอยู่ทุกกาลเวลา


เจ้าพระยา

Top

ศิลปินผู้เยือกเย็น เรื่อยไหลอย่างสงบ ลดเลี้ยว ให้ความชุ่มชื่นแก่ผืนดินสายธารแห่งกาลเวลา ขับกล่อมบรรเลงบทเพลงแห่งอารยะธรรมสองฝั่งน้ำมานานแสนนาน กับชีวิตที่คราวคร่ำ สายน้ำเจ้าพระยา อยู่คู่กับสุข ...ทุกข์ ...ความรัก ...และอาทร แบ่งปันอาหารและไมตรีให้กับทุกชีวิตบทเพลงแห่งสายน้ำ มีบ้างที่เชี่ยวกราก บางครั้งก็โหยให้ รับรู้เรื่องราวของชีวิต จากเหนือสู่ใต้ แม้ไกลเพียงไหน เพื่อนำตำนานทั้งมวลไปบอกกล่าวกับทะเล


ก่อนตะวันลับฟ้า

Top

พักพิงใจไว้กับใจ ทอดสายตาออกไปไกลถึงปลายฟ้า ตะวันกำลังจะลับลงที่โค้งเขา เพื่อไปทักทายกับชีวิตที่อีกฝั่งขอบโลก ยามนี้ชีวิตใกล้จะหลับใหลทั่วอาณาเขตสงบเงียบ... ชีวิตเวียนวนเป็นวงกลม มีดวงตะวันคอยนับเวลาของชีวิตให้อย่างเที่ยงตรง จวบจนตะวันกลับมาใหม่ เราจะทำอะไรให้ดีขึ้น ...กว่าวันที่ผ่านมา


ชีวิตใหม่

Top

สัญญาหรือพันธะ นำชีวิตกลับมา ยิ้ม หัวเราะ ร้องให้ ...ชีวิตผู้มาใหม่ กับการแสวงหาไม่สิ้นสุด เธอจะได้รู้อย่างที่เคยรู้ เธอจะได้พบอย่างที่เคยพบไม่มีอะไรแปลกเลย นอกจากใจที่สั่นไหวไปกับสัมผัสรอบๆกาย ชีวิตน้อยๆเกินขึ้นมาแล้ว เพื่อที่จะ ...เรียนรู้ ...ค้นหา ...สิ่งที่ได้ลืมเลือนมาแสนนาน


ปลายทาง

Top

เวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสาร เหมือนปลาว่ายวนอยู่ในอ่าง หนทางที่จักไปสู่ธาราใสจักต้องเพียงอุตสาหะ กระโจนออกไปอย่างหาญกล้าปลายทางนั้นไม่สามารถบอกเล่า เมื่อไปถึงความสงสัยในชีวิตมลายสิ้น


จำรัส เศวตาภรณ์
ฤดูฝนปี 2535
Tell a Friend
DVD จำรัส เศวตาภรณ์ All Seasons Music Scene
รหัสสินค้า: 000022
ราคาปกติ 350.00 บาท  
ราคาลด 290.00 บาท

ประหยัด 60.00 บาท
รายละเอียด:

ภาพธรรมชาติที่สวยงาม ผสานเสียงดนตรีบรรเลงของ จำรัส เศวตาภรณ์ สร้างบรรยากาศสบายๆในวันพักผ่อนของคุณได้เป็อย่างดี

DVD All Seasons Music Scene(sample preview)
1.A Little Drop in Lotus Pond 2.Winter Song
3.Ripple Leaf 4.Forest Wind
5.Horizon 6.Sense & Spirit
7.Rainy Night 8.Love can make a Home
9.Refil 10.Ease
11.Flowers 12.Season of Lif
13.Flowers from Mother 14.First Spring
15.Whisper of the Sea 16.Keeping the World Love

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://greenmusic.org
Tell a Friend
CD จำรัส เศวตาภรณ์ รวมเพลงละครน้ำเซาะทราย
รหัสสินค้า: 000019
ราคา 200.00 บาท
รายละเอียด:

รวมเพลงละครจากทีวีน้ำเซาะทราย,รัตติกาลยอดรัก เสียงร้องต้นฉบับโดย จำรัส เศวตาภรณ์

1. น้ำเซาะทราย
2. เก็บคำว่ารัก
3. ความรักสองทาง
4. มองฟ้า
5. อยากมีวันนี้
6. รัตติกาลยอดรัก
7. เธอคือความอัศจรรย์
8. อยากมีเพียงวันนี้ (พิมพลอย ปัจชัยโย)
9. บอกเธอ (พิมพลอย ปัจชัยโย)
10. น้ำเซาะทราย (อังศนา ช้างเศวต)
11. เก็บคำว่ารัก (Solo Saxophone)
12. น้ำเซาะทราย (Solo Saxophone)
13. น้ำเซาะทราย (คาราโอเกะ)

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://greenmusic.org
Tell a Friend
CD จำรัส เศวตาภรณ์ เสียงเพรียกจากสายลม
รหัสสินค้า: 000004
ราคา 200.00 บาท
รายละเอียด:


เสียงเพรียกจากสายลม

Top
  เรื่องราวทั้งมวลล้วนมากับสายลม
  เป็นสายใยของชีวิต เป็นเสียงกระซิบอันแผ่วไหว
  เป็นชีวิตที่เป็นไป เป็นความไร้ในความจริง
  ไม่ไกลแลไม่ใกล้ ไม่หวั่นไหวไม่หยุดนิ่ง
  ไม่เป็นสูญไม่เป็นสิ่ง มาสู่สิงทุกวันวาร


เยาว์วัย

Top
  พักผ่อนนอกเปล เห่กล่อมใต้เงาไม้
  มีแม่มากล่อมไกว ริ้นไรไม่ไต่ตอม
  แวดล้อมด้วยความรัก ต่างมาทักมาถนอม
  สองแขนมาโอบอ้อม ไม่ยอมปล่อยให้เหงาหงอย
  อยากให้โลกมีแต่เด็ก ฝันเล็กๆ และสวยใส
  เก็บกรวดหินและดินทราย มาเรียงรายเป็นเรือนพัก
  ดีกว่ามีผู้ใหญ่ ใจไม่ใสไม่น่ารัก
  ตัวเป็นคนใจเป็นยักษ์ ไม่รู้จักความพอดี


เรือนริมน้ำ

Top
  เรือนเอยเรือนริมน้ำ อยากจะข้ามไปเยือนใกล้
  กลับสู่ความเป็นไทย ของคนไทมิใช่ทาส
  โบสถ์เก่าและคราคร่ำ เป็นหลักธรรมนำประกาศ
  วิถีพุทธได้สร้างชาติ ให้คงอยู่ยั่งยืนมา


ลมหนาว

Top
  ฤดูที่แปรเปลี่ยน หมุนเวียนมาอีกครั้ง
  ความหนาวเก็บความหลัง ที่ฝั่งในหัวใจนาน
  นึกถึงถิ่นแดนเก่า ความร้อนหนาวมิแปรผัน
  ไม่มีคืนไม่มีวัน ไร้ตะวันและดวงดาว


ความทรงจำ

Top
  ความทรงจำของคืนค่ำ กลั่นหยาดน้ำบนใบไม้
  หลับหรือตื่นก็มิคลาย สื่อความหมายของวานวัน
  ดวงดาวคล้อยรอยอดีต ขีดลิขิตชีวิตฉัน
  เติมความหมายอันนิรันดร คือความฝันในตัวตน


แรกพบ

Top
  แรกพบเหมือนแรกเกิด ช่างบรรเจิดดังเด็กน้อย
  ลืมตามองโลกนี้ที่รอคอย อยากจะถ้อย อยากจะถามสิ่งมากมาย
  ช่างคุ้นเคยทั้งที่เพิ่งได้พบ ความทรงจำที่เลือนลบและสูญหาย
  ความรักความอาทรที่มลาย ให้กลับกลายเป็นความหมายให้ค้นหา


ทีละเล็ก ทีละน้อย

Top
  ทีละเล็กละน้อย หยดน้ำสร้างมหาสมุทร ทีละเล็กละน้อย
  ศรัทธาสร้างพลังแห่งชีวิต เราสร้างความรักด้วยรัก
  ความแท้เที่ยงในดวงจิต ทีละเล็ก ทีละน้อย
  พลังนี้มิสูญหาย อยู่ในสุญญากาศ วนเวียนอยู่ทั่วจักรวาล


กวีแห่งกาลเวลา

Top
  บทกลอนแห่งชีวิตเดินทางอย่างเงียบๆและเรียบง่าย
  เหมือนใบไม้ฤดูหนาวรับน้ำค้างและแดดอ่อน
  บทกลอนแห่งชีวิตขับขานบนลานสัจธรรม
  ความรักความชังความหวังและมายา
  เรียกรอยยิ้มและน้ำตาบนความจริงของจินตนาการ


ฝนพรำ

Top
  ฝนพรำ...ลำนำแห่งฟากฟ้า คือวาจา...มาบอกกล่าวแก่ชีวิต
  ความเป็นไปในสรรพสิ่งและดวงจิต เกิดเพื่ออยู่ต่อติดกับจักรวาล
  โลกทั้งใบหยุดนิ่งรอเธอพูด ธรรมทูตพระนิพพานมากล่าวขาน
  ฝนครานี้เหมือนฝนเมื่อวันวาน เป็นตำนานกล่าวขานทุกกัปกัลป์


ผูกพัน

Top
  ดวงจิตเป็นเหตุชีวิตเป็นผล
  กลไกของจิตชีวิตผูกพัน
  พลังความไม่เที่ยงให้จิตไหวและผวนผัน
  เส้นทางความผูกพันคือสมการของดวงดาว


เพลงไม้ไผ่

Top
  เพลงไม้ไผ่... เล่าเรื่องราวความเป็นไปในราวป่า
  วิเวกแว่วแผ่วมาอย่างโหยหา พรรณนา ความทุกข์ทนบนแผ่นดิน
  เพลงไม้ไผ่ยังบรรเลงมิรู้จบ โรยลมเป่าเร้ารบมิสุดสิ้น
  เสียงเพลงผิวผ่านทิวไม้ยังคงยิน กล่อมผืนดินกล่อมมนุษย์หยุดทำลาย


เธอคือลมหายใจ

Top
  เติมลมหายใจในยามที่โลกโหยแห้งในยามที่โลกแล้งมิตรภาพ
  หน้ากากอันสวยงามซ่อนความละโมบของดวงจิต
  เติมลมหายใจเติมสายใยและอากาศธาตุอันบริสุทธิ์
  หยุดหัวใจที่ร้อนรน หยุดความโหดร้าย บอกแก่ทุกสรรพชีวิต
  ฉันและเธอ...ต่างคือลมหายใจของกันและกัน

จำรัส เศวตาภรณ์
ฤดูร้อน 2534
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://greenmusic.org
Tell a Friend
CD จำรัส เศวตาภรณ์ เพลงใบไม้
รหัสสินค้า: 000005
ราคา 200.00 บาท
รายละเอียด:


ดอกไม้ Flower

Top
  เธอมาเติมสีสันให้โลกสวย เธอมาช่วยเติมใจให้หายเหงา
  มาล้อเล่นกับสายลมแผ่วเบา มาบรรเทาความร้อนที่รอนเมือง
  เคยอยู่ป่าอยู่ทุ่งหรือพุ่มไม้ ใยต้องถูกมาขังในแจกันเฟื่อง
  ดอกไม้เอยขอเธออย่าขุ่นเคือง ที่มาเปลืองหัวใจให้ชาวกรุง


น้ำค้าง Dew

Top
  พรมพรำและพรายพร่าง อยู่ท่ามกลางเรื่องราวของคืนค่ำ
  คุยกับดาวพราวกับเดือนเกลื่อนลำนำ เริงระบำบนใบบางกาลเวลา
  จวบจนแสงตะวันของวันใหม่ มาดื่มกินรินใจปรารถนา
  บอกเรื่องราวราตรีที่ผ่านมา คือมายาธรรมสัจรัตติกาล


อรุโณทัย In The Morning

Top
  สุดเขาโค้งโคนรุ่ง ณ รุ่งสาง เริงตะวันส่องทางในวันนี้
  อรุโณทัยได้ฤกษ์เบิกระวี เผยวจีบาทวิถีของวันใหม่
  สายลมอ่อนปลอบปลุกท้องทุ่ง ตื่นเถิดหนารุ่งอรุณอันสดใส
  ชีวิตทุกชีวิตดำเนินไป ตราบสุดสิ้นอายุขัยของชีวิต


ลมป่า Forest wind

Top
  ลมป่าเพรียกหาจากพงไพร แปล่งเสียงลมหายใจของแผ่นดิน
  มาบอกกล่าวเรื่องราวไม่จบสิ้น เพลงแผ่นดินจากถิ่นแถวแนวพนา
  เป็นบทเพลงแห่งชีวิตเพื่อชีวิต เป็นสังคีตอันประณีต ในภาษา
  เป็นนิทานที่เล่าขานทุกกาลเวลา เสียงลมป่ามาบรรเลงเพลงกล่อมคน


เพลงใบไม้  Song of leaf

Top
  เพลงใบไม้พริ้วมาตามลม แผ่วผสมลมหายใจครวญ
  แว่วหวิวลิ่วตามลมหวล เสียงครวญเพลงแผ่วใบไม้
  เพลงใบไม้ไม่หยุดขานขับ ร้องรับบนลานความหมาย
  โรยร่วงบนดินสิ้นวัย ความนัยใบไม้กล่อมคน


ถนนสู่ชนบท Country Road

Top
  ณ ที่หนึ่งซึ่งไม่ไกลแลไม่ใกล้ ใครไม่ไปก็ไม่ถึงซึ่งแห่งหน
  สุดสายตาพาเราหยุดจุดตำบล ไม่มีกลไม่มีเครื่องเรื่องวุ่นวาย
  อยู่กับดินกินกับทรายไม่วายวอด ไม่ต้องขอดขุดแผ่นดินถิ่นนี้ขาย
  ชนบทวันนี้อยู่แห่งใด จะมีใครหาหัวใจไปพักที


คืนฝนตก Rainy Night

Top
  เมื่อม่านดำคลุมครอบทั้งขอบฟ้า อสุนีบาตคำรามฟาดให้หวาดหวั่น
  สายลมโบกกรรโชกทั่วเขตขันธ์ ก่อนฝนพรำฉ่ำชุ่มผืนพสุธา
  สรรพสิ่งรอเวลาจะเติบใหญ่ ในวันใหม่เมื่อตะวันฉายส่องหล้า
  คืนฝนตกผกผ่านกาลเวลา สุขอุราสายฝนที่พรำริน


พระจันทร์แรม Pale moon

Top

เธอคือยามประจำฟ้า ติดตามโลกไปทุกแห่ง เธอมิใช่บริวาร เธอคือเพื่อนคู่ยาก หากไม่มีเธอคงหมดเรื่องราวเล่าขานไปมากมาย แสงเนียนนุ่มห่อคลุมโลกยามหลับใหล อย่าเหนื่อยอย่าท้อ อย่าร้องไห้ เธอต้องกล่อมโลกนี้ไปอีกนาน คงมีผู้คนอีกมากมายที่เฝ้ามองเธอ แทบทุกค่ำคืนอย่างล้ำลึกแม้ว่าเธอจะถูกเหยียบย่ำโดยอุ้งเท้าแห่งอารยะ


กลางทะเล Calm Sea

Top

ล่องลอยอยู่กลางทะเล โดดเดี่ยวและอ้างว่า ทะเลเหมือนไร้ซึ่งชีวิต แต่ในความแท้จริงทะเลคือแหล่งชีวิต ทะเลคือเรื่องราวและความฝัน บางครั้งดูเรียบง่าย เคร่งขรึม บางครั้งเกรี้ยวกราดกร้าวร้าว ผู้คนมากมายนำความฝัน ความทุกข์มาทิ้งทะเล แน่นอนทะเล คือผู้รับฟังที่ดี มีอีกหลายๆคนมารอ ฟังคำตอบจากทะเล ยังมีเสียงเล่าขาน ยามทะเล หวนไห้ในความทุกข์ เรื่องราวความรักความฝัน ความทรงจำในเกลียวคลื่น สาดซัดเข้าสู่หาด นำทรายเม็ดใหม่มา และหอบคืนทรายเม็ดเก่ากลับสู่ท้องทะเล


บันทึกก่อนนอน Diary

Top
  เขียนถึงฟ้าเขียนถึงลมเขียนถึงรัก เธอน่ารักจนฉันต้องเขียนถึง
  อยากจะฝันจึงเฝ้าเขียนความคำนึง เพราะนึกถึงซึ่งวันนี้มีความรัก
  มิใช่รักอย่างรักของชาวโลก มีแต่สุขไม่มีโศกมาท้าทัก
  เป็นความรักแม้เราไม่ เคยรู้จัก เพราะสลักความรักนี้มาก่อนกาล


รถไฟฟ้าใต้ดิน Subway

Top
  แล่นลอดตลอดรวดข้ามกรุง ใต้อุ้งตึกลึกลงดินถิ่นบุรี
  ผู้คนรอต่อแถวมาหลายปี หลังฟังถ้อยพาทีมานานานนัก
  รถใต้ดินคงพาพี่ไปหาน้อง พาหมู่ญาติเพื่อนพ้องมาพร้อมพัก
  พาผู้คนมากหน้ามารู้จัก พาทั้งรักทั้งชังมาครองเมือง


รถไฟลอยฟ้า Sky Train

Top
  เหยียดแถวเป็นแนวสูงสุดยอดไม้ รางรถไฟลอยฟ้าระย้าตึก
  ไม่ว่าเด็กไม่ว่าเฒ่าต่างคักคึก ดูรถไฟแล่น ยักยึก ไปตามราง
  ต่างปืนป่ายตะเกียกกายจนน่องโป่ง ไปยืนโย่งโหย่งคอรอ ดูน่าขัน
  รถไฟฟ้าที่เฝ้ารอมานานวัน แต่พาฉันไปไม่ไกลกว่าเมืองกรุง


ทางรถไฟสายฝัน Imaginary Railway

Top
  มีหนทางที่พาใจไปไกลนัก ไปหารักไปหาฝันอันสวยใส
  พาแสงเดือนแสงดาวมาพราวพราย พาไปหาจุดหมายที่เรืองรอง
  ทางสายนี้ไม่เคยจะสร้างเสร็จ ยังไม่เสร็จเพราะใจคนยังหม่นหมอง
  ต่างไขว่คว้าต่างค้นหามาครอบครอง เป็นครรลองของชีวิตที่ทุกข์ทน


น้ำเซาะทราย

Top

ชีวิตรักดั่งผืนทราย หวั่นไหวไปกับฟองคลื่นลมทะเล เฝ้ารอ วันหวนคืนและถ้อยคำอำลาของผู้มาเยือนจากแดนไกล นานนักหนา ณ ที่ตรงนี้ พร่ำบอกกับสายน้ำ กระซิบผ่านละรอกคลื่นถึงมิตรแท้ในหัวใจ อยากให้เธอกลับมาแม้จะรู้ว่ามันเจ็บปวด ฉันพร้อมแตกสลายไปในความฝันกลับสายน้ำที่เซาะฝั่ง


จำรัส เศวตาภรณ์
ฤดูฝนปี 2535
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://greenmusic.org
Tell a Friend
CD จำรัส เศวตาภรณ์ บทเพลงแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา
รหัสสินค้า: 000006
ราคา 200.00 บาท
รายละเอียด:

"แม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำแห่งชีวิต ข้าพเจ้าเกิดที่ตรอกพญาไม้ใกล้ๆ กับสายน้ำนี้ คุณพ่อ คุณแม่พาเดินข้ามสะพานพุทธ บางครั้งก็นั่งเรือข้ามฟากไปยังฝั่งพระนคร ไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ เอ็มไพร์ ไปดูน้ำพุหน้าโรงเรียนสวนกุหลาบไปนั่งเล่นที่สนามหญ้าหน้าพระรูป ร.๑ บางครั้งก็นั่งเล่นอยู่ริมน้ำ คอยมองเรือแล่นผ่านไปมา แม่น้ำเจ้าพระยาเปรียบเสมือนบุพการี คอยชุบเลี้ยงดวงจิตวิญญานและความนึกฝัน สำหรับข้าพเจ้าไม่มีสายน้ำแห่งไหนจะยิ่งใหญ่กว่าแม่น้ำเจ้าพระยาอีกแล้ว วันนี้ข้าพเจ้าเสมือนหนึ่งสื่อกลางนำสิ่งที่สายน้ำเคยบอกกล่าว แสวงหาผู้กล้าคนดีแห่งลุ่มน้ำกอบกู้แผ่นดินนี้ให้ร่มเย็นเป็นสุขดังเดิม


จันทร์เจ้าขา

Top
  ก่อนเคยนอนหนุนอุ่นผืนหญ้า มองจันทราและหมู่ดาวพราวเวหา
  ต่างโคจรผ่านไปในตำบล ให้ฉงนสงสัยใจรำพึง
  จึงถามพ่อว่าจันทรานั้นอยู่ไหน ไกลแค่ไหนขี่คอพ่อคงเอื้อมถึง
  เพียงปลดม่านราตรีดำที่ขึงตึง หอบดาวเดือนเกลื่อนฟ้ามากล่อมไกว


บทเพลงแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา

Top
  รอผู้กล้ามาเกิด ชูเชิดเกียรติแผ่นดินนี้
  เป็นคนดีของพระศรี อารยะเจ้ามณีกาล
  ปราบสิ้นมารจัญไร ที่ชอนไชและเผาผลาญ
  เพื่อสู่ยุคอุโฆษนาม พระศรีอารยะเมตรัย


คิดถึงแม่

Top
  ใต้หมู่ดาวและเดือนที่เคลื่อนคล้อย หัวใจคอยเฝ้าถวิลคร่ำครวญหา
  แม่อยู่ไหน ณ หนใดในเวลา อยากเห็นหน้าแม่สักคราให้ชื่นใจ
  แว่วสำเนียงเสียงซอขลุ่ยมาสะอื้น ดวงใจตื่นเหมือนนกบินสิ้นจุดหมาย
  จะหาใครมากล่อมขวัญจากฝันร้าย ดีกว่าอ้อมกอดแม่ไม่มีเลย


เรือนไทยริมน้ำ

Top
  ริมฝั่งน้ำคลองแควมีเรือแจวมีเรือจ้าง
  ไก่ขันเมื่อฟ้าสางควันพร่าพร่างจากในครัว
  ระฆังวัดดังหง่างเหง่งเขตมณฑลระงมทั่ว
  เรือนน้อยลางสลัวใต้ไอคลุ้งของหมอกบาง
  วีถีไทยใสสะอาดเป็นพันธุ์ชาติวิจิตรศรี
  เป็นความงามความพอดีที่มั่งมีด้วยสุขสันติ์
  เกื้อกูลด้วยน้ำใจมีสิ่งใดก็แบ่งปัน
  พืชผลสรรพันไม่แย่งแบ่งแข่งทำลาย


แสงเทียนในโบสถ์คร่ำ

Top
  พระอรหันต์มาบังเกิด แสงบรรเจิดจรัสใส
  เหมือนเทียนน้อยต่อติดไฟ ต่อสายใยแห่งชาวพุทธ
  หมู่มารก็มาเบียด มาย่ำเหยียดมาประทุษ
  แต่เทียนน้อยยังโบกบุก นำมนุษย์สู่สายธรรม


ตราบลมหายใจสุดท้ายบอกลากิ่งโศกเมื่อพลบค่ำ

Top
  ณ ลมหายใจสุดท้ายเมื่อลาโลก จงละโลกอย่างชนะและองอาจ
  สร้างไว้ด้วยกรรมดีดังพลีชาติ อย่าให้ขาดตกอบายอันเร่าร้อน
  เมื่อกิ่งโศกไหวเอนก็เจนจบ นายทวารเปิดทำนบทำเนียบก่อน
  กรรมใดดีกรรมใดชั่วแบ่งเป็นตอน ในวันนอนลาลับไม่กลับคืน


น้ำค้างบนใบบัว

Top
  กลางบึงใสบัวน้อยก่อกำเนิด แสงบรรเจิดเลิศล้ำธรรมรัตน์
  เป็นสาวกพระสัมมาอรหัต มาประกาศธรรมสัจพระภาคเจ้า
  พระค้นพบเส้นทางแห่งสายกลาง เป็นหนทางละกิเลสที่แผดเผา
  หลุดจากบ่วงพญามารอันมัวเมา น้อมใจเข้าสมาบัติสัมโพธิญาน


เมื่อต้นข้าวออกรวง

Top
  แม่เคยพาฉันออกไปไกลจากเมือง ดูผืนนาทุ่งสีเหลืองอันไพศาล
  ผืนนานี้มีคุณอนันต์ เลี้ยงดูฉันให้เติบโหญ่เป็นตัวตน
  ต้นข้าวมีเมล็ดน้อยๆอยู่ในครรภ์ ต้องฝ่าฟันผ่านเปลวแดดและลมฝน
  กว่าจะมาเป็นเม็ดข้าวเลี้ยงผู้คน รวงข้าวคือต้นธาตุเผ่าชาติไทย


นกน้อยบนกิ่งส้ม

Top
  โผผกกิ่งโน้นมากิ่งนี้ นกน้อยบินผินวิถีเป็นทีท่า
  เริงร่าจนบ่ายคล้อยก็อำลา พากับบินสู่ฟ้านภากว้าง
  คือครรลองทางเดินของวิหก ต้องโผหกเคลื่อนเวียนเปลี่ยนถิ่นฐาน
  เปลี่ยนวิถีครองเรือนตามวันวาร ตามฤดูกาลแปรผันไม่จีรัง


ทวิภพ

Top
  ภพสองภพนำชีวิตมาบรรจบ ผ่าทำนบกาลเวลาพาใจหมาย
  ภาพอดีตกลับมาเผยใจกาย ให้เป็นเหตุและผลในกาลนี้
  ชีวิตเราดำเนินตามทวิภพ มีหลายทบผลกรรมเหนี่ยวนำชี้
  เกิดและตับโถมทับนับทวี เป็นวิถีเหนือกาลจักรวาล


สำเภาจีน

Top
  สำเภาจีนล่องมาจากแผ่นดินใหญ่
  นำสรระสิ่งมากหลายมาสนอง
  จากปากน้ำผ่านแม่น้ำสู่ลำคลอง
  อารยะธรรมใหม่สู่ครรลองของแนวไทย
  หลายๆสิ่งมาประสานแนบสนิท
  ทั้งแนวคิดแนวชีวิตอุปนิสัย
  นี่คือสิ่งที่เป็นมาและเป็นไป
  ของสายใยไทยและจีนเก่าก่อนมา


จากไกล

Top
  จากไกลหมื่นไมล์โพ้น โยกโยนบนภาระหนักอึ้ง
  จากคนรักเหลือเพียงสายใยคำนึง ความคิดถึง จึงกัดเซาะดวงหทัย
  เมื่อไรหนอ ภารกิจ จะหมดสิ้น ได้กลับถิ่นพำนักดังใจหมาย
  กลับสู่บ้านที่มีรักอยู่กลางใจ ในอายตนะที่ใสสุดหลุดมายา


นางนวล

Top
  นางนวลเอยเจ้าบินไกลไนฟากฟ้า ฝ่ามหานทีกว้างใหญ่ไพศาล
  เจ้ามุ่งสร้างความฝันอันตระการ สู่นิพพานด้วยสองปีกและศรัทธา
  แต่แผ่นดินคือหนทางที่ตระหนัก ยิ่งบินไปร่างยิ่งหนักและอ่อนล้า
  เจ้าพากเพียรจวบจนสิ้นชีวา สายธาราจะนำเจ้าสู่รังนอน


วาดฟ้า ระบายดาว

Top
  มีดาวจิตเป็นพู่กัน มีความฝันเป็นจานสี
  วาดฟ้าเริงระวี ระบายสีแต้มดาวดวง
  วาดโลกให้เป็นโลก ไร้ทุกข์โศกโลภหลอกลวง
  เสร็จสรรพบรรลุล่วง ปลดโซ่ตรวนและบ่วงมาร


ห่วงหาอาทร

Top
  ห่วงหาและอาทร คืออาภรณ์ของชีวิต
  ประณีตบรรจงวิจิตร มิดชิดเรียงร้อยจิตใจ
  สะทกอ่อนไหวดวงตา เมื่อคราหัวใจโหยไห้
  อ่อนแอเข้มแข็งเพียงไร ห่วงอาทรครองใจทุกคน


จุฬา-ปักเป้า

Top
  จุฬาปักเป้า ล้อเล่นแรงลมเป่าโผผก
  ปักเป้าโฉบจุฬาล่องดังนวลนก ลมสะทกผกถลาไปเทียมเมฆ
  การกีฬาว่าวไทยแต่เก่าก่อน บรรพชนสอนไว้อย่างอุกเอก
  สร้างสมัครสมานฉันท์ทั้งไทยเทศ ทั่วทุกเขตต่างเล่นยามหน้าลม


ฝันของวันวาน

Top
  วันวานเอยเคยฝันช่างหวานนัก ฝันถึงรักสุดสมก็หาใช่
  ฝันมีลาภสรรเสริญก็ไม่คล้าย ฝันละม้ายระหว่างจริงกับไม่จริง
  ฝันว่าได้อยู่ร่วมกับมวลมิตร เป็นมิ่งมิตรแท้สนิททั้งชายหญิง
  ทั่วทั้งหล้าพบแต่สุขที่แท้จริง ฝันวันวานจะเป็นจริง ณ ถิ่นใด


เรือนรืมน้ำ

Top
  เรือนเอยเรือนริมน้ำ อยากจะข้ามไปเยือนใกล้
  กลับสู่ความเป็นไทย ของคนไทมิใช่ทาส
  โบสถ์เก่าและ ครา คร่ำ เป็นหลักธรรมนำประกาศ
  วิถีพุทธได้สร้างชาติ ให้คงอยู่ยั่งยืนมา

แด่คุณพ่อคุณแม่ และคุณครู
จำรัส เศวตาภรณ์
พฤศจิกายน พ.ศ.2542
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://greenmsuic.org
Tell a Friend
CD จำรัส เศวตาภรณ์ แพ็ค 13 CD
รหัสสินค้า: 000028
ราคาปกติ 3,150.00 บาท  
ราคาลด 2,100.00 บาท

ประหยัด 1,050.00 บาท
รายละเอียด:
Morning   Nirvana
1.Morning          8.Nirvana
     
Season of Life   The River of Forever
2.Season of Life   9.The River of Forever
     
Whisper of The wind   The Spell of Whispering
3.Whisper of The wind   10.The Spell of Whispering
     
Song of Leaf   Mother care fairy Child
4.Song of Leaf   11.Mother care fairy Child
     
Music of The Chaophraya River   The Chaophraya River
5.Music of The Chaophraya River   12.The Chaophraya River
     
Piano in The Garden   Piano on The Beach
6.Piano in The Garden   13.Piano on The Beach
     
The Naerunchara River    
7.The Naerunchara River    
     

Tell a Friend
CD จำรัส เศวตาภรณ์ เปียโนในสวน
รหัสสินค้า: 000001
ราคา 200.00 บาท
รายละเอียด:


ฉันปลูกต้นไม้ไว้ในสวน ไว้ชื่นชมกับการเติบโต เสมือนญาติสนิท ได้พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ต้นไม้ในสวนบอกอะไรกับฉันมากมาย และสะบัดใบเป็นบท เพลงและทำนองให้ฉันได้ร้องเล่น ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา

1.ผีเสื้อกับดอกไม้
 
Top

ผีเสื้อกับดอกไม้ บินล้อโฉบเฉี่ยว ดูดกินน้ำหวาน ผสมผสานสายพันธุ์ธัญญาหาร เติมเต็มโลกนี้ให้สวยงาม เธอจึงได้รางวัลเป็นลายสวยบนปีกบางเป็นของเธอเอง แต่ละตนแต่ละลีลาจิตรกรรมมิซ้ำกัน แม้เวลาสั้นๆ ของชีวิต เธอคือศิลปินเอกแห่งท้องทุ่ง


2.รุ้งกินน้ำ
 
Top

ทาบทาโค้งฟ้า กินแดดอิ่มฝน สร้างใยฝันและตำนาน ให้ใครๆ ไหลหลง ฉันเห็นรุ้งกินน้ำแต่เยาว์วัย เกาะแขนพ่อเดินไปสุดสายรุ้ง ทุกวันหลังฝนตก ฉัน เฝ้ามองหารุ้งกินน้ำโค้งเดียวกับที่พ่อเคยโอบโยนให้ฉันเอื้อมคว้า วันนี้พ่ออยู่ไหน พ่อคงรอฉันอยู่ ณ สุดปลายฟ้า ที่โค้งรุ้งสีคราม แล้วฉันจะตามไป เล่นกับพ่อ และเติมเต็มฝันแห่งวันและวัย


3.นกกางเขนบ้าน
 
Top

บินมาจากไหนนะ บินมาทุกวัน ฉันเห็นเธอมองมาตั้งแต่วันที่ฉันเริ่มไปโรงเรียน บินมาอีกแล้ว ลีลาท่าทางไม่เคยเปลี่ยน แล้วยังแต่งตัวชุดเดิมซ้ำกันทุกครั้งที่พบเจอ ฉันย้ายบ้านมาหลายแหล่ง ท่องเที่ยวไปหลายที่ เธอก็ยังตามไปเกาะกิ่งไม้ใกล้ๆ บ้านฉันอยากถามไถ่ถึง สัจธรรมแห่งชีวิตและการดำรงอยู่ สายธาร ร่องลม กิ่งไม้ทีเธอทำรัง บ้านของเธอคงมีอยู่ในทุกๆ แห่งบนโลกสีเขียวใบนี้


4.เดินเล่นริมสวน
 
Top

พ่อแม่พาฉันเข้าเรียนที่โรงเรียนอยู่ในสวน ได้เดินเลาะท้องร่อง ชมไม้ใบไม้ดอก ฟังเสียงเพลงจากนกน้อย ชะนี บ่าง เปียกปอนกับฝนไต้เงาไม้ใหญ่ นั่นคือโรงเรียนที่ฉันเดินผ่าน ไปและกลับทุกวันๆ ฉันยังจดจำขอนไม้ข้ามร่องสวนทุกๆ ทางมะพร้าวที่เคยโหนห้อยและเธอคนนั้นที่เคยหัวเราะขบขัน โรงเรียนในสวนยังคงสอนสั่งฉันจนวันนี้


5.สายหมอก
 
Top

สายหมอกบาง ริมธารใส สายใยชีวิตที่บางเบาระบายทุกยามรุ่งอรุณแอบอุ่นได้ทดแดดสีทอง ล่องละลายหายไปไหน เหมือนดั่งชีวิตที่เวียนไปกลั่นกายเป็นหยาดน้ำพร่างพรายมลายไปกับสายลม


6.แมลงปอเอย
 
Top

เกาะเล่นได้ไกลล้อไปบนผิวน้ำ บินเล่นหยอกกันเป็นหมู่เป็นแถว กับโลกเล็กๆ บนคุ้งน้ำและกอกก ขยับปีกกระเพื่อมน้ำใสเป็นวงขยาย บอกกล่าวกับจักรวาลถึงชีวิตที่เวียนว่าย วันหนึ่งเธอจะมีปีกที่แข็งแรง เพื่อโบกบินไปไกลถึงสรวงสวรรค์


7.นกเจ้าโผบิน
 
Top

นกน้อยตังเล็กๆ บินผ่านสายลมแรง ถาโถมสู่ทะเลกว้าง ไกลสุดสายตามิแลเห็นจุดหมายที่ใฝ่ฝัน ศรัทธาหรือความเชื่อใดนำเธอบินไป จิตที่หวั่นไหว มิอาจนำเธอกลับมา ด้วยแรงที่สั่งสม ขอเธอพบจุดหมายที่วาดหวัง


8.คู่นก
 
Top

คู่นกโบกบิน เฝ้าบินขึ้นลงล้อเล่นกับลม ส่งเสียงก้องดังระงมด้วยความสุขสม คู่นกโบยบินเป็นคู่สม เธอเลือกสายลมที่จะพยุงเธอไป สายฝน พายุแรง ปะทะปลายปีกด้วยดวงจิตและสายใจที่สานต่อ นำเธอสู่รังใหม่ที่อบอุ่นอยู่ทุกฤดูกาล


9.ณ ยามเย็น
 
Top

แดดอ่อน รอนแสงยามนี้ ชีวิตได้ผ่านไปอีกวารวัน อิ่มสุขทุกข์เศร้าคละเคล้ากัน ทั้งฝันทั้งตื่นคือชีวิต คือชีวิต คือชีวิต คือชีวิต ตั้งแต่เช้าถึงยามเย็นจวบจนมืดมิด ลมหายใจเข้าออกประคองจิต ทีละนิดทีละน้อยผ่านวันคืน


10.อาทิตย์อัสดง
 
Top

พักผ่อนเถอะนะ กลับสู่รังรอง ยามอาทิตย์ลับฟ้า ราตรีก็มาเยือน ณ เวลาเชื่อมต่อ ความสว่างกับความมืด ชีวิตก็เท่านี้ เวียนวนอยู่กับกลางวัน และกลางคืน ขอเสื่อสักผืน หมอนสักใบ ฉันอยากจะหลับ เพื่อพบกับวันใหม่

11.ผีเสื้อกับดอกไม้(เพิ่มเสียงธรรมชาติ)

 
Top
12.รุ้งกินน้ำ(เพิ่มเสียงธรรมชาติ)

 
Top
13.เดินเล่นริมสวน(เพิ่มเสียงธรรมชาติ)

 
Top
14.สายหมอก(เพิ่มเสียงธรรมชาติ)

 
Top
15.ณ ยามเย็น(เพิ่มเสียงธรรมชาติ)

 
Top
 

จำรัส เศวตาภรณ์
ฤดูหนาว 2544
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://greenmusic.org
Tell a Friend
CD จำรัส เศวตาภรณ์ เนรัญชรา
รหัสสินค้า: 000007
ราคา 200.00 บาท
รายละเอียด:

1.Auruverasenanikom

2.Morality stream
 

3.The Naerunchara river
 

4.Suchada
 

5.The jewel bo tree
 


ตรัสรู้ (เกิดใหม่อีกครั้ง) เนรัญชรา

To


เมื่อพระองค์ทรงเสวยพระกระยาหารจนมีพละกำลังแข็งแรงดีขึ้นอย่างเดิมแล้ว ก็ทรงเริ่มทำความเพียรทางจิตต่อไป และในยามสุดท้ายของวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี พระองค์ก็ได้ตรัสรู้ ซึ่งนับเป็นการเกิดครั้งที่ 2 ของพระองค์ เรียกว่าธรรมกายอุบัติ คือเกิดด้วยธรรมกาย

รุ่งเช้าของวันที่จะตรัสรู้นี้ นางสุชาดา ธิดาของคหบดีผู้มั่งคั่งในตำบลอุรุเวฬาเสนานิคมนั้น ได้จัดแจงเอาข้าวมธุปายาส อันประณีตด้วยเครื่องปรุงทุกประการ ใส่ลงในถาดทองและปิดครอบด้วยถาดทองอีกใบหนึ่ง แล้วนำไปที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พระองค์ประทับนั่งอยู่ เพื่อทำการบวงสรวงเทพารักษ์ เพราะก่อนหน้าแต่นี้ นางได้มาบนบานเทพารักษ์ไว้ว่า ขอให้ได้สามีที่มีตระกูลเสมอกันและขอให้ได้บุตรคนแรกเป็นชาย ซึ่งบัดนี้นางก็ได้สมประสงค์

เมื่อได้ไปถึงต้นโพธิ์ก็ได้เห็นพระองค์ซึ่งสง่างามด้วยรัศมีมีวรรณะผ่องใสประทับนั่งอยู่ที่ควง (โคน) ต้นโพธิ์ จึงเข้าใจว่าพระองค์เป็นรุกขเทพที่ได้บนบานไว้มาปรากฏให้เห็น นางดีใจมากจึงถวายข้าวมธุปายาส พร้อมทั้งถาดทอง พระองค์ทรงรับไว้ เมื่อเสด็จลงสรงน้ำในแม่น้ำเนรัญชราแล้วจึงเสด็จขึ้นมาเสวยจนหมด จากนั้นก็ทรงลอยถาดเสียในแม่น้ำ พร้อมกับทรงอธิษฐานเสี่ยงพระบารมีว่า หากว่าจะได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ ขอถาดใบนี้จงลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป ซึ่งถาดนั้นก็ได้ลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไปจริงๆ ครั้นพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นเป็นนิมิตหมายอันดีเช่นนั้น ก็ทรงมั่นพระทัยว่าจะต้องได้ตรัสรู้แน่นอน

จากนั้นก็เสด็จมายัง สาละวัน (ป่าไม้สาละ) ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ประทับพักภายใต้ร่มไม้สาละ กระทั่งพระอาทิตย์บ่ายคล้อยพระองค์จึงเสด็จกลับมาที่ต้นโพธิ์อีกครั้งหนึ่ง ระหว่างทางได้พบกับโสตถิยพราหมณ์ คนหาบหญ้า เมื่อโสตถิยพราหมณ์ได้เห็นพระองค์ก็เกิดความเลื่อมใสมากและได้น้อมถวายหญ้าคาที่หาบมาแก่พระองค์ 8 กำ พระองค์ทรงรับแล้วก็ได้นำมาลาดเป็นที่ประทับนั่งต่างบัลลังก์ ณ ควงไม้พระศรีมหาโพธิ์ด้านทิศตะวันออก แล้วเสด็จขึ้นประทับนั่งขัดสมาธิ ผันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ผันพระปฤษฎางค์มาทางลำต้นพระศรีมหาโพธิ์ แล้วทรงอธิษฐานพระทัย (จาตุรงคมหาปธาน) ว่า "จักไม่ลุกขึ้นจากที่นี่ตราบใดที่ยังไม่ได้บรรลุพระสัมโพธิญาณ แม้ว่าเนื้อและเลือดจะเหือดแห้งไปจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกก็ตามที" ขณะนั้น มารคือกิเลส (กิเลสมาร) ได้เกิดขึ้นท่องเที่ยวอยู่ในพระทัยของพระองค์ นำให้ทรงหวนระลึกถึงความหลังเมื่อครั้งเสวยกามสุขอยู่ในราชสมบัติซึ่งน่าภิรมย์ยิ่งนัก พระองค์จึงทรงหักห้ามพระทัยและต่อสู้กับกิเลสมารเหล่านั้นด้วยพระบารมี 10 ทัศ คือ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา ที่ทรงเคยบำเพ็ญมาทั้งในอดีตชาติและในปัจจุบัน ทำพระหฤทัยให้หนักแน่น ไม่หวั่นไหวต่อความเมื่อยขบและกิเลสตัณหาเหล่านั้นที่เข้ามารบกวนจิตใจ และก่อนที่อาทิตย์จะลับขอบฟ้าไป ก็ทรงสามารถผจญกิเลสมารอันเกิดขึ้นท่องเที่ยวอยู่ใต้พระทัยให้ปราชัยได้

จากนั้นก็ทรงเจริญสมาธิภาวนาทำจิตให้แน่วแน่ปราศจากอุปกิเลส จนจิตสุขุมเข้าโดยลำดับ นับได้ว่าได้บรรลุญาณ ที่ 1-2-3-4 แล้วยังฌานอันเป็นตัวปัญญาชั้นสูงทั้ง 3 ประการให้เกิดขึ้นตามระยะกาลแห่งราตรีดิถีวิสาขปรุณมีนั้น โดย

1.ในปฐมยาม ทรงบรรลุปุพเพนิวาสานุสสติญาณ สามารถระลึกชาติได้ เป็นเหตุให้ทรงหยั่งรู้อัตตภาพขันธสังขารว่าเป็นเพียงแต่สภาวะอย่างหนึ่งๆ เท่านั้นคุมกันเข้าเป็นขันธ์ เป็นผลให้ทรงกำจัดความหลงในขันธ์อันเป็นเหตุรักหรือชังเสียได้

2.ในมัชฌิมยาม ทรงพระบรรลุ จุตูปปาตญาณ (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ทิพพจักษุญาณ) ทรงสามารถมองเห็นการจุติและการเกิดของมวลสัตว์โลกได้ เป็นเหตุให้ทรงหยั่งรู้ว่าขันธ์นั้นแลย่อมเป็นไปตามอำนาจแห่งธรรมดา มีอันคุมกันเข้าสัตว์เป็นบุคคล ในเบื้องต้นแปรปรวนในท่ามกลางแล้วแตกสลายไปในที่สุด เป็นอย่างนี้เหมือนกันหมด แต่ก็กระนั้น ก็ยังมีดีมีเลวได้สุขได้ทุกข์บ้างแตกต่างกันออกไป ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะกรรมที่กระทำเอาไว้ เป็นผลให้ทรงกำจัดความหลงในคติแห่งขันธ์อันเป็นเหตุสำคัญผิดด้วยประการต่างๆ เสียได้้

3.ในปัจฉิมยาม ทรงบรรลุ อาสวักขยญาณ (ความรู้เป็นเหตุสิ้นไปแห่งอาสวะเครื่องเศร้าหมอง อันหมักหมมอยู่ในจิตสันดาน) เป็นเหตุให้ทรงหยั่งรู้ขันธ์พร้อมทั้งอาการโดยความเป็นเหตุและผลสืบเนื่องติดกันไป เหมือนลูกโซ่ซึ่งคล้องเกี่ยวเป็นสายอันเรียกว่าปฏิจจสมุปบาท ซึ่งก็คือทรงรู้อริยสัจ 4 ประการนั่นเอง เป็นผลให้พระองค์ทรงรู้และเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างจนสามารถบรรลุถึงความบริสุทธิ์สิ้นเชิงได้สมพระมโนปณิธาน

สรุปแล้ว ที่ว่าตรัสรู้อริยสัจ 4 คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ด้วยอาการที่ทรงเจริญ สมถภาวนา ทำจิตให้เป็นสมาธิจนได้บรรลุฌานทั้ง 4 และ ญาณ 3 มาโดยลำดับ หมายเหตุ "อริยสัจ" คือในความหมายของข้อความต่อไปนี้
  - ความจริงของพระอริยะอย่าง
  - ความจริงที่ให้สำเร็จเป็นพระอริยะอย่าง
  - ความจริงที่พระอริยเจ้าทั้งหลายรู้แจ้งแทงตลอดอย่าง
  - ความจริงที่จริงแท้ไม่แปรผันเป็นอย่างอื่นอย่าง

พระนามพิเศษ
"อรหํ" และ "สมมาสมพุทโธ" 2 บทนี้ เป็นพระนามใหญ่ของพระองค์ ไม่มีใครตั้งให้ แต่เป็นเนมิตกนาม คือนามที่เกิดขึ้นตามเหตุแห่งลักษณะและคุณสมบัติ ที่ได้พระนามว่า "อรหํ" เพราะพระองค์เป็นผู้ควรและเป็นผู้บริสุทธิ์จากกิเลส ที่ได้พระนามว่า "สมมาสมพุทโธ" เพราะพระองค์ตรัสรู้ได้โดยลำพังพระองค์เอง ไม่มีใครสอนให้ หากจะกล่าวว่าอาฬารดาบสและอุททกดาบสสอนให้ก็ไม่ได้ เพราะวิชาที่พวกเขาสอนให้นั้นยังอยู่ในโลกีย์ ซึ่งยังไม่ถึงขั้นที่จะตรัสรู้ได้


จากหนังสือ พุทธประวัติ ฉบับมาตรฐาน คู่มือสำหรับนักเรียน นักธรรมและธรรมศึกษาชั้นตรี
เรียบเรียงโดย คณาจารย์แห่งโรงพิมพ์เลี่ยงเชียง
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://greenmusic.org
Tell a Friend
CD จำรัส เศวตาภรณ์ นิพพาน
รหัสสินค้า: 000008
ราคา 200.00 บาท
รายละเอียด:

1.Journey (on the earth)
 

2.Catumaharajika (1st heaven)
 

3.Tavatimsa (2nd heaven)
 

4.Yama (3rd heaven)
 

5.Tusita (4th heaven)
 

6.Nimmanarati (5th heaven)
 

7.Paranimmitavasavatti (6th heaven)
 

8.Rupabrahma
 

9.Arupabrahma
 

10.Nirvana (Eternity)
 


ตรัสรู้ (เกิดใหม่อีกครั้ง) เนรัญชรา

Top


เมื่อพระองค์ทรงเสวยพระกระยาหารจนมีพละกำลังแข็งแรงดีขึ้นอย่างเดิมแล้ว ก็ทรงเริ่มทำความเพียรทางจิตต่อไป และในยามสุดท้ายของวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี พระองค์ก็ได้ตรัสรู้ ซึ่งนับเป็นการเกิดครั้งที่ 2 ของพระองค์ เรียกว่าธรรมกายอุบัติ คือเกิดด้วยธรรมกาย

รุ่งเช้าของวันที่จะตรัสรู้นี้ นางสุชาดา ธิดาของคหบดีผู้มั่งคั่งในตำบลอุรุเวฬาเสนานิคมนั้น ได้จัดแจงเอาข้าวมธุปายาส อันประณีตด้วยเครื่องปรุงทุกประการ ใส่ลงในถาดทองและปิดครอบด้วยถาดทองอีกใบหนึ่ง แล้วนำไปที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พระองค์ประทับนั่งอยู่ เพื่อทำการบวงสรวงเทพารักษ์ เพราะก่อนหน้าแต่นี้ นางได้มาบนบานเทพารักษ์ไว้ว่า ขอให้ได้สามีที่มีตระกูลเสมอกันและขอให้ได้บุตรคนแรกเป็นชาย ซึ่งบัดนี้นางก็ได้สมประสงค์

เมื่อได้ไปถึงต้นโพธิ์ก็ได้เห็นพระองค์ซึ่งสง่างามด้วยรัศมีมีวรรณะผ่องใสประทับนั่งอยู่ที่ควง (โคน) ต้นโพธิ์ จึงเข้าใจว่าพระองค์เป็นรุกขเทพที่ได้บนบานไว้มาปรากฏให้เห็น นางดีใจมากจึงถวายข้าวมธุปายาส พร้อมทั้งถาดทอง พระองค์ทรงรับไว้ เมื่อเสด็จลงสรงน้ำในแม่น้ำเนรัญชราแล้วจึงเสด็จขึ้นมาเสวยจนหมด จากนั้นก็ทรงลอยถาดเสียในแม่น้ำ พร้อมกับทรงอธิษฐานเสี่ยงพระบารมีว่า หากว่าจะได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ ขอถาดใบนี้จงลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป ซึ่งถาดนั้นก็ได้ลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไปจริงๆ ครั้นพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นเป็นนิมิตหมายอันดีเช่นนั้น ก็ทรงมั่นพระทัยว่าจะต้องได้ตรัสรู้แน่นอน

จากนั้นก็เสด็จมายัง สาละวัน (ป่าไม้สาละ) ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ประทับพักภายใต้ร่มไม้สาละ กระทั่งพระอาทิตย์บ่ายคล้อยพระองค์จึงเสด็จกลับมาที่ต้นโพธิ์อีกครั้งหนึ่ง ระหว่างทางได้พบกับโสตถิยพราหมณ์ คนหาบหญ้า เมื่อโสตถิยพราหมณ์ได้เห็นพระองค์ก็เกิดความเลื่อมใสมากและได้น้อมถวายหญ้าคาที่หาบมาแก่พระองค์ 8 กำ พระองค์ทรงรับแล้วก็ได้นำมาลาดเป็นที่ประทับนั่งต่างบัลลังก์ ณ ควงไม้พระศรีมหาโพธิ์ด้านทิศตะวันออก แล้วเสด็จขึ้นประทับนั่งขัดสมาธิ ผันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ผันพระปฤษฎางค์มาทางลำต้นพระศรีมหาโพธิ์ แล้วทรงอธิษฐานพระทัย (จาตุรงคมหาปธาน) ว่า "จักไม่ลุกขึ้นจากที่นี่ตราบใดที่ยังไม่ได้บรรลุพระสัมโพธิญาณ แม้ว่าเนื้อและเลือดจะเหือดแห้งไปจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกก็ตามที" ขณะนั้น มารคือกิเลส (กิเลสมาร) ได้เกิดขึ้นท่องเที่ยวอยู่ในพระทัยของพระองค์ นำให้ทรงหวนระลึกถึงความหลังเมื่อครั้งเสวยกามสุขอยู่ในราชสมบัติซึ่งน่าภิรมย์ยิ่งนัก พระองค์จึงทรงหักห้ามพระทัยและต่อสู้กับกิเลสมารเหล่านั้นด้วยพระบารมี 10 ทัศ คือ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา ที่ทรงเคยบำเพ็ญมาทั้งในอดีตชาติและในปัจจุบัน ทำพระหฤทัยให้หนักแน่น ไม่หวั่นไหวต่อความเมื่อยขบและกิเลสตัณหาเหล่านั้นที่เข้ามารบกวนจิตใจ และก่อนที่อาทิตย์จะลับขอบฟ้าไป ก็ทรงสามารถผจญกิเลสมารอันเกิดขึ้นท่องเที่ยวอยู่ใต้พระทัยให้ปราชัยได้

จากนั้นก็ทรงเจริญสมาธิภาวนาทำจิตให้แน่วแน่ปราศจากอุปกิเลส จนจิตสุขุมเข้าโดยลำดับ นับได้ว่าได้บรรลุญาณ ที่ 1-2-3-4 แล้วยังฌานอันเป็นตัวปัญญาชั้นสูงทั้ง 3 ประการให้เกิดขึ้นตามระยะกาลแห่งราตรีดิถีวิสาขปรุณมีนั้น โดย

1.ในปฐมยาม ทรงบรรลุปุพเพนิวาสานุสสติญาณ สามารถระลึกชาติได้ เป็นเหตุให้ทรงหยั่งรู้อัตตภาพขันธสังขารว่าเป็นเพียงแต่สภาวะอย่างหนึ่งๆ เท่านั้นคุมกันเข้าเป็นขันธ์ เป็นผลให้ทรงกำจัดความหลงในขันธ์อันเป็นเหตุรักหรือชังเสียได้

2.ในมัชฌิมยาม ทรงพระบรรลุ จุตูปปาตญาณ (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ทิพพจักษุญาณ) ทรงสามารถมองเห็นการจุติและการเกิดของมวลสัตว์โลกได้ เป็นเหตุให้ทรงหยั่งรู้ว่าขันธ์นั้นแลย่อมเป็นไปตามอำนาจแห่งธรรมดา มีอันคุมกันเข้าสัตว์เป็นบุคคล ในเบื้องต้นแปรปรวนในท่ามกลางแล้วแตกสลายไปในที่สุด เป็นอย่างนี้เหมือนกันหมด แต่ก็กระนั้น ก็ยังมีดีมีเลวได้สุขได้ทุกข์บ้างแตกต่างกันออกไป ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะกรรมที่กระทำเอาไว้ เป็นผลให้ทรงกำจัดความหลงในคติแห่งขันธ์อันเป็นเหตุสำคัญผิดด้วยประการต่างๆ เสียได้้

3.ในปัจฉิมยาม ทรงบรรลุ อาสวักขยญาณ (ความรู้เป็นเหตุสิ้นไปแห่งอาสวะเครื่องเศร้าหมอง อันหมักหมมอยู่ในจิตสันดาน) เป็นเหตุให้ทรงหยั่งรู้ขันธ์พร้อมทั้งอาการโดยความเป็นเหตุและผลสืบเนื่องติดกันไป เหมือนลูกโซ่ซึ่งคล้องเกี่ยวเป็นสายอันเรียกว่าปฏิจจสมุปบาท ซึ่งก็คือทรงรู้อริยสัจ 4 ประการนั่นเอง เป็นผลให้พระองค์ทรงรู้และเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างจนสามารถบรรลุถึงความบริสุทธิ์สิ้นเชิงได้สมพระมโนปณิธาน

สรุปแล้ว ที่ว่าตรัสรู้อริยสัจ 4 คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ด้วยอาการที่ทรงเจริญ สมถภาวนา ทำจิตให้เป็นสมาธิจนได้บรรลุฌานทั้ง 4 และ ญาณ 3 มาโดยลำดับ หมายเหตุ "อริยสัจ" คือในความหมายของข้อความต่อไปนี้
  - ความจริงของพระอริยะอย่าง
  - ความจริงที่ให้สำเร็จเป็นพระอริยะอย่าง
  - ความจริงที่พระอริยเจ้าทั้งหลายรู้แจ้งแทงตลอดอย่าง
  - ความจริงที่จริงแท้ไม่แปรผันเป็นอย่างอื่นอย่าง

พระนามพิเศษ
"อรหํ" และ "สมมาสมพุทโธ" 2 บทนี้ เป็นพระนามใหญ่ของพระองค์ ไม่มีใครตั้งให้ แต่เป็นเนมิตกนาม คือนามที่เกิดขึ้นตามเหตุแห่งลักษณะและคุณสมบัติ ที่ได้พระนามว่า "อรหํ" เพราะพระองค์เป็นผู้ควรและเป็นผู้บริสุทธิ์จากกิเลส ที่ได้พระนามว่า "สมมาสมพุทโธ" เพราะพระองค์ตรัสรู้ได้โดยลำพังพระองค์เอง ไม่มีใครสอนให้ หากจะกล่าวว่าอาฬารดาบสและอุททกดาบสสอนให้ก็ไม่ได้ เพราะวิชาที่พวกเขาสอนให้นั้นยังอยู่ในโลกีย์ ซึ่งยังไม่ถึงขั้นที่จะตรัสรู้ได้


จากหนังสือ พุทธประวัติ ฉบับมาตรฐาน คู่มือสำหรับนักเรียน นักธรรมและธรรมศึกษาชั้นตรี
เรียบเรียงโดย คณาจารย์แห่งโรงพิมพ์เลี่ยงเชียง
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://greenmusic.org
Tell a Friend

วิธีการชําระเงินผ่านทางธนาคาร
ธนาคารชื่อบัญชีประเภทบัญชีสาขาเลขที่บัญชี
ธนาคารกรุงเทพธนาคารกรุงเทพ
บริษัท กรีน มิวสิค จำกัดออมทรัพย์สาขาถนนตากสิน158-0-86867-5
ธนาคารกรุงไทยธนาคารกรุงไทย
บริษัท กรีน มิวสิค จำกัดออมทรัพย์สาขาเซ็นต์หลุยส์186-0-00754-6
ธนาคารกสิกรไทยธนาคารกสิกรไทย
บริษัท กรีน มิวสิค จำกัดออมทรัพย์สาขา ถนนจันทน์715-2-42421-8
Green Music Co., Ltd.
46 ซ.สมเด็จพระเจ้าตากสิน 13 ถ.สมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กทม. 10600 กรุงเทพมหานคร ไทย
โทรศัพท์: 02-8609036 แฟกซ์: 02-7417549 มือถือ: 081-3147547
เว็บไซต์: http://greenmusic.co.th
ดูแผนที่ร้านผ่าน Google Earth
อีเมล์ติดต่อกับร้านค้า
หัวเรื่อง : *
ชื่อของคุณ : *
อีเมล์ของคุณ : *
รายละเอียด : *
 
Page Views Shop: