เบาะรองนั่ง

เบาะรองนั่ง

เบาะรองนั่ง+ ไส้่ ขนาด 17*17 นิ้ว ราคา 170,ขนาด 19*19 นิ้ว ราคา200 ราคาเฉพาะปลอกขนาด 17*17 นิ้ว ราคา 95 ,ขนาด 19*19 นิ้ว รา

  • ราคา 170.00.-

จำนวนสินค้า

สินค้าหมด
แชร์สินค้านี้
  • facebook
  • twitter
  • google
บุญเมืองผ้าฝ้าย

ประวัติความเป็นมาของกลุ่มบุญเมืองผ้าฝ้าย             กลุ่มบุญเมืองผ้าฝ้ายก่อตั้งโดยนางบุญเมือง  คำปัน  ซึ่งเกิดและโตมาในหมู่บ้านดอนหลวง เป็นหมู่บ้านที่มีภูมิปัญญาการทอผ้าฝ้ายสำหรับใช้ในครัวเรือนมาแต่ดั้งเดิม   บิดามารดาของ นางบุญเมืองมีอาชีพทำกระเป๋าจากเชือกกระสอบส่งขายตามจังหวัดลำปางและเชียงใหม่  อีกทั้งมีความสามารถด้านการทอผ้าไว้ใช้ในครัวเรือน เช่น พรมเช็ดเท้า, ผ้าปูโต๊ะ   ซึ่งก็เป็นสินค้าอีกอย่างหนึ่งที่ทำไว้ส่งขายเป็นอาชีพเสริมเช่นกัน    นางบุญเมืองจึงได้รับภูมิปัญญานี้มาจากบิดามารดา  เมื่อจบการศึกษาชั้น ป.4 จากโรงเรียนวัดบ้านดอน  เริ่มทอผ้าจนชำนาญและรับจ้างทอผ้าให้กับร้านในตัวเมืองป่าซาง  (ซึ่งถนนสายป่าซางในตอนนั้นจะมีความเจริญเนื่องจากถนนสายซุปเปอร์ไฮเวย์ยังไม่ได้ตัดผ่าน  รถที่มาจากกรุงเทพฯ ที่จะไปเชียงใหม่จะต้องผ่านถนนสายป่าซางนี้  ทำให้การค้าขายเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะผ้าฝ้ายทอมือ )  นางบุญเมืองรับจ้างทอผ้าเป็นเวลาหลายปีจนกระทั่งได้แต่งงานมีบุตรจึงหยุดจากการรับจ้างมาดูแลครอบครัว  แต่ยังทอผ้าอยู่เป็นการทอเป็นผ้าผืนแล้วส่งไปขายตามร้านในตัวเมืองป่าซาง  บางส่วนขายเองอยู่ที่บ้านสินค้าที่ขายดีจะมีพรมเช็ดเท้าและผ้าปูโต๊ะ   ลูกค้าที่มาซื้อประจำจะบอกเพื่อนฝูงกันปากต่อปาก  บ้างก็จากพ่อค้าคนกลางซึ่งเริ่มจะเข้ามาเสาะหาสินค้าไปขายต่อ ทำให้มีความต้องการสินค้าเพิ่มมากขึ้น     เมื่อแน่ใจว่าสินค้าทำไม่ทันแล้วนางบุญเมืองจึงเริ่มว่าจ้างคนในหมู่บ้านที่ทอผ้าได้ให้ทอช่วยกันทอผ้าเมื่อมีคำสั่งซื้อสินค้า   จากนั้นจึงเริ่มรวบรวมคนในหมู่บ้านตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2530  จากคนสองคนจวบจนปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 25 คนซึ่งเป็นคนทอผ้า   แต่ถ้านับรวมทุกขั้นตอนที่มีการผลิต เช่น กรอด้าย  มัดชายผ้า  ตัดเย็บผ้าแล้ว  ชาวบ้านที่มีส่วนร่วมและมีรายได้จากการรับจ้างนี้คงนับร่วมร้อยชีวิต               ผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันยังคงเน้นด้านของใช้ของตกแต่งบ้าน  แต่ได้รับการปรับปรุงลวดลายสีสันขึ้นมาใหม่  โดยนางดารณี  ถายะพิงค์ ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กของนางบุญเมือง    นางดารณีจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะมนุษยศาสตร์  สาขาวิชาการสื่อสารมวลชน  วิชาเอกสาขาโทรทัศน์  วิชารองบริหารธุรกิจ  แม้จะดูเหมือนสาขาวิชาที่เรียนมาจะไม่เกี่ยวข้องกับงานทอผ้า  แต่ส่วนตัวแล้วนางดารณีชอบงานด้านศิลปะ และการออกแบบ   งานที่ทำด้วยมือ  งานประดิดประดอยจะเป็นงานที่ชอบทำมาตั้งแต่เป็นเด็ก  ดังนั้นเมื่อเรียนจบจึงคิดที่จะสืบทอดกิจการงานทอผ้าของมารดาไว้   เพราะเห็นว่างานทอผ้านี้สามารถเลี้ยงชีพตนและครอบครัวได้อย่างพอเพียง เหมือนมารดาที่สามารถใช้อาชีพงานทอผ้าเลี้ยงดูให้การศึกษาตนและพี่สาวได้    อีกทั้งงานทอผ้ายังเป็นอาชีพที่สมาชิกในกลุ่มบุญเมืองผ้าฝ้ายถือเป็นอาชีพหลัก   รวมไปถึงคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านยังถือเป็นอาชีพเสริมเพราะจากการกรอฝ้าย  ปั่นฝ้าย  มัดชายผ้า   ทำให้มีรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง  ภูมิปัญญานี้จึงควรค่าแก่การรักษาให้คู่หมู่บ้านนี้ไปนานๆ                 ในช่วงแรกนางดารณีเรียนรู้ขั้นตอนการทอผ้าเบื้องต้น โดยเรียนรู้อย่างรวดเร็วไม่ยากนัก เพราะได้เห็นมารดาทำมาตั้งแต่ยังเล็ก   ในขณะนั้นมีบริษัทที่ติดต่อซื้อขายสินค้ากับนางบุญเมืองกำลังต้องการสินค้าผ้าฝ้ายที่มีความแปลกใหม่โดดเด่นกว่าเดิมที่เคยมีมา  ประจวบกับทราบว่ามีลูกสาวเพิ่งเรียนจบมาใหม่จึงได้ติดต่อวิทยากรจากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่  จัดอบรมพัฒนาความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ลวดลายโดยใช้เทคนิคการทอผ้าแบบยกตะกอ  ซึ่งเทคนิคแบบนี้จะทำให้เนื้อผ้ามีความแตกต่างจากเดิม  และทำได้หลากหลายลวดลาย  โดยใช้ตะกอตั้งแต่ 4-12 ตะกอ    มีการทำกี่แบบใหม่(กี่เหล็ก)ที่มีเท้าเหยียบและที่แขวนตะกอให้รองรับกับการใช้เทคนิคการทอแบบยกตะกอมากที่สุด  สำหรับกี่ไม้ที่มีอยู่แล้วซึ่งไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าวก็ได้ปรับปรุงให้มีที่ใส่อุปกรณ์ขึ้นมาสามารถทอผ้าแบบยกตะกอได้ให้จำนวนเพียงพอกับแรงงานและขยายกำลังการผลิตเมื่อมีการสั่งสินค้าเข้ามาให้มีมากขึ้น   หลังจากได้สินค้าที่มีความแปลกใหม่ขึ้นมาบริษัทที่ติดต่อซื้อขายกันอยู่ก็มีความพอใจและสั่งซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก                    เริ่มทำได้ประมาณหนึ่งปีมีการคัดสรรสินค้าเข้าเพื่อประกวดโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์(OTOP)เป็นปีแรก   จึงได้นำสินค้าบางส่วนเข้าคัดสรรและได้ผ่านการพิจารณาได้ 4 ดาวทั้ง 4 ผลิตภัณฑ์ที่ส่งเข้าคัดสรร  อีกทั้งปีนั้นมีการประชุมเอเปค   สินค้าก็ได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าเอเปคที่เมืองทองธานี    จากนั้นเมื่อมีงานแสดงสินค้าโอทอปที่เมืองทองธานี ทางกลุ่มบุญเมืองผ้าฝ้ายก็จะได้เข้าร่วมแสดงสินค้าเป็นประจำทุกปี   เพราะมีการส่งสินค้าเข้าร่วมคัดสรรโอทอปตลอดทุกครั้ง    และเนื่องจากการออกแสดงสินค้านี่เองที่ทำให้มีกลุ่มลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามสินค้าที่ผลิตออกมาก็มีมากเกินกว่าที่จะรอขายเพียงงานออกร้านแสดงสินค้าที่มีปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้น  ทางกลุ่มจึงคิดจะมีหน้าร้านขายสินค้าเพราะแต่เดิมในบ้านที่จัดตั้งเป็นกลุ่มทอผ้าจะอยู่ในซอย  ยากแก่การพบเห็นและเกิดความต้องการซื้อ  จึงได้หาทำเลที่ดีและไม่ไกลจากบ้านให้อยู่ในหมู่บ้านและสร้างเป็นหน้าร้านให้เป็นสัดส่วน น่าเข้ามาเยี่ยมชม โดยนางดารณีได้ออกแบบการก่อสร้างร้านด้วยตนเอง  หลังจากได้ก่อสร้างร้านเพื่อเป็นการขายปลีกสินค้าอีกทางหนึ่ง  ในหมู่บ้านก็เริ่มตื่นตัวกันที่จะทำหน้าบ้านให้น่ามอง และมีร้านรวงทั้งเล็กใหญ่สร้างเพื่อขายสินค้าโอทอปที่ทำขึ้นไม่ว่าจะเป็นในหมู่บ้านดอนหลวงเอง และหมู่บ้านใกล้เคียง มารวมตัวกันเพื่อขายสินค้าในท้องถิ่นเกิดขึ้น  ทำให้บรรยากาศในหมู่บ้านดูเป็นชุมชนหัตถกรรมมีสินค้าหลากหลายเช่น ผ้าฝ้ายทอมือที่ทำเป็นของใช้ของตกแต่งบ้าน  ผ้าทอมือสำหรับตัดเสื้อ  โคมไฟไม้ไผ่   งานไม้แกะสลัก  แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้าจากผ้าฝ้ายที่ยังเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน  มีคนรู้จักและเข้ามาเยี่ยมชมมากมายขายได้มากขึ้นและเป็นที่รู้จักมากขึ้น   เมื่อมียอดขายเพิ่มขึ้น  จึงมีงานเข้ามามากขึ้น  สมาชิกในกลุ่มและชาวบ้านมีงานทำ  สามารถกระจายรายได้สู่ชุมชน  ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านดีขึ้นตามไปด้วย           การสืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้าไม่เพียงแต่ให้ประโยชน์ด้านรายได้ทำให้ชุมชนสามารถเลี้ยงชีพได้เท่านั้น  แต่ยังสามารถเป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่นที่มาศึกษาดูงานภายในหมู่บ้านเกิดแนวคิดการผลิตสินค้า  การพัฒนารูปแบบสินค้า   สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนอื่นนำไปปรับใช้ให้เข้ากับวัตถุดิบในท้องถิ่นและภูมิปัญญาที่แต่และท้องถิ่นนั้นๆมีอยู่ได้    นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งชุมชนที่นักศึกษาได้ให้ความสนใจมาศึกษา และทำวิจัย จากผลการวิจัยในด้านต่างๆ  นำไปสู่การแก้ไข และการพัฒนามาสู่หมู่บ้านได้อีกทางหนึ่ง                     ปัจจุบันกลุ่มบุญเมืองผ้าฝ้ายยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายทอมือต่อไป  โดยพยายามมองว่าตลาดกำลังต้องการสินค้าแบบใด  จะผลิตเพื่อผู้บริโภคระดับไหน  ฯลฯ  แล้วทำสินค้าออกมาให้ตรงกับความต้องการของตลาด  ทั้งนี้ก็ได้รับการอบรมให้ความรู้จากภาครัฐไม่เพียงแต่ด้านการพัฒนาตัวสินค้า  แต่ยังมีการอบรมด้านการจัดการ  บริหารงานต่างๆ   อีกทั้งยังมีการให้ความรู้ใหม่ๆ เช่น ออกแบบลายผ้าด้วยคอมพิวเตอร์  การขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ต  ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ทางการตลาด ทางกลุ่มจึงจัดทำเว็บไซด์เพื่อการประชาสัมพันธ์สินค้าใช้ชื่อว่า  WWW.BOONMUANG.COM                 อย่างไรก็ตามภูมิปัญญาการทอผ้าที่สร้างประโยชน์สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนซึ่งน่าจะเป็นภูมิปัญญาที่ควรค่ายิ่งต่อการสืบทอดนี้  เป็นอาชีพที่คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยให้ความสนใจนัก  คนทอผ้ารุ่นใหม่วัยไม่มาก มีเพียงไม่กี่คนที่ทอผ้าเป็น  เมื่อเรียนจบมาส่วนมากจะไปทำงานที่นิคมอุตสาหกรรมลำพูนกันทั้งสิ้น   ปัจจุบันทางโรงเรียนวัดบ้านดอนได้มีวิชาเสริมเป็นการทอผ้า และมีกี่เล็กๆสำหรับไว้หัดทอผ้าเพื่อปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก  หวังว่าเมื่อเติบโตขึ้นเด็กเหล่านี้จะมีความรักในภูมิปัญญาและช่วยกันสืบสานให้คงอยู่กับหมู่บ้านให้นานสืบไป

เข้าชมร้านค้า

รายละเอียด

เบาะรองนั่ง+ ไส้่   ขนาด 17*17 นิ้ว ราคา 170  ,  ขนาด 19*19 นิ้ว ราคา  200

 

ราคาเฉพาะปลอก  ขนาด 17*17 นิ้ว ราคา   95 ,  ขนาด 19*19 นิ้ว ราคา    115

ราคาเฉพาะไส้ ขนาด 17*17 นิ้ว ราคา    75 ,  ขนาด 19*19 นิ้ว ราคา      85

เบาะรองนั่ง
เบาะรองนั่ง
170.00.-
ติดต่อร้านค้า