|
|
เรือประจัญบาน Tirpitz ขนาด 1/350 จาก Minihobby
รหัสสินค้า: 000026
ราคา 1,480.00 บาท
รายละเอียด:
ค่าหีบห่อและนำส่งพัสดุ 80 บาท ( ถ้าเป็น พกง.130 บาท )
|
|
|
เรือ BISMARCK ขนาด 1/350 ของ Revell
รหัสสินค้า: 000031
ราคา 3,915.00 บาท
รายละเอียด: ค่าหีบห่อและนำส่งพัสดุ 100 บาทหรืบริการพกง. 150 บาท
|
|
|
เรือบรรทุกเครื่องบิน Hornet ขนาด 1/350 ของ Trumpeter
รหัสสินค้า: 000032
ราคา 3,335.00 บาท
รายละเอียด: ค่าหีบห่อและนำส่งพัสดุ 100 บาท หรือบริการพกง. 150 บาท
|
|
|
เรือประจัญบานชั้น Bismark ของเยอรมัน ขนาด 1/350 มี 2 แบบ
รหัสสินค้า: 000033
ราคา 2,100.00 บาท
รายละเอียด: ขนาดโมเดล กว้าง x ยาว = 10 ซม. x 71 ซม
มีให้เลือก 2 แบบ คือ
1. เรือประจัญบาน บิสมาร์ก ( Bismark )
เรือประจัญบานเยอรมันที่มีชื่อเสียงที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวเรือออกแบบได้อย่างสวยงามและมีความคงทนต่อการโจมตีมากที่สุด เรือบิสมาร์กได้สร้างชื่อเสียงจากการเข้าทำยุทธนาวีกับเรือประจัญบานที่ดีที่สุดของอังกฤษในขณะนั้นคือ เรือฮูด ( Hood ) ด้วยการยิงเพียงครั้งเดียว กระสุน 15.1 นิ้วจากป้อมปืนทั้ง 4 ได้เจาะเข้ากลางลำของเรือฮูดและเกิดระเบิดอย่างรุนแรง ทำให้เรือฮูดหักกลางลำและจมลงสู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างรวดเร็วในการรบที่เดนมาร์ก ( Battle of the Denmark Strait)
แต่หลังจากนั้นเรือบิสมาร์กก็ถูกล่าเพื่อล้างแค้นจากกองเรือของอังกฤษ ซึ่งมีทั้งเรือลาดตระเวนหนัก , เรือประจัญบานและเรือบรรทุกเครื่องบิน หลังจากถูกโจมตีทางอากาศโดยฝูงบิน Swardfish จากเรือ Ark Royal หางเสือของเรือบิสมาร์กได้รับความเสียหายจากตอร์ปิโด ทำให้ไม่สามารถแล่นไปไหนได้ กองเรือของอังกฤษจึงติดตามมาได้ทันและเข้ารุมกินโต๊ะ ในที่สุดหลังจากยืนหยัดต่อสู้อันยาวนาน จนกระทั่งป้อมปืนสุดท้ายได้เงียบเสียงลง เรือบิสมาร์กก็ต้องลงไปนอนที่ก้นทะเลเช่นเดียวกับเรือฮูด
2.เรือประจัญบานเทอปิทซ์ ( Tirpitz
ดูรายละเอียดของโมเดลตามลิงค์
ค่าหีบห่อและนำส่งพัสดุ 80 บาท หรือบริการพกง. 130 บาท
|
|
|
เรือประจัญบานอังกฤษชั้น KING GEORGE V ขนาด 1/350 มี 2 แบบ
รหัสสินค้า: 000034
ราคา 2,100.00 บาท
รายละเอียด: ขนาดโมเดล กว้าง x ยาว = 10 ซม. x 65 ซม
มีให้เลือก 2 แบบคือ
1.เรือคิงก์ จอร์ท ไฟว์ ( King Groge IV )
2.เรือ ปรินซ์ ออฟ เวลว์ ( Prince of Wales )
ค่าหีบห่อและนำส่งพัสดุ 80บาท หรือบริการพกง. 130 บาท
ดูรายละเอียดของโมเดลตามลิงค์
ประวัตเรือปรินซ์ออฟเวลว์
เรือปริ๊นซ์ออฟเวลล์ ( Prince of Wales) เป็นเรือประจัญบานรุ่นใหม่ของอังกฤษชั้นเดียวกับเรือคิงยอร์ทที่ 5 ( King George IV ) ติดตั้งปืนใหญ่ 14 นิ้ว มีระวางขับน้ำ 43,786 ตัน มีประวัติในการทำการรบกับเรือบิสมาร์กและปริ๊นซ์อูเก้นของเยอรมันในการรบที่ช่องแคบเดนมาร์ก ร่วมกับเรือประจัญบานฮูด ซึ่งในการรบครั้งนี้เรือฮูดได้ถูกจมไป ส่วนเรือปริ๊นซ์ออฟเวลล์ เองก็ได้รับความเสียหาย จากคมกระสุนจากเรือบิสมาร์กเช่นกัน ถึง 7 แหน่ง แต่สามารถรอดมาได้จากการใช้ม่านควันกำบัง นอกจากนี้ยังได้ฝากรอยแผลไว้ให้กับเรือบิสมาร์กเช่นเดียวกันถึง 3 แผล โดยเฉพาะถังเชื้อเพลิงทำให้เรือบิสมาร์กต้องถอนตัวออกจากการรบและล่าถอยไป แต่เธอก็ยังไม่ลดละความพยายามในการติดตามเรือบิสมาร์ค ร่วมกับเรือซัฟโฟลค ( Suffolk )เพื่อหาทางแก้แค้นให้กับเรือฮูด จนกระทั่งเชื้อเพลิงเหลือน้อยจึงต้องเลิกการติดตามและกลับไปซ่อมแซม ปล่อยให้เรือลำอื่นๆ ของอังกฤษไปรุมสกัมเรือบิสมาร์คต่อไป
ภารกิจต่อมาของเธอคือการพา นายกฯเชอร์ชิลของอังกฤษไปพบกับประธานาธิบดีรูสเววของสหรัฐฯเพื่อเจรจาขอความช่วยเหลือในการต่อสู้กับเยอรมัน หลังจากนั้นจึงทำหน้าที่คุ้มกันขบวนคอนวอยในทะเลเมดิเตอเรเนียน สามารถทำลายเครื่องบินอิตาลีได้หลายลำ
ต่อมาญี่ปุ่นแสดงท่าทีชัดเจนที่จะบุกสิงคโปร์ซึ่งขณะนั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เธอจึงถูกส่งมาขัดขวางการยกพลขึ้นบกของกองเรือญี่ปุ่น ที่จะมาขึ้นฝั่งที่ตอนใต้ของไทย ร่วมกับเรือลาดตระเวนนักรีพัสซ์ ( Repulse) แต่ไม่สามารถค้นหากองเรือญีปุ่นได้จึงหันหัวเรือกลับสิงคโปร์ แต่เรือดำน้ำญี่ปุ่น I-65 ตรวจพบเธอเสียก่อน จึงแจ้งข่าวไปยังฐานบินที่อยู่ในไซ่ง่อน ของเวียดนาม ในเช้าวันที่ 10 ธ.ค.1941 ( พ.ศ.2484) เครื่องบินทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดของญีปุ่นจำนวน 86 ลำจึงบินมาจากไซ่ง่อน พุ่งตรงมาที่กองเรืออังกฤษ และทำการโจมตีเรือพรินซ์ออฟเวลล์ จนกระทั่งจมลงสู่ก้นอ่าวไทย โดยญีปุ่นเสียเครื่องบินไปเพียง 3 ลำเท่านั้น เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกว่า ยุคของเรือประจัญบานได้จบสิ้นลงแล้วในสงครามทางทะเลโดยมีเครื่องบินเข้ามาแทนที่
|