เมล็ดมะละกอแขกดำศรีสะเกษ
เมล็ดมะละกอแขกดำศรีสะเกษ
เมล็ดมะละกอแขกดำศรีสะเกษ
เมล็ดมะละกอแขกดำศรีสะเกษ
เมล็ดมะละกอแขกดำศรีสะเกษ

เมล็ดมะละกอแขกดำศรีสะเกษ

เมล็ดพันธุ์ยังไม่มีของครับ

  • ราคาไม่ระบุ

จำนวนสินค้า

สินค้าหมด
แชร์สินค้านี้
  • facebook
  • twitter
  • google
ช.ชวาลพิชญ์

ช.ชวาลพิชญ์

เข้าชมร้านค้า

รายละเอียด

มะละกอแขกดำศรีสะเกษ เนื้อหนา สีแดง รสชาติเยี่ยม

สุดยอดมะละกอไทย

ขนาดบรรจุ 20 กรัม (1000 เมล็ด) ปลูกได้ 1 ไร่ 

โดยหยอดเมล็ดมะละกอแขกดำศรีสะเกษ หลุมละ 3-4 เมล็ด

 

การเพาะเมล็ดมะละกอแขกดำศรีสะเกษ

 
เนื่องจากเมล็ดมะละกอของเราผ่านการคัดเลือก และทำให้แห้ง เพื่อนำมาเป็นเมล็ดพันธุ์โดยเฉพาะ ดังนั้น หากซื้อมาแล้วยังไม่เพาะ กรุณาเก็บในที่ๆ อุณหภูมิปกติ ไม่โดนแดด อย่าเปิดถุงหากเปิดแล้วควรปิดให้สนิท
 
ขั้นตอนการเพาะ มีดังนี้
1. เตรียมถุงเพาะ โดยใช้ถุงดำขนาด 2 x 6 นิ้วแบบมีช่องระบายน้ำ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายต้นไม้ทั่วไป
2. เตรียมดินเพาะโดยใช้ดินร่วน 4 ส่วน ผสมแกลบข้าวขาว (ผสมเปลือกถั่ว หรือใบก้ามปูสับ) 6 ส่วน หรือ ในหน้าฝนหากต้องการให้การระบายน้ำดี ใช้ดิน 3 ส่วน แกลบ 7 ส่วน
3. กรอกดินเพาะที่เตรียมไว้ใส่ถุง แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ควรเรียงถุงเพาะไว้ในที่ร่ม ไม่โดนฝน และไม่ควรมีแดดจัดจนร้อนเกินไป 
4. แช่น้ำอุ่นทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นห่อผ้าขาวบางทิ้งไว้อีก 2-3 คืน(ถ้าอากาศเย็นจะเอาใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุงด้วย) เรียกว่าการบ่มเมล็ดครับ
5. นำเมล็ดที่แช่น้ำ ใส่ลงในถุงเพาะ โดยกดเมล็ดให้จมลงไปในดินประมาณ 1 เซนติเมตร ใส่เมล็ดถุงละ 3 เมล็ด
6. รดน้ำพอให้ชุ่มวันละ 2 ครั้งช่วงเช้ากับบ่าย
7. ประมาณ 2-4 อาทิตย์ (แล้วแต่ฤดูกาล) ต้นอ่อนจะโผล่ขึ้นมา ให้ระวังมด แมลง และหนูมากินต้นอ่อน
8. ในแต่ละถุงอาจจะมีต้นอ่อนได้ตั้งแต่ 1 ถึง 3 ต้น ห้ามแยกต้นในถุงเดียวกันออกจากกันโดยเด็ดขาด
9. ในช่วงที่เป็นต้นอ่อน ให้ระวังอย่ารดน้ำมากเกิน จะทำให้รากเน่าตายได้ สังเกตใบจะเหลืองและต้นเหี่ยวลงไป และอย่าให้โดดแดดจัดเกินไป จะทำให้ต้นแห้ง ใบไหม้ และอย่าให้ปุ๋ยหรือฉีดปุ๋ยทางใบ
10. เมื่อต้นอ่อนโตได้ประมาณ 3 อาทิตย์ ใบจริง 5 ใบ ให้นำไปปลูกในแปลงต่อไป
11. ควรนำต้นอ่อนลงปลูกในช่วงอายุไม่เกิน 1 เดือน หากต้นอ่อนอายุมากกว่านั้น อัตราการรอดหลังจากปลูกจะต่ำ และโตช้ากว่าต้นอ่อนที่อายุไม่เกิน 1 เดือน
เมื่อต้นโตขึ้นสักระยะหนึ่งจนถึงเวลาออกดอก จะเห็นความสมบูรณ์ของต้นและดอก ให้เลือกต้นที่สมบูรณ์ ดอกสมบูรณ์ ไม่เป็นมะละกอตัวเมีย เพื่อที่จะได้มะละกอแขกดำศรีสะเกษตามที่ตลาดต้องการครับ
 
เมล็ดมะละกอที่ทำการเก็บเมล็ดพันธุ์จะมีการพักตัวครับ ยิ่งเก็บไว้นานก็ยิ่งมีการพักตัวที่นิ่งทน
เมล็ดพันธุ์ใหม่ย่อมกระตุ้นการงอกง่ายแค่แช่น้ำ ก็สามารถงอกได้เลยครับ
แต่เมล็ดที่เก็บไว้นานมากๆตองมีการทำลายการพักตัวและกระตุ้นการงอก
ดังนั้นวิธีการที่จะทำให้หยุดการพักตัวนั้น และกระตุ้นการงอกนั้นมีหลายวิธีครับ
เช่นการแช่น้ำอุ่น การเขย่า การแช่น้ำธรรมดา การขูดเมล็ด ฯลฯ
 

มะละกอ

ชื่อวิทยาศาสตร์: Carica papyya L.

ชื่อวงศ์: CARICACEAE ชื่อสามัญ: Papaya.

ชื่อท้องถิ่น: มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ด
 

ลักษณะทั่วไปของมะละกอ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มะละกอใช้ผลบริโภคทั้งผลดิบและผลสุก

การเตรียมดินเพาะกล้ามะละกอ
โดยการใช้ดิน ที่มีส่วนผสมดังนี้ ดินร่วน 3 บุ้งกี๋ ปุ๋ยคอก, ขี้เถ้าแกลบ, ทรายหยาบ อัตราส่วน 1:1:1 ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำ มากรอกลงในถุงพลาสติกขนาด 4×6 หรือ 4×4 นิ้ว ให้เต็ม รดน้ำดินในถุงให้ชุ่ม นำเมล็ดพันธุ์มาหยอดลงในถุง ถุงละ 1-2 เมล็ด รดน้ำให้ชุ่มดูแลรักษารดน้ำทุกวัน หลังเมล็ดเริ่มงอกแล้วดูแลรักษาต้นกล้าประมาณ 30 วัน ก็สามารถย้ายปลูกในหลุมปลูกได้

การเตรียมแปลงปลูกมะละกอ
มะละกอ เป็นพืชที่มีระบบรากลึกและกว้าง ทำหลุมปลูกระยะห่างระหว่างแถว 2-2.5 เมตร ระหว่างต้น 2 เมตร ตีหลุมลึก 0.5 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยเคมี 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนแกงต่อหลุม ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้ว ทับบนปุ๋ยเคมี นำต้นกล้ามะละกอ ลงปลูกในหลุมกลบโคนเล็กน้อยแล้วรดน้ำให้ชุ่ม หลังปลูกเสร็จให้ทำหลักเพื่อยึดลำต้นไม่ให้โยกขณะลมพัด

การดูแลรักษามะละกอ
    การให้ปุ๋ย
    - ให้ปุ๋ย 15-15-15 หลุมละ 1 ช้อนแกง ทุก 30 วัน
    - ให้ปุ๋ย 13-13-21 หลังติดดอกออกผลแล้ว อัตรา 1 ช้อนแกง/ต้น/หลุม หรือจะใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์น้อยลงก็ได้
    การให้น้ำ เนื่องจากมะละกอเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย แต่อย่าให้ขาดน้ำ เพราะจะทำให้ต้นแคระแกรน ไม่ติดดอกออกผล การให้น้ำอย่าให้มากเกินไป ถ้าน้ำท่วมขังนาน 1-2 วัน ต้นมะละกอจะเหลืองและตายในที่สุด
    การพรวนดินกำจัดวัชพืช ควรมีการพรวนดินกำจัดวัชพืชในช่วงแรก อย่าให้วัชพืชรบกวน
    การทำไม้หลัก เพื่อค้ำยันพยุงลำต้นไม่ให้ล้ม โดยเฉพาะช่วงติดผล

การเก็บเกี่ยว
มะละกอ ถ้าเก็บผลดิบสามารถเก็บได้หลังปลูกประมาณ 5-6 เดือน แต่ถ้าเก็บผลสุกหลังจากปลูกประมาณ 8-10 เดือน ถึงสามาถเก็บเกี่ยวได้ ให้เลือกเก็บเกี่ยวผลที่กำลังเริ่มสุกมีสีแต้มสีส้มปนเขียวนิดๆ ผลยังไม่นิ่ม

มะละกอแขกดำศรีสะเกษ
แขกดำสายพันธุ์ศรีสะเกษ เป็นมะละกอแขกดำที่คัดเลือก โดยศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ ต้นเตี้ย ติดผลเร็ว ผลทรงกระบอกยาวหัวคอดเข้าหาขั้ว ส่วนปลายผลสอบเป็นมุมป้านเข้าหากัน น้ำหนักผลประมาณ 1 กิโลกรัม ผลผลิตสูงประมาณ 52 กิโลกรัม/ต้น เนื้อหนาแน่นสีแดงเข้ม ความหวานสูง 13.52 องศาบริกซ์ ถ้าการบำรุงรักษาดีจะสามารถต้านทาน โรคใบด่างได้ระดับหนึ่ง

การเก็บเกี่ยว

ผลดิบ อายุ 3-4 เดือน หลังดอกบาน เนื้อผลกรอบเหมาะทำส้มตำ
ผลสุก อายุ 5-6 เดือน หลังดอกบาน
ความหวาน 13.5 องศาบริกซ์ ผลดก ติดผลไว
เหมาะกินสุก และแปรรูปบรรจุกระป๋อง
ผลผลิต 52.2 กก./ต้น/ปี น้ำหนักผล 1.28 กก.

การคัดเลือกต้นมะละกอแขกดำศรีสะเกษเพื่อการผลิตทางการค้า
หลังจากปลูกมะละกอไปได้ประมาณ 90-110 วัน มะละกอก็จะ เริ่มออกดอกชุดแรกให้เห็นจากต้นมะละกอ ประเภทต่างๆ ดังนี้

images by free.in.th

1.ต้นตัวผู้ เป็นต้นที่ให้ดอกตัวผู้ทั้งต้น โดยช่อดอกที่เกิดจากมะละกอต้นตัว ผู้นี้จะมีช่อดอกยาวมาก ตั้งแต่ 30-50 เซนติเมตร ที่ปลายมีอกเป็นกลุ่มขนาดเล็กๆ แต่ละดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ ที่โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ภายในมีเกสรตัวผู้
2.ต้นตัวเมีย เป็นต้นที่ดอกที่มีขนาดโต ทรางป้อมมีกลีบดอกหุ้มอยู่ 5 กลีบ แต่ละกลีบแยกจากกัน ขณะดอกบานจะเห็นรังไข่กลมป้อมขนาดเล็กได้ชัด ไม่มีเกสรตัวผู้ อาจพบทั้งที่เป็นดอกเดี่ยวหรือดอกเป็นช่อก็ได้ เมื่อติดผลก็จะให้ผลทรงกลมเนื้อผลบาง มีช่องว่างในผลมาก จึงไม่เป็นที่นิยมของท้องตลาด
3.ต้นสมบูรณ์เพศ หรือต้นกะเทย จะมีดอกสมบูรณ์เพศติดอยู่บนดอกเป็นกลุ่มลักษณะ เป็นทรงกระบอกมีกลีบหุ้มอยู่ 5 กลีบ ภายในมีรังไข่ยาวทรงกระบอก และมีเกสรตัวผู้ ดอกสมบูรณ์จำแนกออกได้ 3 ชนิด
3.1ดอกสมบูรณ์เพศที่มีเกสรตัวผู้ปกติจะให้ผลทรงกระบอกสวยงามเป็นที่ต้องการของตลาด
3.2ดอกสมบูรณ์เพศที่มีเกสรตัวผู้อยู่ติดกับรังไข่ก็จะให้ผลทรงบิดเบี้ยว
3.3ดอกสมบูรณ์เพศที่ให้ผลเป็นพูลึก ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

การปลิดผล
ปกติแล้วมะละกอแขกดำศรีสะเกษเป็นไม้ผลที่ติดผลค่อนข้างดก เพื่อให้ผลิตมะละกอมีคุณภาพ และช่วยต้นมะละกอมีอายุยืนยาวและป้องกันการโค่นล้ม จึงจำเป็นต้องมีการปลิดผลมะละกอที่ติดผลกันมากจนแน่นออกเสียบ้าง เช่น ผลขนาดเล็ก ผลบิดเบี้ยว และผลที่เกิดจากดอกแขนงออกการปลิดผลออกจะช่วยให้ผลที่อยู่บนต้น มีขนาดใหญ่และมีคุณภาพดีทำให้ต้นมะละกอไม่ทรุดโทรม จากการติดผลมากเกินไป การปลิดผลนั้นสามารถนำผลส่งจำหน่ายได้

โรคและแมลงศัตรูมะละกอแขกดำศรีสะเกษ

แมลงศัตรูมะละกอส่วนใหญ่เป็นแมลงประเภทปากดูด
1.เพลี้ยไฟ เป็นแมลงตัวขนาดเล็กมาก รูปร่างคล้ายเข็ม สีน้ำตาลเข้ม เข้าทำลายช่วงระยะดอก โดยจะดูดกินน้ำเลี้ยง ซึ่งมะละกอที่ถูกเพลี้ยไฟทำลาย จะทำให้ผิดของ ผลมีลักษณะเป็นขี้ลากสีน้ำตาลหากทำการทำลายรุนแรงทำให้ ผลแคระแกร็นได้

การป้องกันกำจัด ควรฉีดพ่นด้วยสารเคมีกำจัดแมลง คาร์โบซัลแฟน หรือ M-747 พ่นทุกๆ 5-7 วัน ประมาณ 2-3 ครั้ง

2.ไรแดง มักจะเข้าทำลายที่ส่วนของผิวใบ ทำให้ใบมีสีซีดเป็นฝ้าด่าง เด็ดใบลงมาดูจะเห็นตัวไรสีแดงคล้ำกระจายอยู่ทั่วไปบนใบมักระบาดในช่วงแล้ง แต่อย่างไรก็ตามมีแมลงศัตรูธรรมชาติที่คอยทำลายไรแดง ได้แก่ ด้วงเต่าลาย

การป้องกันกำจัด เด็ดใบที่ถูกไรแดงทำลายนำไปเผาทิ้ง ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดไร พวกไดโคฟอล  อัตรา 20 ซีซี./น้ำ 20 ลิตร พ่น 2-3 ครั้ง

3.เพลี้ยแป้ง เป็นแมลงปากดูดลำตัวจะมีขนและขุยแห้งสีขาวเคลื่อนที่ได้อย่างช้า โดยส่วนใหญ่จะพบมดดำอยู่บริเวณใกล้เคียงกันที่จะคอยคาบนำเอา เพลี้ยแป้งไปปล่อยและมดดำจะดูดกินน้ำหวานที่เพลี้ยแป้งถ่ายมูลออกมา การทำลายจะดูดกินน้ำเลี้ยงที่ใบ ผล และลำต้น รวมไปถึงยอดอ่อน ทำให้ผลผิดปกติ ลำต้นและยอดแคระแกร็น

การป้องกันกำจัด ควรฉีดพ่นด้วย ฮักกา อัตราส่วน 25 ซีซี./น้ำ 20 ลิตร พ่นทุกๆ 7 วัน ประมาณ 2-3 ครั้ง

4.เพลี้ยหอย เป็นแมลงประเภทปากดูด ลำตัวมีลักษณะเป็นรูปไข่ยาวรี ส่วนหลังนูน เหมือนกระดองเต่า มีไขปกคลุม ตัวอ่อนเคลื่อนที่ได้ พบระบาดในมะละกอที่มีอายุมากที่ให้ผลแล้ว ในช่วงฤดูหนาว การทำลายได้ทั้งส่วน ลำต้น ใบ และผล ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพต่ำ

การป้องกันกำจัด ควรพ่นด้วยสารเคมี ฮักกา อัตราส่วน 20 ซีซี./น้ำ 20 ลิตร เริ่มพ่นเมื่อมะละกออายุ 6 เดือนพ่นทั่วทั้งต้น 2-3 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน

โรคมะละกอแขกดำศรีสะเกษ

1.โรคใบด่าง ซึ่งมีไวรัสเป็นเชื้อสาเหตุ โดยผ่านทางแมลงพาหะชนิดปากดูดได้ เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยฝ้าย เพลี้ยยาสูบ แต่เชื้อไวรัสไม่สามารถถ่ายทอดไปยังเมล็ดพันธุ์
-การทำลาย จะแสดงอาการที่ใบมีสีเหลืองโปร่งแสงและมีอาการเขียวด่าง และเมื่ออาการโรครุนแรงขึ้นใบจะหงิก พื้นที่ใบจะแคบเหลือเพียงเส้นกลางใบ ที่ก้านใบ ลำต้น ปรากฏรอยช้ำเป็นขีด จุดหรือวง สำหรับที่ผลจะมีการเป็นจุดรูปวงแหวน อีกทั้งผลบิดเบี้ยวขนาดเล็ก เนื้อกระด้าง เมื่อสุกมีรสขม การทำลายในมะละกอจะทำให้ผลมะละกอ แคระแกร็น และตายในที่สุด

   การป้องกันกำจัด
   1.ควรป้องกันกำจัดแมลงพาหะ เพลี้ยอ่อนอย่างเหมาะสมโดยใช้สารเคมี M-747 อัตราส่วน 3 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7-10 วัน/ครั้ง
   2.ตัดต้นที่เป็นโรคทำลายทันที
   3.ในแปลงปลูกที่มีอายุเกิน 2 ปี หรือมีการระบาดในแปลงปลูกรุนแรง ให้ตัดทั้งให้มดแล้วทิ้ง พิ้นที่ให้ว่างประมาณ 3 เดือน แล้วจึงปลูกใหม่
   4.ควรดูแลให้มะละกอแข็งแรง ไม่ควรให้ผลมะละกอดกเกินไป ควรดูแลเรื่องน้ำและปุ๋ยให้ถูกต้อง และเหมาะสม
   5.ใช้มะละกอสายพันธุ์ที่ต้านทานโรค


2.โรคโคนเน่า เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อราไฟท๊อปธอร่า การเกิดโรคจะพบในช่วงที่ฝนตกชุก น้ำท่วมขัง

-การทำลาย จะพบยางไหล และเน่า ระดับดินทำให้เนื้อส่วนนั้นเป็นสีน้ำตาล หรือดำ และฉ่ำน้ำ และแผลจะยุบตัวเล็กน้อย ต่อมาใบก็จะเหี่ยว ยืนตายหรือล้มตายได้ เนื้อเยื่อภายในลำต้นเน่าและ

   การป้องกันกำจัด
   1.ควรจัดการเรื่องการระบายน้ำออกจากแปลงปลูกอย่าให้ท่วมขัง
   2.บริเวณรอบโคนต้นไม่ควรมีวัสดุอื่นๆ เช่น ใบมะละกอหรือเศษหญ้าทับ หมักหมมกันจนอับชื้น ต้องเขี่ยออกให้ดินบริเวณโคนต้นแห้งบ้าง
   3.เมื่อพบอาการยางไหลบริเวณโคนให้ทาด้วยปูนแดง
   4.ราดโคนด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดโรครา เมตาแลคซีล  20-40 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
   5.กรณีพบระบาดในต้นเล็กให้ถอนทำลายทิ้งแล้วราดด้วยสารเคมีเมตาแลคซีล

3.โรคแอนแทรคโนส เป็นโรคที่เกิดจากการทำลายของเชื้อราชนิดหนึ่ง ลักษณะอาการที่พบ

-มักจะพบที่ใบแก่ และผลแก่เริ่มสุก โดยอาการเริ่มแรกจะเป็นจัดสีเหลืองๆ ตรงกลางจุดจะเป็นแผลและแห้งตาย แผลจะยุขตัวลงเล็กน้อย ปากแผลจะขยายกว้างเป็นวงๆ และบางครั้งอาจพบเมือกสีส้ม

การป้องกันกำจัด กรณีพบการระบาด ควรฉีดพ่นด้วยสารเคมีป้องกันกำจัด เช่น แมนโคเซบ หรือแคบแทน 30 กรัม/น้ำ 20 ลิตร  พ่นทุกๆ 7 วัน

สำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการพ่นสารเคมีต่างๆ สามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม ลองดูที่หมวด เครื่องพ่นยา ครับ
 

สินค้าที่ใกล้เคียงในร้านนี้

ดูสินค้าทั้งหมด

เมล็ดมะละกอแขกดำศรีสะเกษ
เมล็ดมะละกอแขกดำศรีสะเกษ
ไม่ระบุ
ติดต่อร้านค้า