พระเครื่อง เหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ รุ่นไตรมาส พิมพ์นาคปรก พิมพ์นิยม อุึ ยาว เนื้อทองแดงผิวไฟ
พระเครื่อง เหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ รุ่นไตรมาส พิมพ์นาคปรก พิมพ์นิยม อุึ ยาว เนื้อทองแดงผิวไฟ
พระเครื่อง เหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ รุ่นไตรมาส พิมพ์นาคปรก พิมพ์นิยม อุึ ยาว เนื้อทองแดงผิวไฟ

พระเครื่อง เหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ รุ่นไตรมาส พิมพ์นาคปรก พิมพ์นิยม อุึ ยาว เนื้อทองแดงผิวไฟ

พระเครื่อง เหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ รุ่นไตรมาส พิมพ์นาคปรก พิมพ์นิยม อุึ ยาว เนื้อทองแดงผิวไฟ

  • ราคาไม่ระบุ

จำนวนสินค้า

แชร์สินค้านี้
  • facebook
  • twitter
  • google
ร้านพระเครื่องมงคล

  มงคลพระเครื่อง     พระเครื่อง พระแท้ ศูนย์พระเครื่อง วัถตุมงคล พระกรุ เหรียญ รูปหล่อ พระกริ่ง หลวงพ่อทวด เครื่องราง ของขลัง ประมูลพระ ตลอดความรู้เกี่ยวกับ พระเครื่อง ทุกชนิด เว็ปมาตรฐานของวงการ พระเครื่อง เมืองไทย  ตามมาตรฐานชมรมพระเครื่อง ท่าพระจันทร์   ให้เช่าและรับเช่า พระเครื่อง พระแท้ ทุกชนิด  รับประกันความแท้ทุกรายการ รับจัดหา พระเครื่อง ตามใบสั่ง ราคายุติธรรม รับประกันความแท้ 100% ถ้าปลอมยินดีคืนเงินสดเต็มจำนวน ไม่หัก %  ทั้ง เหรียญคณาจารย์ต่าง ๆ เหรียญหล่อ รูปหล่อ พระกริ่ง เนื้อดิน เนื้อชินเงิน เนื้อชินอุทุมพร เนื้อผง พระปิดตา หลวงพ่อทวด หลวงพ่อวัดโสธร เจ้าคุณนรฯ หลวงปู่โต๊ะ หลวงพ่อโบสถ์น้อย หลวงพ่อเงิน หลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อน้อย หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง หลวงพ่อลี หลวงพ่อเกษม หลวงปู่แหวน หลวงพ่อพรหม หลวงพ่อแดง หลวงพ่อเจริญ หลวงพ่อโอภาสี หลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อสด พระอาจารย์มั่น พระอาจารย์เสาร์ หลวงพ่อฝั้น หลวงพ่อฝาง หลวงพ่อคูณ หลวงพ่อก้อน ประมูลพระ พระชุดจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย เช่น นครปฐม เพชรบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณ์บุรี กรุงเทพ ประจวบคีรีขันธ์ นครราชสีมา นครพนม อุบลราชธานี ศรีสะเกศ พระชุดอาจารยฝั้นและชุดภาคอีสานต่าง ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย  ร้านมงคลพระเครื่อง ร้านค้ามาตรฐานของวงการพระเครื่องเมืองไทย ยินดีต้อนรับผู้ที่นิยมพระเครื่องพระบูชาทุกท่าน สนใจติดต่อ  081-9836488 หรือ 086-3732186 หรือ 080-3395354  อนึ่ง เนื่องจากพระในร้านมีจำนวน มาก ท่านสามารถจะค้นได้โดยพิมพ์ชื่อพระที่ท่านต้องการลงในช่อง"ค้นหา"แล้วกด "Go" ระบบจะทำการค้นหาพระดังกล่าวให้ท่าน

เข้าชมร้านค้า

รายละเอียด

พระเครื่อง เหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ รุ่นไตรมาส พิมพ์นาคปรก พิมพ์นิยม อุึ ยาว เนื้อทองแดงผิวไฟ

 

หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
หลวงปู่ทิมวัดละหารไร่
ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

หลวงปู่ทิม เกิดที่บ้านหัวทุ่งตาบุตร หมู่ที่ 2 ตำบลละหาร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง นามเดิมของท่านชื่อ ทิม นามสกุล งามศรี เกิดเมื่อปีเถาะ วันศุกร์ เดือน 7 ตรงกับวันที่ 16 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2422 เป็นบุตรของนายแจ้ นางอินทร์ งามศรี มีพี่น้อง 3 คน หลวงปู่ทิมเป็นคนที่ 2

เมื่อ ตอนเด็กๆ ท่านชอบออกเที่ยวล่าสัตว์ด้วยความคึกคะนองโดยนำมาเลี้ยงครอบครัวเรื่อยๆไป พออายุได้ 17 ปี บิดาของท่านได้นำตัวท่านไปฝากไว้กับท่านพ่อสิงห์ที่วัดเพื่อเล่าเรียน หนังสือกับท่าน และอาจารย์อื่นๆ เป็นเวลาประมาณ 1 ปี จนมีความสามารถเรียนรู้จนเข้าใจ อ่านออกเขียนได้ดีแล้ว บิดาของหลวงปู่ทิม จึงได้ไปกราบนมัสการท่านพ่อสิงห์ เพื่อขอลานำหลวงปู่ทิมกลับมาอยู่บ้านเช่นเดิม

หลวงปู่ทิมก็ได้ช่วยพ่อแม่ทำงานและหาเลี้ยงพ่อแม่ตามวิสัยลูกที่ดีมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ ด้วยดีตลอด จนกระทั่งอายุเข้า 19 ปี ท่านจึงถูกคัดเลือกเข้าเป็นทหารประจำการ ในสมัยนั้นได้เข้ามาประจำการ อยู่ในกรุงเทพฯถึง 4 ปีเศษ จึงได้รับการปลดประจำการ จากทหารกลับไปอยู่ที่บ้านเดิม เมื่อกลับมาอยู่บ้านแล้ว บิดาของท่าน จึงได้จัดการอุปสมบทให้ท่านเป็นพระภิกษุทันที

หลวงปู่ทิมอุปสมบทเมื่อวันที่ 7 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2449 ซึ่งตรงกับปีมะแม เดือน 6 วันเสาร์ ขึ้น 7 ค่ำ โดยมีพระครูขาว วัดทับ มาเป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอาจารย์สิงห์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอาจารย์เกตุ เป็นพระกรรมวาจารย์ ณ พัทธสีมาวัดละหารไร่ ได้ฉายาทางสงฆ์ว่า อิสริโก

หลังจากท่านได้บวชเป็นพระภิกษุแล้ว ท่านก็ได้อยู่กับพระอาจารย์ที่วัดจนครบ 1 พรรษา แล้วท่านก็ได้ขออนุญาตพระอาจารย์ของท่าน กราบลาเพื่อออกธุดงด์ไปในหลายๆ จังหวัด เพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มขึ้นเป็นเวลา 3 ปีเต็ม ครั้นเมื่อถึงเทศกาลใกล้เข้าพรรษา ท่านก็กลับไปถึงจังหวัดชลบุรี และท่านก็ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดนามะตูม เป็นเวลาถึง 2 พรรษา

ท่านได้เที่ยวร่ำเรียนวิชากับเกจิอาจารย์ชื่อดังต่างๆ หลายอาจารย์ด้วยกัน ที่เป็นพระก็มี ฆราวาสก็มี ที่ท่านเล่าให้ฟังมี โยมรอด โยมเริ่ม และ โยมสาย ทั้ง 3 คนเป็นฆราวาสที่มีวิชาอาคมสูงเป็นที่นับถือของชาวบ้านแถบนั้นมาก จนกระทั่งท่านได้รับตำราตกทอดมาจากหลวงปู่สังข์เฒ่า เจ้าอาวาสวัดเก๋งจีนในสมัยนั้น

หลวงปู่สังข์เฒ่ารูปนี้มีศักดิ์เป็น ปู่แท้ๆ ของท่าน และเป็นพระปรมาจารย์ผู้เรืองอาคมอย่างยิ่งในสมัยนั้น พร้อมกับเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งวัดละหารไร่ขึ้น ขนาดน้ำลายของท่านทีถ่มออกมาโดนพื้นตรงไหนแล้วพื้นจะแตกทันที เมื่อทางจังหวัดทราบถึงความเก่งกล้าทางวิชาอาคมของท่าน จึงได้นิมนต์ให้ท่านมาอยู่ทีวัดเก๋งจีนและได้สร้างพระเนื้อตะกั่ว วัดเก๋งจีน ขึ้นมาหลายพิมพ์ด้วยกัน ซึ่งก็มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง

หลวงปู่สังข์เฒ่า ท่านได้ทิ้งตำรับตำราที่ท่านได้เขียนขึ้นไว้ในสมัยของท่านให้กับวัดละหารไร่ และก็ได้ตกทอดมาเป็นของหลวงปู่ทิมซึงเป็นหลานของท่าน ใช้ศึกษาหาความรู้จากตำราของหลวงปู่สังข์เฒ่านี้

นอกจากนี้หลวงปู่ทิมยังได้เรียนทางวิปัสสนากัมมัฎฐานกับพระอาจารย์อื่นๆ อีกหลายรูปด้วยกันซึ่งต่อมาเมื่อท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสอยู่ ที่วัดละหารไร่ ท่านก็เริ่มพัฒนาวัดโดยการก่อสร้างเสนาสนะบูรณะซ่อมแซมกุฏิ และอื่นๆ อีกมากมาย ญาติโยมทั้งหลายก็เริ่มมีความเลื่อมใสในตัวท่านมาก เพราะท่านเป็นพระทีสมณะสำรวมเคร่งในธรรมะและวินัยเป็นที่น่าเคารพมาก

ต่อมาท่านจึงได้ชักชวนพวกชาวบ้านและญาติโยมทั้งหลายให้ก่อสร้างพระอุโบสถขึ้น 1 หลัง ในเวลาปีเศษๆ ก็เสร็จ พร้อมกับผูกพัทธสีมาจนเป็นที่เรียบร้อยในเวลาเดียวกันหลังจากสร้างพระอุโบสถ เสร็จ และต่อมาท่านจึงได้ก่อสร้างโรงเรียนประชาบาลขึ้นอีก 1 หลัง โดยที่ทางอำเภอและจังหวัดร่วมด้วย ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 8 เดือนเท่านั้นก็แล้วเสร็จเรียบร้อย เปิดให้นักเรียนเข้าเรียนได้ทันที

หลัง จากนั้นท่านก็ได้ชักชวนชาวบ้านให้ช่วยกันพัฒนาก่อสร้างสะพานข้ามคลองอีกหลาย แห่ง และก็ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีทุกประการ โดยมีหลวงปู่เป็นผู้นำพร้อมกับชาวบ้านจึงทำให้ชาวบ้านและญาติโยมทั้งหลายมี ความเคารพนับถือเลื่อมใสในตัวท่านมากยิ่งขึ้น จึงจัดได้ว่าหลวงปู่ทิมท่านเป็นพระนักพัฒนา ที่มีความสามารถเป็นอย่างสูง สมควรที่จะได้รับการเคารพบูชาเป็นอย่างยิ่ง

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2478 หลวงปู่ทิม จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูชั้นประทวน โดยได้รับการส่งหมายและตราตั้งมาไว้ที่ทางเจ้าคณะจังหวัด แต่หลวงปู่ก็ไม่ยอมรับและไม่ยอมบอกใครๆ ด้วยอญู่เป็นเวลานาน ทางจังหวัดจึงได้มอบให้ทางคณะอำเภอเอามามอบให้ท่านที่วัดละหารไร่เอง ท่านจึงได้รับเป็น พระครูทิม อิสริโก และได้รับเป็นพระคู่สวด

อยู่มาจนถึงปี พ.ศ. 2497 ทางคณะสงฆ์จึงได้แต่งตั้งพระครูทิม อิริโก เลื่อนขั้นให้เป็นพระครูสัญญาบัตร ท่านก็ไม่ยอมบอก ไม่อยากได้ ไม่ยินดียินร้ายกับใครอยู่เป็นเวลานาน ญาติโยมที่วัดไม่มีใครทราบเรื่อง จนทางเจ้าคณะอำเภอได้มีหนังสือส่งไปที่วัดจึงได้รับทราบกัน นายสาย แก้วสว่าง ไวยาวัจกรวัด จึงได้นำข่าวไปบอกแก่ชาวบ้านและกรรมการวัดละหารไร่ให้ทราบ พร้อมกับจัดขบวนแห่มารับที่วัดเจ้าคณะจังหวัดโดยได้อาราธนานิมนต์หลวงปู่ทิม มารับสัญญาบัตรพัดยศเป็น "พระครูภาวนาภิรัต" เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2507

เมื่อหลวงปู่ทิมได้เลื่อนขั้นเป็น พระครูภาวนาภิรัตแล้ว บรรดาศิษยานุศิษย์และชาวบ้านก็นัดประชุมกันเพื่อจะจัดงานฉลองสมณศักดิ์ โดยนายสาย แก้วสว่าง เป็นผู้ขออนุญาตต่อหลวงปู่ว่า "หลวงปู่จงอนุญาตพวกเราเถิด อย่าปิดความประสงค์ของพวกญาติโยมเลย ได้โปรดให้พวกญาติโยมได้แสดงความยินดี และแสดงความกตัญญูกตเวทีตอบสนองซึ่งคุณงามความดีของหลวงปู่ด้วยเถิด" หลวงปู่ทิมท่านขัดไม่ได้จึงอนุญาต

นายสาย แก้วสว่าง ในฐานะไวยาวัจกรและศิษย์ใกล้ชิดจึงได้นัดประชุมกรรมการและชาวบ้าน ปรึกษากันว่าจะจัดฉลองสมณศักดิ์และเพื่อหารายได้สบทบทุนในการก่อสร้างกุฏิ และบูรณะซ่อมแซมสิ่งของที่ชำรุดในครั้งนี้ โดยจะขออนุญาตหลวงปู่ทิมเพื่อจัดทำเหรียญรูปเหมือนของท่าน เอาไว้แจกแก่พวกญาติโยมและศิษย์ทั้งหลาย เพื่อเป็นที่ระลึกในการร่วมกันทำบุญในงานวันฉลองสมณศักดิ์ของท่าน เพราะใครๆ ก็ย่อมทราบกันดีอยู่แล้วว่า หลวงปู่ทิมเป็นพระที่น่าเคารพบูชาอย่างยิ่ง ท่านเป็นพระที่ยึดมั่นในพระธรรมพระวินัยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นพระมักน้อยสมถะ ไม่ยินดียินร้ายในสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ฉันอาหารเจเป็นประจำ ฉันมื้อเดียว ไม่เคยฉันเพลเลย แม้แต่น้ำชา หรือน้ำเปล่า ท่านก็ต้องฉันตามเวลา

เท่าที่สังเกตดูปรากฎว่า ท่านจะฉันเช้าประมาณ 7 โมงเช้า และฉันน้ำชาเวลา 4 โมงเย็น ถ้าเลยเวลาแล้วหลวงปู่จะไม่ยอมฉันเป็นเด็ดขาด แม้แต่น้ำชา ท่านฉันมื้อเดียวมาตลอด 50 ปีแล้ว โดยที่ไม่มีอาหารพวกเนื้อหมู เป็ด ไก่ หรืออาหารคาวทุกชนิดเลย แม้แต่น้ำปลาก็ไม่เคยฉัน

อาหารที่ท่านฉันก็ เป็นพวกผัก ถั่ว หรือเส้นแกงร้อน น้ำพริกกับเกลือป่น เป็นประจำอยู่เป็นนิจตลอดมา เนื้อหนังมังสาและผิวพรรณของท่านก็คงเป็นปกติอยู่ตามเดิม พละกำลังของท่านก็แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้คงจะเป็นเพราะอำนาจบารมีของท่านที่เคยได้สร้างสมมาในชาติปางก่อน จึงทำให้ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดและบริสุทธิ์ในธรรมวินัย ดำรงชีวิตมาได้อย่างแข็งแรงและสมบูรณ์

หลวงปู่ทิม มีอายุได้ 96 ปี 72 พรรษา ยังแข็งแรงสมบูรณ์ เดินไปไหนมาไหนได้สะดวก ยังมองอะไรได้ชัดเจนดี ฟันก็ไม่เคยหักแม้แต่ซี่เดียว ถึงแม้ว่าอายุของท่านเกือบจะ 100 ปีแล้วก็ตาม

หลวงปู่ทิมท่านได้ มรณภาพเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2518 นับได้ว่าท่านเป็นพระอาวุโสและมีพรรษามากกว่าพระเกจิอาจารย์รูปใดๆ ทั้งหมดในจังหวัดระยองเลยทีเดียว

 

ข้อมูลอ้างอิง : http://www.pantown.com/board.php?id=10697&area=&name=board3&topic=12&action=view

พระนาคปรกไตรมาศ-แปดรอบ
เหรียญพุทธคุณหลวงปู่ทิมที่มีราคาถูกที่สุด


                 ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับพระเครื่องต่างๆของหลวงปู่ทิม  อิสริโก อ.บ้านค่าย จังหวัดระยองที่มีระยะเวลาการสร้างเพียง34ปี จะมีราคาค่าบูชากันในราคาหลักล้านก็ขึ้นไปแล้วไม่แต่เฉพาะพระกริ่งชินบัญชร,พระขุนแผนพรายกุมาร,เหรียญเจริญพรก็มีสนนราคาขึ้นไปสูงสุดๆแต่พระเครื่องหลวงปู่ทิมมีราคาไล่ๆตามกันไปอย่างเหลือเชื่อจนถือได้ว่าพระเครื่องต่างๆของหลวงปู่ทิมมีสนนราคาแพงและหายากที่สุดจนถือว่าเป็นอันดับ 1 ในเวลานี้แม้แต่เหรียญที่ถูกที่สุดก็มีราคาเช่าบูชากันไปแล้วในราคาใกล้หมื่นและของไม่ค่อยจะมีในเวลานี้ นั่น คือเหรียญนาคปรกแปดรอบ แต่เหรียญนาคปรกไตรมาสของหลวงปู่ทิมที่สร้างขึ้นเมื่อ 34 ปีที่แล้ว

                    ก่อนที่จะถึงงานทำบุญแซยิด ฉลองอายุครบ 8 รอบ หลวงปู่ทิม ในวันที่ 16 มิถุนายน 2518 ท่านได้ถามผมว่า สร้างเหรียญนาคปรกไตรมาสไว้เท่าใด ผมบอกว่าสร้างไว้ 20,000 เหรียญ ซึ่งนับว่ามากมายแล้วในยุคนั้นแต่หลวงปู่ทิมท่านบอกผมว่า  ให้สร้างเหรียญนาคปรกมากๆ เพราะเหรียญนาคปรก 8 รอบนั้นสร้างขึ้นเพื่อแจกฟรีให้แก่ผู้ที่มาบูชาพระผงบรรจุกรุ  เรียกว่าเมื่อมีผู้มาบูชาบริจาคทำบุญ 5 บาทหรือ 10 บาท เพื่อบูชาพระผงลงบรรจุกรุซึ่งสร้างถึง 84,000 องค์ ก็จะได้รับเหรียญนาคปรกเป็นของแถมและสำหรับใช้ป้องกันคุ้มครองตัว  1 เหรียญเป็นเนื้อทองแดงเหมือนหลวงปู่ทิมท่านคงจะรู้ล่วงหน้าว่า หลังงานฉลองอายุ 8 รอบไปแล้วท่านคงจะต้องจากพวกเราไป  ท่านจึงย้ำให้สร้างเหรียญนาคปรกอีกมากๆหน่อย ดังนั้นแล้วผมจึงสร้างเหรียญนาคปรกมาอีกจำนวน  23,000 เหรียญเรียกว่า  เหรียญนาคปรกไตรมาส  เปลี่ยนแบบจากนาคปรกแปดรอบ ซึ่งใช้ตัวหนังสือเป็นตัวหนังสือแบบไทยๆ เล่นหัวและเล่นหาง ส่วนยันต์ด้านหลังเปลี่ยนจากยันต์ห้า เป็นยันต์ด้านหลังเจริญพรสองซึ่งมีอักขระมากกว่า
   ก่อนจะถึงวันเข้าพรรษาปี พ.ศ.2518 ผมคิดจะสร้างพระกริ่งชินบัญชรขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะขณะนั้นพระกริ่งชินบัญชรก็เป็นที่เสาะแสวงหากันแล้วสนนราคาก็ขึ้นไปเกือบองค์ละพันบาทแล้ว  ประกอบกับพระกริ่งชินบัญชร นั้นไม่ค่อยสวยงาม และระยะนั้นผมไปก็ไปมาหาสู่ช่างเกษม ซึ่งเป็นผู้มีฝีมือในการปฏิมากรรมแกะแบบพระกริ่งช่วยออกแบบพระกริ่งแก้ ไขพระกริ่งชินบัญชรให้สวยงามกว่าเดิม โดยตั้งใจจะสร้างพระกริ่งชินบัญชรให้สวยงามกว่าเดิม  โดยตั้งใจจะสร้างพระกริ่งชินบัญชรขึ้นอีกครั้ง  เพื่อจะขอให้หลวงปู่ทิมปลุกเสกให้อีกครั้งในพรรษาปี 2518 จึงได้บอกความประสงค์ต่อท่าน   หลวงปู่ทิมท่านพูดกับผมว่าพระกริ่งชินบัญชร สร้างครั้งเดียวก็พอแล้ว  และท่านก็พูดต่ออีกว่า “ ดีหรือไม่ดีก็ให้มีรุ่นเดียว”


                  ดังนั้นพระกริ่งชินบัญชรจึงมีขึ้นเพียงรุ่นเดียวนั้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา34 ปี ผมได้ทบทวนข้อความที่ท่านพูดว่า  ตีหรือไม่ดีก็ให้มีรุ่นเดียว  คำพูดของท่านวลีนี้เป็นเครื่องแสดงถึงความเด็ดเดี่ยวมั่นใจในวัตถุมงคลของท่านที่ท่านได้สร้างและปลุกเสกว่า ดีหรือไม่ดีให้ผู้คนที่นำไปใช้ก็จะรู้เองเกี่ยวกับเรื่องราวความมั่นใจในวัตถุมงคล  ที่ท่านได้ทำพิธีปลุกเสกแล้วนั้นมีเรื่องคล้ายกับเรื่องนี้อยู่เรื่องหนึ่ง ที่จะนำเล่าสู่กันฟัง ในบรรดาลูกศิษย์ของหลวงปู่ทิมในยุคที่ผมได้เช้าไปสร้างวัตถุมงคลเพื่อที่จะหาปัจจัยสร้างวัดละหารไร่นั้น
มีหลายคนด้วยกันและแต่ละคนก็เป็นนักนิยมสะสมพระเครื่องด้วยกันทั้งนั้น  หลวงปู่ทิมท่านมักจะเรียกชื่อแต่ละคนมาตามลักษณะนิสัยที่พวกเราแสดงออกให้ท่านเห็น เช่น คุณธวัช  ชำนาญณรงค์ เพื่อนข้าราชการในกรมชลประทาน ที่ผมเป็นคนชวนเข้าไปร่วมงานเป็นผู้ที่มีนิสัยสียงดังโวยวาย  เวลาประชุมหรือพูดต่อหน้าหลวงปู่มักจะส่งเสียงดัง  หลวงปู่ทิมก็เลยเรียกคุณวิรัช  ชำนาญณรงค์ ว่า ไอ้โหวกเวก
   ส่วนคุณประชา ตรีพาสัย อดีตนายช่างโทของกรมชลประทานที่เป็นผู้ตามและชักนำผมเข้าไปสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทิมนั้น  เป็นเจ้าของร้านขายยาในจังหวัดระยอง  เวลาเข้าไปหาหลวงปู่ทิมที่วัดละหารไร่ก็จะนำยาชนิตดต่างๆไปถวายหลวงปู่ทิมด้วย หลวงปู่ทิมท่านจึงเรียกคุณประชา ว่าไอ้คนขายยา
   สำหรับคุณพัฒนา  บุญอนุกูล ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานของผม เป็นผู้สร้างปลัดขิกหมายเลข 3 อันเลื่องลือนั้น อาชีพของคุณพัฒนาคือเป็นเจ้าของร้านขายเครื่องชั่ง ตวง วัด และเครื่องทุ่นแรงทุกชนิดหลวงปู่ทิมท่านก็เรียกคุณพัฒนาว่า ไอ้คนขายตาชั่ง
   ส่วนลูกศิษย์อีกคนคือคุณเพียรวิทย์ ที่บ้านขายกระบุง บุ้งกี๋และเข่งไม้ไผ่ ซึ่งมาอายุน้อยกว่าเพื่อนหลวงพ่อก็เรียกว่า ไอ้เด็กขายเข่ง หรือเรียกเฉยๆว่า ไอ้เพียรส่วนคุณสุขุม  แสงชูวงศ์อดีตนายช่างหัวหน้าประทานบ้านค่าย  ซึ่งเป็นฝ่ายทดน้ำของกรมชลประทานเข้าไปช่วยคุมงานก่อสร้าง  หลวงปู่ทิมท่านก็เรียกว่า ไอ้คนทดน้ำส่วนตัวผมนั้นเรียกว่า “ พร ” คำเดียว


                 สำหรับเพื่อนผมที่ได้รับการครอบครูพร้อมผมซึ่งเป็นรายสุดท้าย  ในการรับศิษย์ของท่านคือ อารมณ์  ทับสุวรรณ เป็นผู้นิยมพระเครื่องมากมายคนหนึ่ง  ในคอจะห้อยพระเป็นสิบๆ องค์ เรียกว่าห้อยกันจนหนักคอ หลวงปู่ทิมท่านก็เห็นเป็นประจำหลวงปู่ทิมท่านจึงเรียกคุณอารมณ์ตามที่ท่านเห็นว่า  ไอ้คนพระแยะ   คุณอารมณ์  ทับสุวรรณ(ไอ้คนพระแยะ) ห้อยพระเต็มคือหลายสิบองค์นั้น มีครั้งหนึ่งคุณอารมณ์  ทับสุวรรณ นำพวงพระมาให้หลวงปู่ทิมดู  ในพวงนั้นมีเกจิอาจารย์และพระกรุมีชื่อเสียงหลวงปู่ทิมท่านหยิบมาดูทั้งพวงแล้วก็หัวเราะชอบใจ  แล้วท่านก็พูดให้ได้ยินทั่วกันว่า นับถือนี่ แขวนองค์เดียวก็พอแล้ว  หลวงปู่ทิมท่านมักแทนตัวเอง ว่า “ นี่ ” แทนคำว่า อาตมา และในพวงนั้นมีพระกริ่งชินบัญชรรวมด้วยอยู่หนึ่งองค์
   เรื่องที่ผมได้เล่ามาทั้งหมดมันเกี่ยวกับที่ผมจะขอสร้างพระกริ่งชินบัญชรขึ้นเป็นครั้งที่ 2 และหลวงปู่ทิมท่านก็ปฏิเสธบอกให้ทำรุ่นเดียวก็พอแล้ว สำหรับพระพิมพ์อื่นๆท่านก็ไม่ปฏิเสธและได้ปลุกเสกให้ทุกครั้ง  ผมเชื่อว่าหลวงปู่ทิมให้สร้างพระกริ่งชินบัญชรครั้งเดียวนั้นท่านย่อมทราบดีว่า พระกริ่งนั้นก็คือของสุดยอดของท่านแล้ว และท่านก็มั่นใจในพระกริ่งชินบัญชร ของท่านมากที่จะไม่ทำให้ท่านเสียชื่อเสียง  ท่านถึงกับเคยพูดกับผมและเพื่อนๆหลายคนว่า  ถ้าเขาเอามาคืนก็รับไว้เถิดอีกหน่อยพลิกแผ่นดินหาก็ไม่เจอ


                เหรียญพระนาคปรกหรือพระผงนาคปรกนั้นเป็นพระเครื่องที่ท่านสร้างมากที่สุดในบรรดาพระเครื่องของหลวงปู่ทิม  เหรียญนาคปรก 8 รอบ และเหรียญนาคปรกไตรมาส สร้างในระยะใกล้เคียงกัน แต่เหรียญทั้งสองพิมพ์ก็แตกต่างกันหลายอย่างบางท่านเรียกว่า เหรียญนาคปรกยันต์น้อย เหรียญนาคปรกยันต์มาก      เหรียญนาคปรกยันต์มาก คือ เหรียญนาคปรกรุ่นไตรมาส มีต้นแบบมาจากแผ่นยันต์สารพัดกันไม่ว่าเป็นจะเป็นแผ่นยันต์สารพัดกันก็ดีหรือแผ่นยันต์รูปสีชมพูก็ดี  สร้างพร้อมกันในงานทำบุญอายุครบ  95 ปีของหลวงปู่ทิม เมื่อ 16 มิถุนายน 2517  วันนั้นเป็นวันที่หลวงปู่ทิมประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างศาลาการเปรียญหลังใหญ่ด้วย   ผมจึงขออนุญาตพิมพ์รูปเหมือนของท่านจำนวนหนึ่งซึ่งท่านก็อนุญาตและเดินเข้าไปในกุฏิ  หยิบตำราเล่มนั้นมาลงในภาพที่จะพิมพ์ขึ้นมาด้วย   คุณปราโมทย์  มาเจริญ  อดีตช่างศิลป์  กองแผนงานกรมชลประทาน  ซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกับผมเป็นผู้ลอกอักขระยันต์  และเขียนอาร์ตเวิร์ก  ซึ่งได้ใช้เป็นต้นฉบับกระดาษยันต์สีชมพูพร้อมด้วยกระดาษยันต์สารพัดกัน

                   หลังจากงานฉลองอายุครบ 95 ปีผ่านไปแล้วพร้อมกับที่หลวงปู่ทิมท่านได้แจกกระดาษยันต์สารพัดกันให้กับบรรดาศิษยานุศิษย์ที่มาในงานนั้นเป็นจำนวนไม่น้อยแล้ว  ผู้ที่นำกระดาษยันต์สารพัดกันติดตัวไว้ใช้ต่างมีประสบการณ์มากมายเกิดขึ้นชนิดที่เรียกว่าเล่ากันทั้งวันไม่มีวันจบความนิยมเริ่มมี  การเสาะแสวงหาก็เกิดขึ้น  ดังนั้นในการสร้างเหรียญชุด 8 รอบจึงไม่มีอักขระยันต์เลขยันต์ด้านหลังมาก

                  จวบจนหลวงปู่ทิมได้สั่งให้สร้างเหรียญนาคปรกเพิ่มขึ้นอีก  คุณวรเทพ  อุดมรัตนะศิลป์ ซึ่งเป็นผู้รับงานจากผมให้เป็นผู้สร้างเหรียญชุด 8 รอบไปพบช่างเขียนฝีมือดีที่สามารถเขียนอักขระเลขยันต์ตัวภาษาขอมได้  จึงได้ให้ลอกยันต์จากกระดาษยันต์สารพัดกันลงมาไว้ในเหรียญนาคปรกไตรมาส และพร้อมกันนั้นก็ได้สร้างเหรียญเจริญพรครั้ง 2 ขึ้นหลวงปู่ทิมท่านก็ไม่ขัดข้องและยินดีสร้างให้อย่างเต็มใจและท่านขอให้สร้างมากๆด้วย   แต่ความคิดของผมที่ต้องการจะให้เหรียญดังจึงสร้างจำนวนน้อยแค่สองพันเหรียญเศษเท่านั้น  และตอกเลขไว้ทุกเหรียญด้วยเหรียญเจริญพรสองนี้ก็ได้ใช้อักขระเหรียญเดียวกันกับนาคปรกไตรมาส  เมื่อวันที่นำเอาแบบเหรียญไปให้หลวงปู่ทิมท่านพิจารณาท่านพออกพอใจที่เหรียญนั้นมียันต์มากท่านบอกว่าจะได้เรียกสูตรอักขระเลขยันต์ได้เต็มที่   
   เหรียญนาคปรกไตรมาสนั้นต่างจากเหรียญนาคปรกแปดรอบ  ซึ่งเหรียญเป็นยันต์ครู เป็นยันต์ที่หลวงปู่ทิมท่านชอบและใช้เป็นประจำ  ยันต์ห้า หรือ ยันครู ที่หลวงปู่ทิมชอบใช้นั้นถ้าเปิดคัมภีร์มหายันต์ดูแล้วเขาเรียกยันต์ห้านั้นว่า ยันต์มหาจินดามณี  หลายปีมาแล้ว หลวงพ่อสาคร  มนุโญ เจ้าอาวาสวัดหนองกรับ ศิษย์เอกองค์หนึ่งของหลวงปู่ทิมเล่าให้ผมฟังว่า  ก่อนที่ชินพรจะเข้ามาสร้างพระให้หลวงพ่อ(หมายถึงหลวงปู่ทิม) ไม่นาน      วันหนึ่งท่านเรียกฉันว่า ครมาดูอะไรนี่ แล้วหลวงปู่ทิมก็เดินลงไปในแม่น้ำบ้านค่าย ตรงที่ติดกับหอฉันท์หลังเก่าซึ้งรื้อไปแล้ว  หลวงปู่ท่านเดินลงไปในแม่น้ำบ้านค่าย  ตรงบริเวณนั้นแล้วก็ถลกชายจีวรทั้ง 2 ขึ้นมาเหน็บเอวเพื่อไม่ให้จีวรเปียกน้ำ อาจารย์สาครเล่าว่า ฉันยืนอยู่ริมตลิ่ง มองดูหลวงพ่ออย่างแปลกใจ ว่า ท่านจะแสดงอะไรให้ดู หลวงปู่ทิมท่านก็เอาหัวแม่โป้งกับนิ้วชี้ซึ่งติดกันแล้วดีดน้ำ 3 ครั้งแล้วก็เอามือกวักน้ำ 4-5 ครั้ง เพียงอึดใจเดียวปลาก็มาอยู่รอบๆตัวท่านเต็มไปหมด หลวงพ่อถึงกับเอามือช้อนขึ้นมาแล้วปล่อยลงน้ำ ฉันนี่ยืนตะลึงคิดไม่ถึงเลยว่าหลวงพ่อจะทำได้ถึงขนาดนี้  อาจารย์สาครเล่าว่า หลวงปู่ทิมท่านสำเร็จยันต์มหาจินดามณี จริงๆสามารถเรียกเนื้อเรียกปลาได้เหมือนอย่างที่นางพันธุรัตน์ มอบ พระคาถาจินดามณีไว้ให้พระสังข์  เพื่อใช้เรียกเนื้อเรียกปลาไม่ใช่มีแต่แค่ในนิยายเท่านั้น ของทำได้จริงๆก็มี  พระอาจารย์สาคร หรือพระครูมนูธรรมวัตร เจ้าอาวาสวัดหนองกรับยังมีชีวิตอยู่  ท่านเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังเมื่อหลายปีมาแล้ว  และท่านยังพูดเน้นๆว่า ศีล 227 ข้อ ฉันยังดีอยู่น่า ฉันเห็นหลวงพ่อทำได้จริงๆอย่างที่เล่ามา  ฉันยังขอเรียนหลวงพ่อท่านว่า พระคาถามหาจินดามณีมีจริงถ้าจะเรียกมาได้ใจจะต้องหมดความโลภเสียก่อน

ข้อมูลนี้ถูกเขียนโดยอาจารย์ชินพร สุขสถิตย์ เมื่อราวๆปี 2552

 

สินค้าที่ใกล้เคียงในร้านนี้

ดูสินค้าทั้งหมด

สินค้าที่คุณอาจจะสนใจ

พระเครื่อง เหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ รุ่นไตรมาส พิมพ์นาคปรก พิมพ์นิยม อุึ ยาว เนื้อทองแดงผิวไฟ
พระเครื่อง เหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ รุ่นไตรมาส พิมพ์นาคปรก พิมพ์นิยม อุึ ยาว เนื้อทองแดงผิวไฟ
ไม่ระบุ
ติดต่อร้านค้า