|
"ลูกชิ้นปลากรายทอดร้อนๆจ้า......" คุณคงจะได้ยินคนตะโกนร้องเรียกให้ซื้อสินค้าลักษณะแบบนี้
บ้างไม่มากก็น้อย และแน่นอนผมคือคนนึงที่ร้องเรียกลูกค้าแบบนี้
เหมือนกันทั้งตอนที่ไปช่วยสาขาย่อยเรียกลูกค้าและตอนที่ไปออกงาน
แสดงสินค้าต่างๆ เพื่อให้ทุกคนหันมาไม่ต้องซื้อหรอกครับ แค่ชิมและติชมแนะนำ ผมก็มีความสุขแล้ว คำให้สัมภาษณ์จาก คุณ
เจตุบัญชา อำรุงจิตชัย ผู้ก่อตั้ง หจก. สยามรีครีเอชั่นซัพพลาย เป็นบริษัทจำหน่ายอาหารแปรรูปจากปลา และให้บริการในส่วนของแฟรนไชส์ลูกชิ้นปลากรายทอดในแบรนด์ ลูก-ชิ้น-จัง ที่พร้อมแล้วที่จะเชื้อเชิญทุกท่านที่สนใจเข้ามาเป็นส่วนร่วมกับเราภายใต้
ระบบการจัดการที่ดี ทีมงานบริการใกล้ชิดเหมือนญาติสนิทที่คุณจะได้แต่รอยยิ้มกลับมา
เมื่อได้เจอกับพวกเขา " เรื่องลูกชิ้น...ให้ผมจัดการนะครับ"ลูกชิ้นปลากรายทอด ต่อยอดสูตร 20 ปีรุกแฟรนไชส์
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 10 กันยายน 2551 09:03 น.
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฉบับวันที่ 10 กันยายน 2551
เมื่อทายาทธุรกิจอย่าง “เจตุบัญชา อำรุงจิตชัย” วัย 28 ปี เข้ามาสานต่อธุรกิจผลิตลูกชิ้นปลากรายของครอบครัว ได้ขยายช่องทางตลาด จากเดิมแค่ขายส่งอย่างเดียวสู่การสร้างเครือข่ายแฟรนไชส์ ในชื่อ “ลูกชิ้นจัง” หวังเป็นฐานปล่อยวัตถุดิบกว้างขึ้น โดยชูจุดเด่นสูตรดั้งเดิมครองใจลูกค้ามากว่า 20 ปี
เจตุบัญชา อำรุงจิตชัย
เจตุบัญชา อำรุงจิตชัย เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ลูกชิ้นปลากรายทอด ยี่ห้อ “ลูกชิ้นจัง” เล่าให้ฟังว่า ครอบ ครัวทำธุรกิจผลิตลูกชิ้นปลามานานกว่า 20 ปี โดยเปิดโรงงานอยู่ที่มหาชัย เน้นผลิตเพื่อขายส่งให้แก่ร้านลูกชิ้นปลาทอดและร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าดังใน กรุงเทพฯ มากกว่า 10 แห่ง เช่น ย่านเยาวราช และตลาดวังหลัง เป็นต้น
ทั้งนี้ เมื่อตัวเขา ก้าวมาช่วยธุรกิจครอบครัว อยากจะขยายตลาด จากเดิมขายส่ง 100% ไม่มีแบรนด์ เปลี่ยน มาสู่การขายปลีกด้วยตัวเองควบคู่กันไป ภายใต้ตรายี่ห้อ “ลูกชิ้นจัง” เน้นขยายฐานการปล่อยวัตถุดิบด้วยกลยุทธ์สร้างเครือข่ายแฟรนไชส์
“ถ้าโรงงานจะเปิดตัวขายปลีกเองเลย แน่นอนว่า ราคาจะถูกกว่าที่ลูกค้าขาประจำซื้อไปขายต่อ แต่ในแง่ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เพราะเท่ากับขายตัดราคาคู่ค้าที่ซื้อขายกันมานับ 10 ปีเติบโตมาด้วยกัน ดังนั้น การขยายตลาด เลือกสร้างแบรนด์ใหม่ ซึ่งไม่ต้องไปแข่งกับลูกค้าดั้งเดิมของเรา โดยสร้างเครือข่ายแฟรนไชส์ มีเป้าหมายหลักป้อนวัตถุดิบลูกชิ้นปลากรายส่งให้แก่แฟรนไชส์เหล่านี้” ทายาทธุรกิจ ระบุ
สำหรับจุดเด่นของสินค้า เจตุบัญชา ระบุไปที่ความอร่อยของลูกชิ้นที่เป็นสูตรลับ สืบทอดกันมานาน มีส่วนผสมประกอบด้วยเนื้อปลากราย ประมาณ 60% ปลาอื่นๆ ประมาณ 20-30% และแป้งประมาณ 10-20% ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP , ISO และ อย. อีกทั้ง มีศักยภาพการผลิตมากกว่าวันละ 1,000 กิโลกรัม รองรับความต้องการของลูกค้าได้เพียงพอ
นอกจากนั้น เมื่อมองถึงภาพรวมของตลาด ปัจจุบัน ยังไม่มีรายใด
คีออส ขนาด 1.5 เมตร
นำเสนอแฟรนไชส์ลูกชิ้นปลากรายทอดอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงรถเข็นที่ถูกตั้งคำถามถึงความสะอาดปลอดภัย ทำให้แบรนด์ “ลูกชิ้นจัง” มีความโดดเด่นกว่าสินค้าในท้องตลาด
“ทุก วันนี้ รถเข็นที่ขึ้นป้ายว่า ลูกชิ้นปลากราย 100% สูตรเยาวราช ในความเป็นจริง มีน้อยรายมาที่จะเป็นปลากราย 100% จริง ส่วนที่บอกว่า สูตรเยาวราช ความจริงแล้ว แทบทุกร้านในเยาวราชก็รับลูกชิ้นปลามาจากมหาชัย ดังนั้น เชื่อได้ว่า ความอร่อย และสดใหม่ของลูกชิ้นจังโดดเด่นกว่าที่ขายตามท้องตลาดแน่นอน”
ทอดกันร้อนๆ
เจตุบัญชา เผยต่อว่า ใช้ทุนเบื้องต้น เพื่อสร้างธุรกิจ “ลูกชิ้นจัง” ทั้งค่าออกแบบ และผลิตคีออสต้นแบบ ค่าบรรจุภัณฑ์ รวมถึงทำตลาด ประมาณ 2 แสนบาท เริ่มเปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน 2551 ที่ผ่านมา แผนธุรกิจในเบื้องต้น เริ่มจากเปิดโอกาสให้ผู้สนใจมาร่วมเป็นหุ้นส่วนแฟรนไชส์ โดยเงินลงทุนพร้อมเริ่มธุรกิจ มีให้เลือก 4 รูปแบบ คือ
1.ชุดประหยัดลูกค้ามีหน้าร้านอยู่แล้ว หรือประสงค์ ที่จะจัดหาอุปกรณ์การขายเอง เงินลงทุน แค่ 3,000 บาท ครับ
2.คีออสขนาด 80 ซม. ลงทุน 15,900 บาท
3.คีออสขนาด 1.2 เมตร ลงทุน 21,500 บาท
4.คีออสขนาด 1.5 เมตร ลงทุน 24,000 บาท
ปัจจุบัน มีสาขาประมาณ 20 แห่ง กระจายอยู่ย่านชุมชนในกรุงเทพฯ เช่น ท่าน้ำศิริราช ตลาดพระราม 5 ประชานิเวศ์ จตุจักร สนามหลวง 2 ตลาดบางเขนเป็นต้น สำหรับหลักเกณฑ์แฟรนไชส์นั้น กำหนดว่า ก่อนจะขายจริง จะจัดอบรมการทอด และวิธีเก็บรักษาวัตถุดิบ อีกทั้ง กำหนดต้องซื้อลูกชิ้นปลากราย และน้ำจิ้มจากส่วนกลางเท่านั้น ในราคาส่ง ลูกชิ้น กิโลกรัมละ 65 บาท ต้องสั่งอย่างต่ำ 2 วันต่อหนึ่งครั้ง ส่วนน้ำจิ้มส่งในราคา 35 บาทต่อกิโลกรัม
กินคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด
เจ้าของธุรกิจ อธิบายต่อว่า กำหนดราคาขายปลีกของแฟรนไชส์ซีไว้ที่ 7 ลูก 20 บาท โดย เฉลี่ย 1 กิโลกรัม แฟรนไชส์ซีจะมีกำไรจากราคาส่ง ยังไม่หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเช่า และค่าพนักงาน ประมาณ 45% ถ้าสามารถขายได้วันละ 40 กิโลกรัม จะมีรายได้ 1,500 – 1,800 บาท สามารถคืนเงินลงทุนได้ในเวลา 1-2 เดือนขึ้นอยู่กับทำเล
“ลูกชิ้น เป็นอาหารที่กินเล่นได้ง่ายๆ กลุ่มลูกค้ากว้างตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ ถ้าทำเลเหมาะสมยอดขายวันละ 40 กิโลกรัม ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำได้ ดูจากแฟรนไชส์ซีที่เปิดไปแล้วแทบทุกรายสามารถทำยอดนี้ได้ และยิ่งดูยอดขายจากลูกค้าดั้งเดิมที่รับลูกชิ้นของเราเป็นประจำ มียอดขายวันละ ไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัม” เจตุบัญชา กล่าวเสริม
แบบใส่ซองเตรียมเข้าห้างฯ
สำหรับแผนธุรกิจก้าวต่อไปนั้น ทายาทธุรกิจ เผยว่า พยายามเดินสายเปิดตัวสินค้าตามงานแฟร์ต่างๆ เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากที่สุด ตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้ (2551) มีแฟรนไชส์ “ลูกชิ้นจัง” กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ประมาณ 13-14 สาขา ทั้งย่านชุมชน และห้างสรรพสินค้าต่างๆ ส่วนอนาคตอยากขยายให้ทั่วทุกจังหวัด นอกจากนั้น ภายในสิ้นปีนี้ เตรียมนำผลิตภัณฑ์ “ลูกชิ้นจัง” แบบบรรจุซอง ราคา 28 บาท (150 กรัม) วางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เกตตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปด้วย
*************
ตารางธุรกิจแฟรนไชส์ “ลูกชิ้นจัง”
- ลงทุน 4 ระดับ คือ 3,000 บ. 15,900 บ. 21,500 บ. และ 24,000 บ.
- ต้องรับวัตถุดิบลูกชิ้นปลากราย (65 บ./กก.) และน้ำจิ้ม (35 บ/กก.)
- ขายปลีก 7 ลูก 20 บ. กำไรต่อหน่วยประมาณ 45%
- คาดการณ์คืนทุนใน 1 เดือน
**************************************
http://look-chin-jung.hi5.com
www.look-chin-jung.com
โทร.0-2412-7764,08-6331-3997,08-1913-1032
|