อิออนลบ คือ อะไร? (อ้างอิงมาจาก http://minusion.exteen.com)
เรามาทำความรู้จักกับอิออนก่อนดีกว่า ว่ามัน คืออะไร?
อิออน คือ อนุภาค หรือประจุ (ซึ่งจะมีคุณสมบัติคล้ายกับไฟฟ้า) ซึ่งจะมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ อิิออนบวก และ อิออนลบ โดยทั้ง 2 อิออนนั้นก็จะทำหน้าที่คนละด้านกัน ซึ่งอิออนบวกนั้นจะเป็นอนุภาคที่ไม่เสถียร ซึ่งจะขาดอิเล็คตรอน และอิออนบวกนั้น จะทำให้ตัวเองเสถียร โดยการดึงอนภาคจากสภาพแวดล้อม เช่น หากเกิดกับเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ก็จะทำให้เซลล์เสียสมดุลไป ทำให้เกิดอาการผิดปกติบางอย่าง รุนแรงมากๆ ก็อาจเป็นโรคต่างๆ เช่น อาการหืดหอบ ความดันในกระแสเลือด ความอ่อนล้าอ่อนเพลีย และยังมีอาการข้างเคียงอีกมาก และสถานที่ที่มีปริมาณอิออนบวกอยู่มากได้แก่ บริเวณอุตสาหกรรม จุดที่มีการเผาไหม้ หรือแม้แต่ในสำนักงาน(โดยเฉพาะเครื่องถ่ายเอกสาร) ต่างมีปริมาณอิออนบวกที่สูง
แล้วทีนี้อิออนลบ (Minus Ion, Negative Ion) คือ อะไร? อิออนลบนั้น จะทำงานตรงข้ามกับอิออนบวก โดยจะเข้ามาป้องกันหรือทำให้อิออนบวกสมดุล ซึ่งกับร่างกายเราแล้วนั้น อิออนลบจึงเสมือนวิตามินที่มีอยู่ในอากาศนั่นเอง แต่ทั้งนี้แล้วนั้น อิออนลบเองนั้นไม่สามารถอยู่ในอาการได้นานนักก็จะสลายตัวไป และเจ้าอิออนลบนี้สามารถพบได้ตามป่าเขา โดยเฉพาะในบริเวณน้ำตกจะมีปริมาณของอิออนลบที่สูง และมีธาตุบางอย่างในธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการปล่อยเจ้าอิออนลบนี้ได้ ซึ่งธาตุตัวนั้นคือ ทัวร์มารีน (Tourmaline) ซึ่งปกติแล้วธาตุชนิดนี้หรือก็คือหินอัญมณีชนิดหนึ่ง ในสภาพปกติก็ไม่สามารถแผ่อิออนลบได้มากนัก จำเป็นต้องมีกระบวนการทางวิทยาศาสร์ช่วยด้วยจึงจะสามารถเพิ่มอัตราในการแผ่ อิออนลออกมาได้มากขึ้น
คุณสมบัติของอิออนอย่างหนึ่งที่เด่นชัด คือ การแผ่หรือ การแพร่กระจายนั้นจะเหมือนกับรังสีต่างๆยกตัวอย่างเช่น หากนำน้ำหอมมาใส่ในถุงพลาสติกอย่างมิดชิดแล้ว เราก็ไม่สามารถดมกลิ่นได้ หรือหลอดไฟที่ใส่ในกล่องทึบ เราไก็ไม่สามารถมองเห็นแสงได้ แต่รังสีนั้นสามารถแผ่ผ่านวัตถุต่างๆมาได้ ฉะนั้นในภาพยนตร์ฮอลีวู้ดจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ในการป้องกันรังสีโดยเฉพาะ ซึ่งนั่นคือรังสีที่มีอันตรายและรุนแรง แต่อิออนลบนั้นมีประโยชน์ แถมยังสลายตัวในอากาศง่ายอีกด้วย
ปัจจุบันบริษัทต่างๆ ได้นำเทคโนโลยีในการใช้อิออนลบกันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นในเครื่องฟอกอากาศ เครื่องปรับอากาศ ซึ่งไม่น่าแปลกใจมากนักเพราะถือว่าเกี่ยวเนื่องโดยตรง แต่ช่วง 3-4 ปีมานี้มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับอิออนลบออกมามากขึ้น ที่น่าแปลกใจก็น่าจะคือ ผ้าอนามัยซึ่งมีแผ่นอิออลบมาด้วย หรือแม้แต่เครื่องประดับสำหรับการสวมใส่ หรือนาฬิกาข้อมือเองก็ตาม โดยในต่างประเทศเองจะเห็นนักกีฬาต่างๆ ใส่กันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาขับรถแข่ง เทนนิส กอล์ฟ เพราะมีบทวิจัยหลายตัวที่สนับสนุนว่า อิออนลบและ Far Infrared Ray (รังสีอินฟาเรดแบบหนึ่งที่มีประโยชน์กับร่างกาย) สามารถช่วยในการผ่อนคลาย ลดความเครียด ซึ่งจะช่วยปรับระดับความถี่ของคลื่นอัลฟาในสมอง หรือจากที่เห็นในเว็บไซต์บางแห่งนักกีฬาชื่อดังอย่าง David Beckham เองก็ยังใช้ด้วย
จริงหรือหลอก?
ดูจากคุณสมบัติของสินค้าที่มีในตบาดเองแล้วนั้น บางทีก็รู้สึกว่ามันอาจจะเชื่อได้ยาก เพราะเพียงแค่นำมาสวมแล้วสุขภาพก็จะดีขึ้นได้เลยหรือ? ผมคิดว่ามันคงไม่ใช่ทุกอย่างของสุขภาพ เพราะมันเป็นเพียงแค่อีกหนึ่งปัจจัยในการส่งเสริมสุขภาพ เพราะถ้าหากใครยังคงสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ไม่ออกกำลังกาย ไม่พักผ่อน ยาวิเศษก็คงจะช่วยเหลือได้ยาก เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้
ช่วงหนึ่งที่กระแสของเหรียญแม่เหล็กเป็นที่โด่งดังมาก ทั้งๆที่มีเอกสารหรือข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รับรองน้อยมากๆ ทำให้หลายคนเองก็ไม่อยากเชื่อ ดูแล้วเหมือนเจ้าของผลิตภัณฑ์พยายามจะชักจูงคนด้วยวิธีการต่างๆนานา ด้วยเรื่องที่เหลือเชื่อต่างๆ ไม่ว่าจะรักษาได้สารพัดโรค (ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องหลอกลวงแน่นอน) ทำให้เกิดพละกำลังมากมาย(มักแสดงโดย ให้ผู้รับการสาธิตกางแขนออกแล้วก็ผู้สาธิตนำมือมากดแขนลง และหลังจากนั้นก็ให้ผู้ถูกสาธิตจับสินค้าของเขาไว้ แล้วให้กางแขนอีกครั้ง ทีนี้พอจะกดแขนก็จะกดได้ยากขึ้นซึ่งจริงๆแล้วจะกำอะไรก็เหมือนกัน เพราะมันเป็นวิธีการทางจิตวิทยาเท่านั้นเอง)
คำถามที่ผมมักถูกถามถึงบ่อยๆ ก็คือ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า อากาศหรือสิ่งของรอบตัวเรานี้มีเจ้าอิออนลบนี้อยู่มากน้อยแค่ไหน? เพราะเราเองก็คงไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอยู่แล้ว อีกทั้งก็ไม่มีทั้งกลิ่นให้เราดมได้ ซึ่งทำให้มีสินค้าหลายอย่าง (โดยเฉพาะพวกของปลอม) มักจะบอกว่าปล่อยได้อย่างนั้น อย่างนี้ ซึ่งผู้บริโภคอย่างเราๆ จะรู้ได้อย่างไร
อิออนลบไม่ใช่ไฟฟ้าสถิตที่บางคนมีการสาธิต โดยนำใกล้บริเวณขนแล้วจะเห็นว่าขนถูกดูดไปติดกับสินค้า ซึ่งจริงๆ ลองเอาไม้บรรทัดมาถูๆสักพัก ก็เป็นอย่างนี้ได้เหมือนกัน ซึ่งนั่นคือ "ไฟฟ้าสถิต" ซึ่งแตกต่างจากอิออนลบ
ปัจจุบันการวัดอิออนลบนั้นได้มีเครื่องทางวิทยาศ่สตร์สำหรับการตรวจวัดได้ แล้ว ซึ่งก็มีอยู่หลายรุ่นหลายแบบที่สามารถวัดได้ระเลียดและแม่นยำแตกต่างกันไป จากประสบการณ์ได้มีโอกาสใช้เครื่องหนึ่ง ตามรูปด้านล่างนี้
ซึ่งเครื่องนี้สามารถถือพกพาได้ แต่ราคาก็นับว่าสูงมากอยู่เหมือนกัน ราวๆที่ 80,000 บาท โดยสามารถอ่านรายละเอียดเครื่องนี้ได้ที่ http://www.n-ion.com/e/product/ion-counter/com-3010-pro.html ซึ่งเครื่องนี้ผลิตในประเทศญี่ปุ่นเพราะที่ญี่ปุ่นเรื่องอิออนลบเป็นที่แพร่หลายกันมาก
เครื่องดังกล่าวจะทำการวัดปริมาณอิออนลบที่อยู่ในอากาศ โดยจะแสดงผลเป็นตัวเลขดิจิตอล ซึ่งค่าปริมาณอิออนลบที่อยู่ในช่วงแนะนำควรอยู่ที่ 1,500 - 2,000 ion/cc
ผมเลยลองมาวัดกับ สายรัดข้อมือตามท้องตลาดดูเล่นๆ ว่ามีปริมาณอิออนลบอยู่เท่าไหร่ ... ตามคาด ศูนย์เลยครับ แล้วทีนี้ผมลองนำสายรัดข้อมือของ IMAZINE มาวัดดู ปรากฎว่าค่าอยู่ที่ 1,726 ion/cc (แอบคิดเหมือนกันว่า ถ้ามันไม่มีนะ..หึหึ..แต่ดันมีซะได้)แล้วลองนำมาวัดทั้งๆที่อยู่ในกล่อง สินค้าเลย (ไม่ได้แกะกล่อง) ค่าที่ได้อยู่ที่ 1,365 ion/cc (สงสัยจะห่างและมีพลาสติกบัง) อืม...ทะลุของได้เหมือนที่รู้จักทางทฤษฎีจริงๆ และจะลดน้อยลงไป