ภาษาไทย

สำนักงานพีดีการบัญชี

454/185 ถ.จรัลฯ บางพลัด กทม.10700 โทร 02-4350817  086-5007345   087-5511265

EMAIL P.CHAT2502@YAHOO.COM       P.CHATCHAWRAN@HOTMAIL.COM



เริ่มต้นธุรกิจของคุณกับเรา

ยินดีต้อนรับสู่สำนักงาน พีดีการบัญชี
เราคือ
สำนักงานบัญชีมาตรฐาน บริการด้านจดทะเบียนธุรกิจ,
วางระบบบัญชี,รับทำบัญชี,ตรวจสอบบัญชี,วางแผนภาษี,จำหน่ายโปรแกรมบัญชี, จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า,ที่ปรึกษากฎหมายพร้อมบริการท่านด้วยทีมงานมืออาชีพ


บริการของเรา

ประเภทการบริการ

ลักษณะการบริการ

 - ตรวจสอบบัญชี

  • ตรวจสอบบัญชีประจำปี
  • ตรวจสอบภายใน

 - บัญชี

  • จัดทำบัญชีและงบการเงิน
  • จัดทำประกันสังคม

 - โปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชี

  • ที่ปรึกษาในการเลือกใช้โปรแกรม
  • ติดตั้งและพัฒนาการใช้งาน

 - ภาษีอากร

 

  • จดทะเบียนด้านภาษี
  • ที่ปรึกษาและวางแผนภาษี
  • แก้ไขปัญหาด้านภาษี
  • จัดทำแบบเพื่อยื่นภาษี
  • ตรวจสอบด้านภาษี

 - ที่ปรึกษาการจัดการ

  • วางระบบบัญชี
  • สอบทานการปฏิบัติ และการควบคุมภายใน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไข

 - จดทะเบียนพาณิชย์

  • จดทะเบียนจัดตั้ง  เปลี่ยนแปลงแก้ไขและเลิกกิจการ
  • รับจดทะเบียนพาณิชย์ทุกประเภท

บริหารงานโดย

ว่าที่พันตรีชัชวาลย์ ผลดีนานาและทีมงานมืออาชีพ

เวปที่มีประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ

สรรสาระนักบัญชี ประมวลรัษฎากร
<กระทรวงพาณิชย์ ข่าวจากกรมสรรพากร
<กรมสรรพากร หางาน (Jobsdb , jobpilot., thailandjobsite , กระทรวงแรงงานฯ)
<สมาคมนักบัญชี ประกันสังคม
<ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมศุลกากร
<ตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงอุตสาหกรรม
<คลีนิคนักบัญชี ค้นหาเบอร์โทรศัพท์

  สำนักงานบัญชี พีดีการบัญชี


เริ่มต้นธุรกิจอย่างไร

รูปแบบธุรกิจ แบ่งออกเป็นดังนี้

บุคคลธรรมดา/ร้านค้า 
 เป็นกิจการที่มีเจ้าของเพียงคนเดียว ทำให้มีอิสระในการดำเนินงานและการตัดสินใจได้อย่างเต็มที่ ผลกำไรที่เกิดขึ้นไม่ต้องแบ่งให้ใคร แต่ต้องรับผิดชอบในหนี้สินของกิจการเพียงผู้เดียวด้วย    
วิธีการจดทะเบียน
         
 การจัดทำบัญชีและเสียภาษ   ข้อดีของกิจการในรูปแบบนี้คือไม่ต้องยุ่งยากในการจัดทำบัญชี แต่ต้องเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าตามฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ห้างหุ้นส่วนสามัญ/คณะบุคคล  เป็นกิจการที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตกลงทำกิจการร่วมกันและแบ่งกำไรกันระหว่างกัน ซึ่งหุ้นส่วนทุกคนจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในหนี้สินของกิจการโดยไม่จำกัดจำนวน     วิธีการจดทะเบียน
        
 การจัดทำบัญชีและเสียภาษ  ไม่ต้องยุ่งยากในการจัดทำบัญชี ซึ่งเหมือนกับบุคคลธรรมดาเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าตามฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่แยกออกจากตัวบุคคล ถือเป็นบุคคลอีกคนหนึ่งตามมาตรา 56 วรรค(2) ของประมวลรัษฏากร 
ห้างหุ้นส่วนจำกัด  การจัดตั้งห้างหุ้นส่วนชนิดนี้จะต้องจดทะเบียนนิติบุคคลตามกฏหมาย ผู้เป็นหุ้นส่วนสามารถโอนหุ้นให้บุคคลอื่นได้ไม่เหมือนกับห้างหุ้นส่วนประเภทแรก ลักษณะของห้างหุ้นส่วนประเภทนี้จะมีผู้เป็นหุ้นส่วน 2 ประเภทด้วยกัน คือ หุ้นส่วนที่เป็นต้องรับผิดชอบในหนี้สินของกิจการไม่จำกัดจำนวน และหุ้นส่วนที่รับผิดชอบในหนี้สินของกิจการจำกัดจำนวนไม่เกินจำนวนเงินที่ตนได้ลงทุนไป     วิธีการจดทะเบียน
      
การจัดทำบัญชีและเสียภาษ   มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีเหมือนกรณีตั้งบริษัท และเสียภาษีตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ร้อยละ 15 - 30
บริษัทจำกัด  การจัดตั้งกิจการจะต้องมีผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 7 คน โดยการแบ่งเงินลงทุนออกเป็นหุ้น มีมูลค่าหุ้นละเท่าๆกัน ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดไม่เกินจำนวนค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ ดำเนินกิจการโดยคณะกรรมการบริษัท ทำให้มีความน่าเชื่อถือมากกว่ากิจการประเภทอื่น     วิธีการจดทะเบียน
     
 การจัดทำบัญชีและเสียภาษ   มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี และเสียภาษีตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ร้อยละ 15 - 30

สำนักงาน พีดีการบัญชี สามารถช่วยท่านได้โดยมีบุคคลากรและทีมงานไว้คอยให้บริการท่าน
โทร. 086-5007345     02-4350817
 

 

ด้านบัญชี

ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ตาม พรบ.การบัญชี 2543 คือ ผู้มีหน้าที่จัดให้มีการทำบัญชี ประกอบด้วย

ประเภทธุรกิจ ผู้รับผิดชอบ
* บริษัทจำกัด กรรมการ
* ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน หุ้นส่วนผู้จัดการ
* บุคคลธรรมดา เจ้าของหรือผู้จัดการ

หน้าที่และความรับผิดชอบ ที่สำคัญของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี

ดำเนินการ โทษ
* จัดให้มีผู้ทำบัญชี

ปรับไม่เกิน10,000 บาท

* จัดให้มีการทำบัญชี

ปรับไม่เกิน30,000 บาท

* ส่งมอบเอกสารประกอบการลงบัญชี

ปรับไม่เกิน30,000 บาท

* ปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือน

ปรับไม่เกิน10,000 บาท

* จัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบ

ปรับไม่เกิน20,000 บาท

* ื่นงบการเงินต่อสนง.กลางบัญชี

ปรับไม่เกิน50,000 บาท

* เก็บรักษาบัญชีและเอกสาร

ปรับไม่เกิน5,000 บาท

   
สำนักงาน พีดีการบัญชี สามารถช่วยท่านได้โดยมีบุคคลากรและทีมงานไว้คอยให้บริการท่าน
โทร. 086-5007345     02-4350817

งานบริการของทางสำนักงาน

 

1. มี "ผู้ทำบัญชี"ที่มีคุณสมบัติ และเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

2. ีการทำบัญชีโดยจัดทำสมุดบัญชีรายวันต่าง ๆ ให้ครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมายบัญชีและกรมสรรพากรกำหนด

3. รับมอบเอกสารประกอบการลงบัญชีทุกเดือนพร้อมจัดทำและยื่นแบบภาษีในแต่เดือนนำส่งกรมสรรพากร

4. ปิดบัญชีและทำงบรายปี/รายเดือน Updated ทุกเดือนเพื่อการวางแผนภาษีได้ทันท่วงที

5. จัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้สอบบัญชีภาษีอากร

6. ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 5 เดือนนับแต่วันปิดบัญชีหรือภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่งบการเงินนั้นได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่

7. เก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี

ด้านสอบบัญชี
 

            ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ต้องจัดทำงบการเงินและยื่นงบดังกล่าวต่อสำนักงานกลางบัญชีภายใน 5 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี  สำหรับกรณีบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ให้ยื่นภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่งบการเงินนั้นได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่ ซึ่งงบการเงินต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับ

 

 

 

 

 

ตรวจสอบภายใน

1.แบบเต็มรูปแบบ ครอบคลุมงานทั้งองค์กรทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพสูงสุดทางด้านการปฏิบัติการ และการบริหารงาน

2.แบบเฉพาะกิจหรือเฉพาะหน่วยงาน จะช่วยในการแก้ไขปัญหาเฉพาะกิจหรือช่วยให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดทางด้านการปฏิบัติการ รวมถึงระบบใดระบบหนึ่งในองค์กร เช่น ระบบการจ่ายเงิน สินค้าคงเหลือ ระบบการควบคุมด้านเงิน ระบบการจัดซื้อ ระบบการควบคุมการผลิต

 

ตรวจสอบบัญชีภาษีอากร

ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มีทุน สินทรัพย์ และรายได้ ทุกรายการไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต แต่ต้องมีผู้สอบบัญชีภาษีอากรที่ขอขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพากร ให้เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี

ตรวจสอบบัญชี

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องปฏิบัติงานการตรวจสอบและ รับรองบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายเกี่ยวกับการสอบบัญชี หรือประกาศขององค์กรวิชาชีพบัญชีที่กฎหมายกำหนดรวจสอบบัญชี-งบการเงิน สำนักงาน ซี ดับลิว การบัญชี มีทีมงานผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่มีมาตรฐาน ปฏิบัติงานตรวจสอบตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป วางแผนการปฏิบัติงานรวมถึงการใช้วิธีการทดสอบหลักฐานประกอบรายการ ตลอดจนการประเมินถึงความเหมาะสมของการแสดงรายการที่นำเสนอในงบการเงินโดยรวมเพื่อแสดงความเห็นและนำเสนอข้อสังเกตต่อผู้บริหาร เพื่อให้ทราบถึงข้อบกพร่องในการควบคุมภายในทางบัญชีที่สำคัญ ซึ่งได้พบในระหว่างปฏิบัติงาน ตรวจสอบบัญชี

สำนักงาน พีดีการบัญชี สามารถช่วยท่านได้โดยมีบุคคลากรและทีมงานไว้คอยให้บริการท่าน
โทร. 086-5007345     02-4350817

ความรู้ด้านภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อหารือ : บริษัท ฟ. จำกัด ประกอบกิจการขายเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การสื่อสาร บริการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้เช่าคอมพิวเตอร์ บำรุงรักษาระบบและเครื่องคอมพิวเตอร์ บริษัทฯ ได้ว่าจ้าง S System ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันให้การอบรมเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดย S System ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้การอบรมแก่พนักงานของบริษัทฯ ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 4-14 กรกฎาคม 2548 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินค่าบริการฝึกอบรมดังกล่าวให้แก่ S System ในวันที่ 9 กันยายน 2548 และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.36 ต่อกรมสรรพากรเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2548 ตามใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากร ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2548 โดยบริษัทฯ ได้คำนวณเงินค่าบริการฝึกอบรมตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศ ณ วันที่ 8 กันยายน 2548 ซึ่งตามประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จะต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ ณ วันที่ 9 กันยายน 2548 ซึ่งเป็นวันที่บริษัทฯ จ่ายเงินให้แก่ S System จึงเป็นเหตุให้บริษัทฯ เสียภาษีมูลค่าเพิ่มสูงไปเป็นเงิน 496.00 บาท ตามรายละเอียดดังนี้

ตามที่บริษัทฯ ชำระ : EUR 18,859.67 @ 51.5240 มูลค่าบริการ 971,744.50 vat 68,022.12       ตามที่ควรจะเป็น : @51.149.93 มูลค่าบริการ 964,658.92 vat 67,526.12 ผลต่าง 496.00

บริษัทฯ จึงขอทราบว่า บริษัทฯ มีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่มที่บริษัทฯ นำส่งกรมสรรพากรไปแล้ว จำนวน 68,022.12 บาท ตามใบเสร็จรับเงินที่กรมสรรพากรออกให้แก่บริษัทฯ ถือเป็นภาษีซื้อของบริษัทฯ ได้ทั้งจำนวน ความเข้าใจของบริษัทฯ ถูกต้องหรือไม่

 แนววินิจฉัย: กรณีบริษัท ได้ชำระค่าบริการฝึกอบรมไปให้บริษัทฯ ในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน และบริษัทฯ ได้นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.36 โดยคำนวณเงินค่าบริการฝึกอบรมที่เป็นเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ ณ วันที่ 8 กันยายน 2548 เป็นเงินจำนวน 971,744.50 บาท ยื่นแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) เป็นเงินจำนวน 68,022.12 บาท ซึ่งตามข้อเท็จจริงข้างต้นบริษัทฯ จะต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ ณ วันที่ 9 กันยายน 2548 คำนวณเป็นเงินตราไทยเป็นเงินจำนวน 964,658.92 บาท และจะต้องยื่นแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) เป็นเงินจำนวน 67,526.12 บาท จึงเป็นเหตุให้บริษัทฯ นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มเกินไปเป็นเงินจำนวน 496.00 บาท แต่การที่บริษัทฯ ยื่นแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) ไว้แล้วเป็นเงินจำนวน 68,022.12 บาท โดยได้รับใบเสร็จรับเงินจากกรมสรรพากร ดังนั้น ภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบเสร็จรับเงินดังกล่าว ให้ถือเป็นภาษีซื้อตามมาตรา 77/1(18)(ค) และมาตรา 77/1(22) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีสิทธินำภาษีซื้อในกรณีนี้ไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีขายสินค้าพร้อมให้บริการขนส่

ข้อหารือ : บริษัท ส. จำกัด ประกอบกิจการซื้อมาขายไป ประเภทวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ และเครื่องมือในการก่อสร้าง บริษัทฯ ขอทราบว่า กรณีบริษัทฯ เรียกเก็บเงินค่าสินค้าพร้อมค่าขนส่งจากลูกค้า ซึ่งบริษัทฯ จะออกใบกำกับภาษีแยกรายการค่าสินค้าและค่าขนส่งออกจากกัน แต่ระบุในใบกำกับภาษีฉบับเดียวกัน เมื่อลูกค้าชำระค่าขนส่ง ลูกค้าซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือไม่

แนววินิจฉัย: กรณีบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการขายสินค้าพร้อมให้บริการขนส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าด้วย บริษัทฯ มิได้เป็นผู้ประกอบการให้บริการขนส่งเป็นปกติ แม้บริษัทฯ จะออกใบกำกับภาษีโดยระบุราคาสินค้าและค่าขนส่งแยกออกจากกัน บริษัทฯ ต้องนำมูลค่าของสินค้า ซึ่งรวมค่าขนส่งมารวมคำนวณเป็นฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 65 และมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า บริษัทฯ จึงไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด

ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีสินค้าสูญหาย

ข้อหารือ :เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2547 ซึ่งเป็นวันหยุดทำการของบริษัทฯ สินค้าของบริษัทฯ ได้แก่ เพชร พลอย แหวน ต่างหู จี้ สร้อยคอ และอื่นๆ อีกหลายรายการมีมูลค่ารวม 2,901,355.69 บาท ได้ถูกโจรกรรมโดยนาย ด. และบริษัทฯ ได้แจ้งความและดำเนินคดีทางกฎหมายกับนาย ด. ตามสำเนาคำพิพากษาของศาลอาญากรุงเทพใต้คดีหมายเลขแดง และเนื่องจากการดำเนินคดีได้สิ้นสุดลงแล้ว บริษัทฯ จึงขอทราบว่า ค่าเสียหายมูลค่า 2,901,355.69 บาท บริษัทฯ มีสิทธินำมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2548 และมีสิทธินำภาษีซื้อของสินค้าที่ถูกโจรกรรมไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่

แนววินิจฉัย: 1. กรณีสินค้าของบริษัทฯ สูญหายและบริษัทฯ มีหลักฐานแจ้งชัดว่า สินค้าดังกล่าวถูกโจรกรรม ถือเป็นผลเสียหายเนื่องจากการประกอบกิจการ หากผลเสียหายดังกล่าวไม่มีประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ บริษัทฯ มีสิทธิ นำมูลค่าต้นทุนของสินค้าทั้งจำนวนไปถือเป็นรายจ่ายใน การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี(12) แห่งประมวลรัษฎากร โดยต้องลงเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่ผลเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้น และหากภายหลังบริษัทฯ ได้รับชำระหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนในรอบระยะเวลาบัญชีใดก็ให้นำจำนวนหนี้ที่ได้รับชำระแล้วนั้น มาลงเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นด้วย

                  2. กรณีตามข้อเท็จจริงดังกล่าว สินค้าคงเหลือของบริษัทฯ สูญหาย เนื่องจาก 
ถูกโจรกรรม สินค้าที่ถูกโจรกรรมเข้าลักษณะเป็นสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ถือเป็นการขายสินค้า บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าของสินค้าตามราคาตลาดของ สินค้าที่ถูกโจรกรรมไปดังกล่าว ทั้งนี้ ตามมาตรา 77/1(8)(จ) มาตรา 79 มาตรา 79/3(3) และมาตรา 87(3) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับภาษีซื้ออันเกิดจากสินค้าที่ถูกโจรกรรมไปนั้น เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ หากไม่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีสิทธินำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณี การให้บริการ

ข้อหารือ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ท.ประกอบกิจการให้บริการแอร์ พัดลมไอน้ำ โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา ปูพรม จัดดอกไม้ โดเดี่ยม ให้ลูกค้าใช้ชั่วคราวในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งต้องนำไปติดตั้งให้ลูกค้าก่อนเริ่มใช้งาน ห้างฯ จึงขอทราบว่า การให้บริการดังกล่าว ห้างฯ จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 หรือไม่

แนววินิจฉัย: การประกอบกิจการของห้างฯ เข้าลักษณะเป็นการรับจ้างทำของ ตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื่องจากเป็นการทำตามข้อตกลงที่มุ่งผลสำเร็จของงาน ประกอบกับสิ่งของ อุปกรณ์และสัมภาระในการให้บริการต่างๆ เป็นของห้างฯ ผู้รับจ้างทั้งสิ้น จึงถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้ให้ห้างฯ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ของค่าจ้างตามข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการรับจ้างเหมาแรงงาน

ข้อหารือ : บริษัทฯ ได้รับงานจ้างเหมาแรงงานให้ดำเนินการติดตั้งระบบอัดแรงพื้นอาคาร ของโครงการในต่างประเทศจากผู้ว่าจ้าง โดยบริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาแรงงาน ช่างเทคนิค และวิศวกร ส่วนผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้จัดหาวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการก่อสร้างระบบอัดแรงพื้นอาคารบริษัทฯ จึงขอทราบว่า การให้บริการดังกล่าวอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

แนววินิจฉัย: การให้บริการรับจ้างเหมาแรงงานเพื่อดำเนินการติดตั้งระบบอัดแรงพื้นอาคารตามข้อเท็จจริงข้างต้นเป็นการให้บริการที่ทำในต่างประเทศและไม่มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าจ้างที่ได้รับตามสัญญาแต่อย่างใด

 

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

สำนักงาน พีดีการบัญชี สามารถช่วยท่านได้โดยมีบุคคลากรและทีมงานไว้คอยให้บริการท่าน
โทร. 086-5007345     02-4350817

 

 

บริการด้วยความรวดเร็ว ซื่อสัตย์ และ เป็นธรรม

บริหารงาโดยว่าที่พันตรีชัชวาลย์ ผลดีนานา และทีมงานมืออาชีพ

 

 

รับจดทะเบียนบริษัท ห้าง ร้าน
รหัสสินค้า: 000001
ราคา 1,000.00 บาท
อัตราค่าบริการด้านงานจดทะเบียน: 1000
อัตราค่าทำบัญชี: 1000
รายละเอียด: อัตราค่าบริการจดทะเบียน

จดทะเบียนจัดตั้ง/เปลี่ยนแปลง/เลิกบริษัท ปกติราคา 4,000 บาท พิเศษ 3,000 บาท

จดทะเบียนจัดตั้ง/เปลี่ยนแปลง/เลิกห้าง ฯ ปกติราคา 3,000 บาท พิเศษ 2,000 บาท

จดทะเบียนจัดตั้ง/เปลี่ยนแปลง/เลิกร้านค้า ปกติราคา 1,500 บาท พิเศษ 1,000 บาท

Tell a Friend
รับทำบัญชี วางระบบบัญชี
รหัสสินค้า: 000002
ราคา 1,000.00 บาท
อัตราค่าบริการด้านงานจดทะเบียน: 1000
อัตราค่าทำบัญชี: 1000
รายละเอียด:                   อัตราค่าบริการ

เริ่มต้นที่ 1000 บาท ต่อ เดือน


บริการที่เรามอบให้
&uuml; จัดทำบัญชี ตามพรบ.และมาตรฐานการบัญชี  
&uuml; จัดทำงบการเงิน งบกำไรขาดทุน / งบดุลประจำปี
&uuml; จัดทำบัญชีแยกประเภท  
&uuml; จัดทำรายงานสินค้าคงเหลือ
&uuml; จัดทำรายละเอียดสินทรัพย์  
&uuml; จัดทำรายงานภาษีซื้อรายงานภาษีขาย
&uuml; จัดหาผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์หรือผู้สอบบัญชีภาษีอากรรับอนุญาตจากกรมสรรพากร        
&uuml; วางแผนภาษีอากรและให้คำแนะนำเพื่อให้เสียภาษีถูก(ราคา)และถูกต้อง หมดปัญหาถูกปรับ ถูกประเมินภาษีย้อนหลังจากกรมสรรพากร
เกณฑ์การคิดค่าบริการ

ปริมาณเอกสาร
ประเภทของกิจการ
การควบคุมภายในของกิจการ
กิจการยื่นและนำส่งแบบภาษีอากรทุกประเภทเองระหว่างปี

สำนักงานพีดี การบัญชี สามารถช่วยท่านได้โดยมีบุคคลากรและทีมงานไว้คอยให้บริการท่านโทร. 086-5007345  02-4350817


Tell a Friend
สำนักงานพีดีการบัญชีภาษีอากร
454/185 ถ.จรัล บางพลัด กรุงเทพมหานคร ไทย
โทรศัพท์: 02-4350817 แฟกซ์: 02-4350817 มือถือ: 08-5007345
เว็บไซต์: http://pdaccount-tax/tarad.com
อีเมล์ติดต่อกับร้านค้า
หัวเรื่อง : *
ชื่อของคุณ : *
อีเมล์ของคุณ : *
รายละเอียด : *
 


Page Views Shop: