ภาษาไทย

พระสมเด็จ  ( PHRASOMDEJ)

โดย  อาจารย์ไพรพนา  ศรีเสน

พ.ศ.๒๕๕๐

พระสมเด็จ  ศูนย์กลาง ให้บูชาและร่วมกันช่วยเหลือสังคม  และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พระสมเด็จที่เกิดจากการสร้างและจัดสร้าง ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต)  พรหมรังสี  และร่วมวิเคราะห์ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์  วิทยาศาสตร์  ถึงความจริงเพื่อจะดำรงไว้ซึ่งพระคุณอันประเสริฐแห่ง  เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์  (โต)  พรหมรังสี   และให้ประชาชนโดยทั่วไปสามารถมีมงคลวัตถุของท่านไว้กราบไหว้เคารพบูชา อันจะเป็นมงคลแก่ท่านและครอบครัวสืบไป

พระสมเด็จของ  สมเด็จพระพุฒจารย์ (โต)  พรหมรังสี ที่ท่านสร้าง และจัดสร้าง

การพิจารณาต้องรอบรู้ทั้งทางด้านรูปธรรม และนามธรรม  คือทั้งศาสตร์ และศิลป์  ค้นคว้าจากตำราที่เป็นศาสตร์  วิเคราะห์ตามแนวทางแห่งวิทยาศาสตร์  นำทั้งสองสิ่ง มาควบรวมเข้าด้วยกัน  จะเป็นการศึกษาอย่างองค์รวมที่เป็นความรู้ในระดับสังเคราะห์   หมั่นศึกษาหาความรู้ให้มากๆ  ถ้าเราอยากได้สิ่งใดต้องมีความรู้ในสิ่งนั้นๆให้ถ่องแท้    เราจะได้ไม่เสียโอกาส   ถ้าเรากังวลว่าสิ่งที่ เรามีจะไม่ได้รับการยอมรับ  สังคมพระหาเล่นกันอย่างไรเราต้องยึดอย่างนั้น  ข้าพเจ้าขอเรียนว่าอาจจะจริงและอาจจะไม่จริงก็ได้โดยเฉพาะพระในสกุลพระสมเด็จ  แท้จริงอยู่ที่เราได้รู้จักศึกษาหาความรู้เท่าใดมากกว่า และที่สำคัญคือการเคารพด้วยความศรัทธาอย่างมีสติมากกว่าเชื่อตามกระแสสังคม   ขอให้ทุกท่านมั่นใจ และเชื่อได้ว่าเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต)  พรหมรังสี   ถือได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของเราได้สร้างคุณงามความดีและสร้างพระในสกุลพระสมเด็จไว้มากมายมหาศาลเพื่อจุดมุ่งหวังในการสืบทอดพระพุทธศาสนา   อีกทั้งปกป้องคุ้มครองประชาชนชาวไทยต่อไปในปัจจุบันและกาลข้างหน้า    ด้วยพุทธคุณ และอิทธิคุณแห่งพระสมเด็จ

คำกล่าวด้วยความศรัทธา

โดย  อาจารย์ไพรพนา  ศรีเสน

พ.ศ.๒๕๕๐

              ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการศึกษาเรื่องของสกุลพระสมเด็จของท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี  ที่ท่านได้สร้าง และจัดสร้าง ทั้งพิธีทั่วไป และพิธีหลวง รวมทั้งมีพระภิกษุที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบหลายรูปร่วมในพิธีดังกล่าว  ปัจจุบัน(พ.ศ.๒๕๕๓)ถ้าเรานับอายุก็น่าจะมีอายุการสร้างมากกว่า ๑๔๐ ปี จึงสมควรยึดถือได้ว่าเป็นพระสมเด็จที่เปี่ยมไปด้วยพุทธคุณ และอิทธิคุณอย่างอเนกอนันต์

ในเรื่องของพระสมเด็จในสกุลของพระสมเด็จที่ท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี  ได้สร้าง และจัดสร้างนี้ได้พยายามศึกษาในส่วนที่ได้มีพระสมเด็จที่ครอบครอง  มีทั้งหมดดังนี้ หนึ่ง พระสมเด็จวัดระฆัง  สอง พระสมเด็จบางขุนพรหม   สาม พระสมเด็จวัดไชโย   สี่ พระสมเด็จวัดพระแก้ว  ห้า พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดละครทำ   หก พระสมเด็จวัดระฆังปิดทองล่องชาด (ปิดทองทึบ) ทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ได้มีการสืบค้นทางด้านประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี และในเรื่องของการสร้างพระสมเด็จ แต่น่าเสียดายที่หลักฐานไม่มีการบันทึกไว้อย่างเป็นระบบโดยเฉพาะไม่ได้บันทึกไว้ในจดหมายเหตุหรือในพระราชกิจจานุเบกษาแต่อย่างใด  จึงพบปัญหาค่อนข้างมากเพราะแม้แต่  วัน เดือน ปี  สถานที่เกิด  บิดา มารดา  หรือแม้แต่สถานที่ขณะท่านมรณภาพ (สิ้นชีพิตักษัย) ก็ยังไม่ตรงกัน  จึงได้พยายามศึกษาจากการเทียบเคียงทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง จดหมายเหตุที่เกี่ยวข้อง สถานที่ในยุคที่กล่าวอ้างถึง และประสบการณ์ตรงจากผู้รู้ เป็นต้น จึงมีประชาชนหลายท่านเชื่อและไม่เชื่อซึ่งก็คงจะต้องร่วมกันสืบค้นให้ประจักษ์ต่อไป

          ในเบื้องต้นผมเองมิได้มีเจตนาที่จะสนใจหรือสืบค้นในเรื่องนี้ เพียงแต่เคารพบูชากราบไหว้สมเด็จโตเป็นนิจเท่านั้น   ด้วยเพราะเป็นคนวังหลัง  ปู่  ย่า  ตา  ทวด  ก็สืบสายมาจากช่างสิบหมู่   จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๒๘  จึงได้มีโอกาสครอบครองพระสมเด็จชุดนี้เพียงหนึ่งองค์เป็นพระสมเด็จสีเขียวสวยงามมากจาก  พระภิกษุวงศ์  สุธรรมโม   (พระอาจารย์จิ้ม   กันภัย  ซึ่งท่านเป็นตาของผม)  และจำพรรษาอยู่ที่วัดดงมูลเหล็ก   ท่านชอบสะสมพระสมเด็จท่านได้บอกให้ผมได้ทราบว่า นี่คือพระสมเด็จกรุวัดพระแก้ว  ลูกศิษย์ซึ่งเป็นนายทหารนำมาให้เป็นจำนวนมากให้ไปศึกษาดู ถ้าสนใจก็มาเอาไป  แล้วท่านก็เปิดให้ดูในหีบ  ผมเห็นมีพระชุดนี้เต็มไปหมด  จากนั้นจึงนำมาขึ้นคอบูชา  แต่ถ้าถามความสนใจที่ผมจะสืบค้นยังไม่ได้คิดเพราะในขณะนั้นผมรับราชการเป็นผู้บริหารของโรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  มหาวิทยาลัยมหิดล  มีภารกิจค่อนข้างมาก   จวบจนกระทั่ง  ประมาณปี  พ.ศ. ๒๕๓๙  ขณะที่ผมไปเยี่ยมหลวงตาท่านบอกว่า ผมมีฐานะความเป็นอยู่ดีแล้ว และอยู่ในแวดวงวิชาการท่านบอกว่าจะให้มรดกที่ต้องไปทำต่อเอาเองและท่านได้มอบพระชุดนี้รวมทั้งพระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดละครทำ  พระสมเด็จวัดระฆังชุดปิดทองล่องชาด  ให้ทั้งหมด (พระสมเด็จวัดพระแก้ว จำนวน  ๗๒๙ องค์  ๖๓ พิมพ์  พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดละครทำจำนวน  ๒๑๒  องค์  ๙ พิมพ์  พระสมเด็จวัดระฆัง และพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมจำนวนหนึ่ง) ท่านกำชับให้ผมไปสืบค้นหาข้อมูลที่แท้จริงเพื่อให้สังคมได้รับรู้  รับทราบ  นี่คือที่มาที่ผมได้ครอบครองพระในสกุลพระสมเด็จ  และในปี พ.ศ. ๒๕๔๙  ผมได้ลาออกจากราชการ  หลังจากนั้นได้เริ่มทุ่มเทศึกษาค้นคว้าจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์  วิทยาศาสตร์ และจากบุคคลที่มีความรอบรู้ที่ครอบครองพระสมเด็จสกุลต่าง ๆ เหล่านี้   ที่สำคัญ  พระอาจารย์จิ้ม   กันภัย (พระภิกษุวงศ์  สุธรรมโม )  ได้นำผมและสานุศิษย์เข้ากราบนมัสการ  หลวงพ่อวงศ์  หรือพระครูบาชัยยะวงศ์สา  วัดพระบาทห้วยต้ม  จังหวัดลำพูน  และได้ขอความเมตตาท่านได้ตรวจสอบด้วยฌานสมาบัตร  พระสมเด็จกรุวัดพระแก้ว  พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดละครทำ และพระสมเด็จวัดระฆังชุดปิดทองล่องชาด   จากที่ท่านได้ตรวจสอบท่านได้กล่าวว่ามีมงคลพระคาถาพุทธคุณและอิทธิคุณแห่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี  สูงมาก   สิ่งต่างๆเหล่านนี้คือประสบการณ์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมได้เริ่มให้ความสนใจและค้นคว้าศึกษาหาความรู้อย่างเต็มกำลังความสามารถ

 

สิ่งที่สำคัญในการจัดทำและสืบค้นข้อมูลพระสมเด็จในสกุลของพระสมเด็จที่ท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี  ได้สร้าง และจัดสร้างมีดังนี้

 

ประการแรก   คือการบูชากิตติคุณอันยิ่งใหญ่และดำรงไว้ซึ่งพระคุณอันประเสริฐแห่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ที่ท่านได้สร้างคุณงามความดีไว้แก่แผ่นดิน  เป็นพระภิกษุที่ทรงศีลประพฤติดีปฏิบัติชอบ  ช่วยเหลือประชาชนทุกชนชั้น และที่สำคัญได้ทรงทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา  เช่น สร้างถาวรวัตถุ สร้างองค์พระพุทธรูปปาง และแบบต่างๆ  สร้างพระสมเด็จจำนวนมากเพื่อเจตนาที่จะเป็นที่พึ่งแห่งพุทธศาสนิกชนและสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนต่อไปในภายภาคหน้า

ประการที่สอง   คือต้องการให้ผู้ที่เคารพบูชากราบไหว้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต)พรหมรังสี และต้องการครอบครองพระสมเด็จของท่านได้มีโอกาสสักการบูชาพระสมเด็จที่เป็นพระแท้

ประการที่สาม   ผมได้ตั้งใจไว้ว่ารายได้อันเกิดจากการให้บูชาพระสมเด็จชุดนี้จะแบ่งส่วนเพื่อนำมาทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา และเพื่อเป็นสาธารณะกุศลตามความสมควร  โดยอุทิศส่วนกุศลให้แด่หลวงตาของข้าพเจ้า (พระภิกษุวงศ์  สุธรรมโม) ที่ได้มรณภาพ  รวมทั้งบิดา  มารดา และผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว

 

ประวัติโดยสังเขปของพระภิกษุวงศ์ สุธรรมโม (พระอาจารย์จิ้ม กันภัย)

 

         พระภิกษุวงศ์   สุธรรมโม  (พระอาจารย์จิ้ม  กันภัย)  เกิดเมื่อวันที่ ๓  กุมภาพันธ์ ๒๔๖๗   เป็นชาววังหลัง  อำเภอบางกอกน้อย  จังหวัดธนบุรี (เดิม)       อุปสมบทเมื่ออายุ  ๓๕  ปี ที่วัดระฆังโฆสิตาราม  หลวงปู่นาคเป็นพระอุปัชฌาย์  จำพรรษาอยู่ที่วัดระฆัง  เป็นเวลา  ๙  พรรษา  ต่อจากนั้นจึงย้ายมาจำพรรษาที่วัดดงมูลเหล็กอีก ๔๑ พรรษา   จนมรณภาพเมื่อวันที่ ๒๐  พฤษภาคม  ๒๕๕๒  ณ  โรงพยาบาลศิริราช สิริอายุ ๘๕ ปี ๕๐ พรรษา


         พระภิกษุวงศ์  สุธรรมโม  เป็นพระภิกษุที่ศรัทธาในสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี  เป็นอย่างยิ่ง  ประกอบกับวงศ์ตระกูลก็มาจากข้าหลวงในสกุลช่างหลวง (ช่างสิบหมู่) ท่านได้ศึกษาค้นคว้าพระในสกุลสมเด็จแทบทุกพิมพ์  และได้สะสมพระสมเด็จไว้มากมาย  เช่น  พระสมเด็จวัดระฆัง  พระสมเด็จบางขุนพรหม (วัดใหม่อมตรส)  พระสมเด็จวัดไชโย  พระสมเด็จวัดพระแก้ว  และที่สำคัญคือพระสมเด็จวัดลครทำ  (พระสมเด็จตะกั่วห่อชา)  นอกจากนั้นท่านยังมีพระสมเด็จที่หาได้ยากมากในปัจจุบัน  อันได้แก่  พระสมเด็จหลังเบี้ย (พระสมเด็จดินสอเหลือง)  พระสมเด็จเนื้อชานหมาก  พระสมเด็จเนื้อหินลับมีดโกน  พระสมเด็จปิดทองล่องชาด (ปิดทองทึบ) ซึ่งเป็นพระสมเด็จที่สร้างขึ้นที่วัดระฆังทั้งสิ้น  นักนิยมพระเครื่องรุ่นเก่าจะรู้จักและให้ความเคารพนับถือท่านโดยเฉพาะนักนิยมพระสมเด็จท่าพระจันทร์  วัดราชนัดดา  และบางกอกน้อย  เป็นต้น


          ท่านมีสานุศิษย์มากมายโดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งท่านได้สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ในทางพุทธศาสนาในหลายวัด โดยเฉพาะวัดสันใต้  อำเภอสันกำแพง  จังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งเป็นวัดที่ถูกเพลิงไหม้เหลือเพียงวิหารเท่านั้น ท่านได้ร่วมกับประชาชน และพระภิกษุ  สร้างพระอุโบสถ วิหาร  ศาลาการเปรียญ กุฏิ  ฯลฯ  ด้วยงบประมาณจากรายได้การให้บูชาพระสมเด็จ และการบริจาคจากผู้มีจิตรศรัทธา แม้ชื่อเสียงของท่านจะไม่เลื่องลือนักแต่สานุศิษย์ของท่านก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแพทย์  ทหาร  ตำรวจ  และประชาชนโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะได้รับพระในสกุลพระสมเด็จมากบ้าง  น้อยบ้างตามความเหมาะสม  โดยเฉพาะ นายแพทย์สำเริง   รัตนระพี   ดร.ชัยพร   พิบูลศิริ   นายสุคนธ์  เพียรพัฒน์   นายเถกิงเดช  คล่องบัญชี  และข้าพเจ้าซึ่งเป็นหลาน  ได้รับพระในสกุลพระสมเด็จในจำนวนหนึ่งซึ่งทุกคนมีความประสงค์ที่จะสืบทอดและเผยแพร่พระในสกุลพระสมเด็จตามเจตนารมณ์ของ พระภิกษุวงศ์  สุธรรมโม (พระอาจารย์จิ้ม กันภัย) ที่ได้สั่งไว้ก่อนมรณภาพต่อไป

 

ประวัตินายไพรพนา   ศรีเสน


ชื่อ นายไพรพนา ศรีเสน


ประวัติการศึกษา

ประถมศึกษา โรงเรียนวัดดงมูลเหล็ก 

มัธยมศึกษาตอนต้น  โรงเรียนสวนอนันต์ และโรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย

มัธยมศึกษาตอนปลาย  โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร

ปริญญาตรี   ศิลปศาสตร์บัณฑิตรัฐศาสตร์   สาขาการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ปริญญาโท ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิตพัฒนาสังคม สาขาการวิเคราะห์นโยบายภาครัฐ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์


ประวัติการทำงาน

เริ่มเข้ารับราชการ 1 ต.ค. 2517

ตำแหน่ง บริหารทั่วไป โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

หน้าที่ ควบคุมบริหารจัดการ

- งานบริการผู้ป่วยนอก

- งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ

ออกจากราชการ   15 มี.ค. 2549

ลาออกจากราชการเพื่อลงสมัครสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพฯ


ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ นักวิชาการอิสระกรรมการ และที่ปรึกษาในหลายองค์กร


เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่ได้รับ

- ทุติยาภรมงกุฎไทย

- เหรียญจักรพรรดิมาลา

- เข็มพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสครองราชย์ครบ 50 ปี

- เข็มพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ

- เข็มประทานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

- เหรียญประธานของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา


ประวัติดีเด่นในการทำงานที่ถือได้ว่าเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจ

1.ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้มีหน้าที่ในการประสานงานอำนวยความสะดวกในการเตรียมสถานที่เพื่อถวายการรักษาพยาบาลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พ.ศ. 2538

2. ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้มีหน้าที่ในการ

เตรียมสถานที่เพื่อถวาย การรักษาพยาบาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

15 มี.ค. 2538

3.ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้มีหน้าที่ในการ
ประสานงานอำนวยความสะดวกในการเตรียมสถานที่เพื่อถวายการรักษาพยาบาล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 4 ก.ย. 2538

4. ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้เป็นกรรมการ

ฝ่ายประสานงานใน

วโรกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ พระราชดำเนิน

มาถวายการตรวจพระสุขภาพ พ.ศ. 2538

5.ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้มีหน้าที่ในการ
ประสานงานอำนวยความสะดวกในการเตรียมสถานที่เพื่อถวายการตรวจและรักษา
พยาบาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2540

6. กรรมการจัดงานวันมหิดลของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัย

มหิดล พ.ศ. 2537 -2541

7. กรรมการจัดงานพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. 2537 -2541

8. กรรมการฟื้นฟูวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. 2539

9. ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย

10. ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง

11. ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของกรรมาธิการเปิดเผยการประชุมลับและตรวจรายงานการประชุมของ

สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2540 - 2547

12. อนุกรรมาธิการ การสื่อสารและโทรคมนาคมสภาผู้แทนราษฎร

พ.ศ. 2548 - 2549     

13. ที่ปรึกษาสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ พ.ศ. 2548 - ปัจจุบัน

14. ที่ปรึกษาสมาคมพุทธสัมพันธ์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2548 - ปัจจุบัน

15. ที่ปรึกษาสภาวัฒนธรรมเขตลาดกระบัง พ.ศ. 2542

16. กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิ ๑๑๑ ไทยรักไทย พ.ศ.2551 - ปัจจุบัน

17. ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551 - ปัจจุบัน

 

 

 

เปิดแล้ววันนี้ www.phrasomdej.in.th ศูนย์รวมพระสมเด็จ  และแหล่งเรียนรู้  แลกเปลี่ยนความคิดเห็น   สำหรับผู้ศรัทธา สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี

 

 

พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ ( ละคร หรือ ละคอน )

โดย  อาจารย์ไพรพนา  ศรีเสน

พ.ศ.๒๕๕๐

                                                                                                                                                                                                                                                                                                          วัดลครทำ   เป็นวัดราษฎร์  ตั้งอยู่ใน  ตำบลบ้านช่างหล่อ  อำเภอบางกอกน้อย  จังหวัดกรุงเทพฯ  (ธนบุรี เดิม)   ใกล้กับวัดระฆัง   สร้างในปี  พ.ศ. ๒๓๙๔  ในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.๒)   ผู้สร้างวัดนี้มีอาชีพเป็นนายโรงละครนอกชื่อนายบุญยัง  ชาวบ้านเรียกกันว่า นายบุญยัง  ละครนอก  เหตุที่เรียกกันอย่างนี้ก็เพราะในยุคนั้น  ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นยุคที่มีการฟื้นฟูศิลปะวิทยาการและวัฒนธรรมที่เคยมีตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา  ซึ่งศิลปะแขนงหนึ่งทางด้านการแสดง  คือ  ละคร  ก็ได้มีการแบ่งเป็นละครใน และละครนอก  (ละครในฝึกเฉพาะในวังเป็นผู้หญิงล้วน  ส่วนละครนอกฝึกภายนอกวังเป็นผู้ชายล้วน และห้ามใช้ผู้หญิง)  ในสมัยนั้นมีละครอยู่สองคณะคือละครในของเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี และละครนอกของนายบุญยัง    นายบุญยังมีฐานะดีมากอันเนื่องมาจากเป็นนายละคร และเป็นผู้ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง   จึงได้สร้างวัดขึ้นในบริเวณนี้   ชาวบ้านได้ช่วยกันตั้งชื่อว่า  “วัดละครทำ”  ตั้งแต่นั้นมา

          เรื่องราวของวัดละครทำนั้นมีเรื่องเกี่ยวข้องกับ   สมเด็จพระพุฒาจารย์  (โต)  พรหมรังสี  คือท่านได้สร้างพระเจดีย์นอนสององค์ไว้ที่วัดนี้   โดยหลักฐานจากเรื่องเล่าในหนังสือประวัติเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์  (โต)  พรหมรังสี   ของพระมหาเฮง  อิฏฐาจาโร  ฉบับ  พ.ศ. ๒๔๙๙ และอีกหลายๆท่าน  ดังความว่า  “ ในการก่อสร้างนั้นปรากฎว่า เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์  (โต)  พรหมรังสี  ได้สร้างถาวรวัตถุหลายอย่าง  และท่านมักสร้างของแปลกๆ  ของโตๆ  ท่านได้สร้างพระเจดีย์นอนที่หลังโบสถ์วัดละครทำไว้สององค์หันหน้าเข้าหากัน  (ปัจจุบันรื้อทิ้งแล้ว)   มูลเหตุที่ท่านได้สร้างพระเจดีย์นอนนั้นเล่ากันว่าเกิดจากท่านได้ปรารภว่า  แต่เดิมพระเจดีย์ที่สร้างกันนั้นสำหรับบรรจุ   พระธรรม  เรียกกันว่า  “ พระธรรมเจดีย์ “  แต่ในกาลปัจจุบันความประสงค์แปรเปลี่ยนไปเป็นเพื่อบรรจุอัฐิธาตุของสกุลวงศ์  หรืออุทิศให้ผู้ตาย  จัดเป็นอนุสาวรีย์เฉพาะบุคคล    ดังนั้นท่านจึงได้สร้างพระเจดีย์นอนไว้เป็นปริศนาธรรม   ซึ่งมีความหมายว่า  ต่อไปเบื้องหน้าจะไม่มีผู้ใดสร้างพระธรรมเจดีย์อีกแล้ว   พระอาจารย์จิ้ม   กันภัย  (พระภิกษุวงศ์   สุธรรมโม)  ปัจจุบันมรณภาพเมื่อ วันที่  ๒๐  พฤษภาคม  ๒๕๕๒  สิริอายุ  ๘๕ ปี  (๕๐ พรรษา )   จำพรรษาอยู่ที่วัดดงมูลเหล็ก   บางกอกน้อย  เป็นผู้ที่ได้ครอบคลองพระสกุลสมเด็จไว้มากมาย  ได้เล่าถึงมูลเหตุในการสร้าง  พระเจดีย์นอน  ความว่า  “คราวหนึ่ง  ประมาณ  ปี พ.ศ. ๒๔๑๔  เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์  (โต) พรหมรังสี   ได้มาเป็นพระอุปัชฌาย์ที่วัดละครทำและได้ปรารภกับสานุศิษย์ถึงการสร้างพระเจดีย์นอนและการบรรจุพระสมเด็จเพื่อเป็นที่เคารพสักการะแก่ประชาชนในกาลข้างหน้าจึงได้สร้างพระสมเด็จตะกั่วห่อใบชาขึ้น (เรียกว่าพระสมเด็จตะกั่วห่อชา)  โดยการทำพิมพ์ของช่างจากทีมบ้านช่างหล่อใช้แบบของพระสมเด็จในสกุลวัดระฆัง และจัดทำขึ้นมาใหม่ในบางส่วนเป็นพิมพ์สองชิ้นประกบกันแบบกดปั๊ม และตัดขอบในภายหลัง”   (ซึ่งน่าสนใจอยู่ตรงที่ว่าพิมพ์ของพระสมเด็จตะกั่วห่อชาชุดนี้มีพิมพ์ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมปะปนมาหลายพิมพ์ และน่าเชื่อได้ว่าน่าจะจัดสร้างในเวลาใกล้เคียงกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมด้วย) ทำพิธีลงพระสูตรคาถาร่วมกับพระสมเด็จวัดระฆังชุดปิดทองทึบ (ชุดปิดทองทึบ เป็นชุดที่เก็บไว้บนเพดานวิหารวัดระฆัง  ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นกรุสุดท้าย)

พระสมเด็จตะกั่วห่อชา  พระอาจารย์จิ้ม   กันภัย ( พระภิกษุวงศ์  สุธรรมโม) ได้เล่าให้ฟังว่าในสมัยนั้นมีชาวจีนที่มีความเคารพนับถือเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์  (โต)  พรหมรังสี   ได้นำชาชั้นดีมาถวายมากมาย  (การรักษาคุณภาพของชาในสมัยโบราณในประเทศจีนนั้น  หนึ่งในหลายๆวิธีที่คือการห่อด้วยแผ่นตะกั่วบางๆ ) และตะกั่วห่อใบชาเหล่านี้เองที่เป็นที่มาของการสร้างพระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ  พิมพ์แม่แบบทำด้วยหินลับมีด และโลหะลักษณะกดปั๊มแล้วตัดขอบเป็นพิมพ์นิยมซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะหลังแบบทุกองค์  มีความหนาประมาณ  ๐.๖  มิลลิเมตร โลหะตะกั่วบางอ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง  ปรากฏสนิมแดง  สนิมตะกั่ว คราบไขขาว  คราบปูน และคราบฝุ่นบางๆ เกาะติด  ที่สำคัญมีลักษณะสึกกร่อนไปตามกาลที่ถือเป็นหลักการตามแห่งธรรมชาติ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก)  มีด้วยกันหลายพิมพ์  ได้แก่  พิมพ์พิมพ์ใหญ่  พิมพ์ฐานเส้นด้าย  พิมพ์ทรงเจดีย์  พิมพ์สังฆาฏิ  พิมพ์ฐานแซม  พิมพ์ทรงประมูล  พิมพ์สามเหลี่ยม (หน้าหมอน) ฯ ล ฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์  (โต)  พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร  พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น 

          การค้นพบ   ในราวปี  พ.ศ. ๒๕๐๓–๒๕๐๔  ทางวัดละครทำได้รื้อพระอุโบสถหลังเดิมเพื่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่  โดยได้พบพระชุดนี้ในพระอุโบสถ  และในวิหาร  ส่วนในพระเจดีย์นอนทั้งสององค์ที่นักสะสมพระในสมัยนั้นเข้าใจว่าจะมีพระสมเด็จกลับไม่มี (ในเรื่องนี้  คุณธงชัย  พลอยช่าง  สกุลเดิม  อิศรางกูร    อยุธยา  ในปัจจุบันมีอายุ  ๖๘  ปี  เป็นผู้ชำนาญการทางด้านช่างปั้นพระปฏิมากร  เล่าว่า  ขณะนั้นมีอายุได้  ๑๙ ปี  ได้มีโอกาสเข้าไปดูพระชุดนี้ในพระอุโบสถ  และในวิหาร  เห็นว่ามีจำนวนมาก ประมาณพันเศษเห็นจะได้  ตอนแรกยังไม่มีใครรู้มากนักแต่ต่อมาสักสองสามวันเห็นจะได้นักสะสมพระก็แห่กันมาเต็มวัด  แต่พระส่วนใหญ่จะตกอยู่กับหลวงตาจิ้ม  ส่วนท่านเองได้มาสี่องค์  ซึ่งได้ใส่ตลับขึ้นคอบูชามาจนถึงปัจจุบัน)  ซึ่งพระสมเด็จส่วนใหญ่หรือแทบจะทั้งหมดตกอยู่กับ  พระอาจารย์จิ้ม   (พระภิกษุวงศ์  สุธรรมโม)  เนื่องด้วยได้ทราบข่าวจากช่างที่ทำการรื้อบูรณะ  ซึ่งเป็นสานุศิษย์  ท่านจึงได้ขอบูชาไว้เป็นส่วนใหญ่  นักสะสมพระรุ่นเก่าๆพอจะทราบอยู่บ้างแต่เนื่องจากพระส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้จึงไม่แพร่หลาย  คงแจกให้เฉพาะผู้ที่มีความศรัทธา  และสานุศิษย์ใกล้ชิดเท่านั้นซึ่งในปัจจุบันถือเป็นวัตถุโบราณ และเป็นมงคลวัตถุที่หายากมาก และไม่นิยมทำการตลาดในแง่พุทธพาณิชย์  แต่ในแง่   “พุทธคุณ และอิทธิคุณ”  ในคราวที่ไปกราบนมัสการ  หลวงพ่อวงศ์  หรือพระครูบาชัยยะวงศ์สา  แห่งวัดพระบาทห้วยต้ม  จังหวัดลำพูน    ได้นำ  พระสมเด็จวัดพระแก้ว  พระสมเด็จปิดทองทึบ และพระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดละครทำ  ไปให้ท่านตรวจสอบด้วยฌานสมาบัตร ท่านได้กล่าวว่ามีมงคลพระคาถาพุทธคุณและอิทธิคุณแห่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี  สูงมาก  ในคราวนั้นมี พระอาจารย์จิ้ม   กันภัย

( พระภิกษุวงศ์  สุธรรมโม )   นายแพทย์วัฒนะ  ฐิตะดิลก  นายแพทย์สำเริง   รัตนระพี   ดร.ชัยพร   พิบูลศิริ    นายสุคนธ์   เพียรพัฒน์  นายเถกิงเดช   คล่องบัญชี  ร่วมอยู่ในพิธีดังกล่าว

ทรงพุทธคุณ และอิทธิคุณ     “อิทธิคุณ”  คือ พระคาถาในทางไสยศาสตร์ หรือไสยเวททั้งสองด้านคือขาวและดำ   “พุทธคุณ”  คือ  คำกล่าวพรรณนาคุณของพระพุทธเจ้า  หรือการกล่าวถึงคุณความดีของพระพุทธเจ้า เพราะการเริ่มบทสวดที่จะเจริญพระคาถาใดๆจะต้องเริ่มจากบทสวดในการคำกล่าวพรรณนาคุณของพระพุทธเจ้าก่อนเสมอ แต่ส่วนใหญ่พุทธศาสนิกชนจะนิยมเรียกว่า  “พุทธคุณ”  ซึ่งก็น่าจะมีส่วนถูกต้อง

อ้างอิง

 

. ประวัติวัดทั่วราชอณาจักร  เล่ม ๒  กรุงเทพฯ : กรมการศาสนา  กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๕๒.

. จากเรื่องเล่าในหนังสือประวัติเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์  (โต)  พรหมรังสี   ของพระมหาเฮง  อิฏฐาจาโร  ฉบับ  พ.ศ. ๒๔๙๙

. จากหนังสือ  สี่สมเด็จ  เรียบเรียงโดย  นายสุคนธ์   เพียรพัฒน์   สำนักพิมพ์  แออล ซี เพรส   ๒๕๒๗

.  ประวัติเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต ) พรหมรังสี   วัดระฆังโฆสิตาราม  เรียบเรียงโดย  พระมหาสมคิด   ปิยวัณโณ   ป.ธ.๙   กรกฎาคม  ๒๕๕๐

.  ประสบการณ์ตรง  พระภิกษุวงศ์   สุธรรมโม (พระอาจารย์จิ้ม   กันภัย)  วัดดงมูลเหล็ก  กรุงเทพฯ 

.  ประสบการณ์ตรง  คุณธงชัย   พลอยช่าง  ช่างปั้นพระปฏิมากร บ้านช่างหล่อ  บางกอกน้อย    กรุงเทพฯ

 

 

หลักการพิจารณาพระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดละครทำ                                                             

โดย  อาจารย์ไพรพนา  ศรีเสน

พ.ศ.๒๕๕๐

 

ผู้ครอบครองจะอุดมไปด้วยโภคสมบัติ อำนาจ วาสนา บารมี สุขภาพกายใจสมบูรณ์  อายุยืนยาว     

๑.     ทรงพิมพ์ และพุทธศิลปะ  จำให้แม่นยำว่ามีกี่ทรงพิมพ์ และแต่ละพิมพ์มีพุทธศิลปะอย่างไร  หลักสำคัญคือพิมพ์สมเด็จวัดระฆัง และพิมพ์สมเด็จบางขุนพรหม  มีอย่างไร  พิมพ์ของพระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็เป็นอย่างนั้น   

๒.    พิมพ์แม่แบบทำด้วยหินลับมีด และโลหะ ลักษณะกดปั๊มแล้วตัดขอบเป็นพิมพ์นิยมขนาดความหนาโดยประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะตะกั่วห่อชาหลังแบบทุกองค์

๓.     โลหะตะกั่วบางอ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง  ปรากฏสนิมแดง  สนิมตะกั่ว คราบไขขาว  คราบปูน และคราบฝุ่นบางๆ เกาะติด  ที่สำคัญมีลักษณะสึกกร่อนไปตามกาลที่ถือเป็นหลักการแห่งธรรมชาติ

๔.    ด้านหลังของพระสมเด็จตะกั่วห่อชาบางองค์จะจารพระคาถาไว้ซึ่งพบเป็นส่วนน้อย 

พิมพ์พระสมเด็จตะกั่วห่อชา  มีดังนี้

๑. พิมพ์พิมพ์ใหญ่

๒. พิมพ์ฐานเส้นด้าย

๓. พิมพ์ทรงเจดีย์

๔. พิมพ์สังฆาฏิ

๕. พิมพ์ฐานคู่

๖. พิมพ์ฐานแซม

๗. พิมพ์เกศบัวตูม

๘. พิมพ์ปรกโพธิ์

๙. พิมพ์ทรงประมูล

๑๐. พิมพ์สามเหลี่ยม (หน้าหมอน)

๑๑. พิมพ์หน้าจั่ว

๑๒. พิมพ์กลีบบัว

๑๓. พิมพ์ขอบกระด้ง

๑๔. พิมพ์เล็บมือ

๑๕. พิมพ์อกครุฑเศียรบาตร

 

 

การสร้างดินสอมหาชัย (ดินสอเหลือง) ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี

โดย  อาจารย์ไพรพนา  ศรีเสน

พ.ศ.๒๕๕๐


             ดินสอมหาชัยหรือดินสอเหลือง คือวัตถุมงคลที่นำมาเขียนอักขละเลขยันต์ในขณะเจริญพระสูตรคาถา เขียนลบและได้ผงวิเศษนำมาเป็นส่วนผสมที่สำคัญยิ่งในการสร้างพระสมเด็จ   การสร้างดังนี้


             ใช้ดินสอพองบดละเอียด หรือนำดินสอพองแช่น้ำพอละลายผสมเข้ากับน้ำข้าวและน้ำอ้อยเพื่อให้เกิดการจับตัวสามารถปั้นเป็นแท่งขึ้นรูปได้ จากนั้นตากให้แห้ง และย้อมด้วยน้ำเถาตำลึงคั้นอย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันดินสอและผงติดมือขณะเขียน นำมาเขียนลบขณะเจริญพระสูตรคาถา เมื่อเขียนลบจนได้ผงวิเศษแล้วจึงนำมาผสมกับมวล

สารมงคลต่าง ๆ แล้วจัดสร้างเป็นพระสมเด็จต่อไป

 

 

ปูนหอยหรือปูนเปลือกหอยกับการสร้างพระเนื้อผง

โดย  อาจารย์ไพรพนา  ศรีเสน

พ.ศ.๒๕๕๐

 

          วันนี้ผมจึงอยากจะเผยแพร่ความรู้ในเรื่องของส่วนผสมหลักในการสร้างพระเนื้อผง  คือปูนเปลือกหอย  อันเป็นที่เข้าใจยังไม่ตรงกัน  บางท่านพูดถึงเรื่องนี้จนเป็นประเด็นการขัดแย้งที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้  อย่างไรก็ดีผมอยากให้ยึดถือตามแนวทางวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญเพราะเป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้

ปูนเปลือกหอย  ชื่อทางวิทยาสาสตร์เรียก CaO เป็นผงสีขาวลักษณะมันวาว ตกผลึกคืนสภาพเป็น Calcite (CaCO3) หรือเรียกว่าปูนเพชร   เปลือกหอยจะมีสารประกอบสำคัญคือหินปูน แคลเซียมคาร์บอเนต (calcium carbonate) aragonite หรือ calcite หรือทั้งสองอย่างปนกัน หรืออาจจะเป็นพวกแคลเซียมฟอสเฟต (calcium phaosphate) ซิลิกา (silica) อะลูมินา (alumina) และอาจมีออกไซด์ของเหล็กปนอยู่บ้าง แต่สารประกอบส่วนใหญ่ที่พบคือแคลเซียมคาร์บอเนต (calcium carbonate, CaCO3 เมื่อนำเปลือกหอยมาสะตุ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบภายในเปลือกหอยจากแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) เป็นแคลเซียมออกไซด์ (calcium oxide, CaO) และ คาร์บอนไดออกไซด์ (carbon dioxide, CO2) ซึ่งแคลเซียมออกไซด์ที่ได้จะเป็นของแข็ง เมื่อนำมาบดจะเป็นผงสีขาวที่เรียกว่าปูนขาวหรือปูนหอย

ปูนเปลือกหอยที่นิยมส่วนใหญ่จะเป็นปูนจากหอยประเภทกาบเดี่ยว และกาบคู่ ทั้งหอยน้ำเค็มและหอยน้ำจืด เช่น หอยโข่ง หอยสังข์ หอยขม หอยแครง หอยเบี้ย และหอยตลับ เพราะให้เนื้อปูนได้มากกว่าและมีคุณภาพดี

ปูนเปลือกหอยมีคุณสมบัติที่สำคัญหลายประการ  ได้แก่การนำมาเป็นส่วนผสมหลักในการสร้างพระเนื้อผงตั้งแต่ในสมัยโบราณและในสมัยปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และเป็นส่วนประกอบหลัก  โดยมีคุณสมบัติที่เอื้อให้การทำพระผงมีคุณภาพหลายประการ  เช่น  ทำปฏิกิริยากับกล้วย และน้ำผึ้งแล้วจะค่อยๆ แข็งตัว ภายใน 3 วัน (เป็นการหน่วงเวลาในการแข็งตัว)  เมื่อผสมกับน้ำมันทัง (ทังอิ้ว) น้ำผึ้งหรือน้ำอ้อย จะทำให้พระเนื้อผงมีความสวยงามและมีความคงทน ฯลฯ   นอกจากนั้นในสมัยโบราณนิยมใช้ผงปูนขาวโขกกับเยื่อกระดาษที่แช่น้ำ และเมื่อนำน้ำอ้อยมาผสมให้เข้ากัน สามารถปั้นขึ้นรูปทำงานด้านศิลปะ หรือเอาไปก่อไปฉาบผนังกำแพงได้  จึงนิยมนำมาฉาบผนังกำแพงวัง กำแพงวัด หรือทำปูนสำหรับกินหมาก  เป็นต้น  ในปัจจุบันปูนเปลือกหอย สามารถนำมาใช้ในงานทางด้านการแพทย์  อุตสาหกรรม เกษตรกรรม ฯลฯ  เช่น เป็นส่วนผสมในตำหรับยาไทย  นำไปทำอาหารสัตว์ ทำปุ๋ย  ปรับดินที่มีความเป็นกรดสูง เป็นต้น

          ขอให้ทุกท่านได้พิจารณาด้วยเหตุและผลอันสามารถพิสูจน์ได้มากกว่าความเชื่อที่ได้ฟังหรือได้ยินตามกันมา หรือเชื่อเพราะความศรัทธา  สรุปได้ว่าวิทยาสาสตร์สามารถพิสูจน์ได้แต่จะต้องไม่ลืมประสบการณ์จากผู้รู้ที่ได้มีการศึกษาและค้นคว้ามาอย่างถูกต้องนำสองสิ่งมาวิเคราะห์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ที่แท้จริงต่อไป

 

 

ประวัติพระสมเด็จเขียว หรือพระสมเด็จปีระกา

โดย  อาจารย์ไพรพนา  ศรีเสน

พ.ศ.๒๕๕๐

 

“พระสมเด็จเขียว” หรือ “พระสมเด็จปีระกา” ที่ประชาชนโดยทั่วไปเรียกเป็นชื่อและกล่าวขานถึง   นั่นคือพระสมเด็จวัดระฆังที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ท่านได้จัดสร้างไว้ประมาณ  ปี พ.ศ. ๒๔๐๗  อายุ  ๗๖ ปี ๕๘  พรรษา เมื่อท่านได้รับสมณศักดิ์เป็น "สมเด็จพระ พุฒาจารย์"   อันเป็นช่วงเวลาที่ท่านได้จัดสร้างพระสมเด็จวัดพระแก้วด้วยเช่นกัน  ส่วนพระสมเด็จชุดนี้จะสร้างที่วัดระฆัง หรือ วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) ก็มิอาจทราบได้  แต่ถ้าให้วิเคราะห์ก็น่าจะสร้างที่วัดระฆังและนำไปบรรจุกรุที่วัดพระแก้ววังหน้า   เพราะในเวลานั้น (ปี พ.ศ. ๒๔๐๘ – ๒๔๑๒) เจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี (ขำ   บุนนาค)  เจ้าคุณกรมท่าในสมัยรัชกาลที่ ๔ เจ้าพระยาภานุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม   บุนนาค)  เจ้าคุณกรมท่าในสมัยรัชกาลที่ ๕   อันเป็นตำแหน่งที่ประชาชนในสมัยนั้นเรียกขาน (แต่ตำแหน่งทางราชการที่แท้จริงทั้งเจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) และเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค)  คือตำแหน่งเสนาบดีกรมคลังซึ่งในขณะนั้นดูแลกรมท่าด้วย เพิ่งมาแยกใน ปี พ.ศ. ๒๔๑๘  เป็นกระทรวงการต่างประเทศ)  และกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญสถานมงคล (วังหน้า) ได้ร่วมกันสร้างพระสมเด็จวัดพระแก้ว แต่ที่น่าแปลกก็เพราะว่ามีพระสมเด็จสกุลนี้ส่วนหนึ่งถูกเก็บไว้ในวิหารน้อยที่วัดระฆังฯ ด้วยเช่นกัน    พระสมเด็จเขียวชุดนี้จะมีพุทธศิลป์  เนื้อมวลสารถึงยุคคือ   องค์พระสวยงามได้สัดส่วนพบทั้งแบบพิมพ์สมัยใหม่ และแบบพิมพ์โบราณของวัดระฆัง คือพิมพ์ชิ้นเดียว และพิมพ์สองชิ้นแบบถอดยก  ส่วนเนื้อมวลสารมีความละเอียดแก่ปูนแข็งแกร่งแต่หนึกนุ่มดูซึ้งเมื่อผ่านการใช้ในระยะเวลาหนึ่ง (บางท่านอาจคิดว่าเป็นพระสมเด็จบางขุนพรหม) สีขององค์พระออกเป็นสีเขียวเข้ม และสีเขียวก้านมะลิ  อันเนื่องมาจากการสร้างที่มีการพัฒนาทรงพิมพ์เนื้อมวลสาร แต่กลับปรากฏคราบไขสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญประการหนึ่งของพระสมเด็จวัดระฆัง  ส่วนที่มาของสีเขียวนั้น  พระอาจารย์จิ้ม  กันภัย (พระภิกษุวงศ์  สุธรรมโม) ได้เล่าประสบการณ์ให้ฟังว่าได้นำวัสดุอุปกรณ์สีที่ทำเครื่องกังไสลายครามมาจากประเทศจีนผสมกับปูนเพชร หรือปูนเปลือกหอยตามสูตรที่ได้รับการปรับปรุงในการสร้างพระสมเด็จวัดระฆังในยุคท้ายๆ  และได้เล่าให้ฟังเพิ่มเติมอีกว่าในสมัยยุคแรกๆก็ได้มีการสร้างพระสมเด็จวัดระฆังที่มีวรรณะสีเขียวเหมือนกันแต่ต่างกันตรงสีที่ใช้นั้นมาจากพืช   โดยการใช้ต้นตำลึง และต้นคระไคร้นำมาคั้นจนได้น้ำสีเขียวนำมาผสมกับส่วนผสมตามสูตร   สร้างเป็นพระสมเด็จวรรณะสีเขียวซึ่งสามารถนำมาแช่ทำน้ำมนต์รักษาโรคได้  โดยเฉพาะโรคอหิวา (โรคห่า) จากนั้นก็จะมีการสร้างจากหินลับมีดโกนที่สึกกร่อนจากการลับมีดที่ใช้ปลงผมพระ  นำมาย่อยสลายด้วยการตำบดให้ละเอียดจัดสร้างเป็นพระสมเด็จวัดระฆังเนื้อหินลับมีดโกนขึ้น    พระชุดนี้ (พระสมเด็จเขียว หรือ พระสมเด็จปีระกา) มีทั้งหมดหกพิมพ์  ได้แก่  พิมพ์ประธาน  พิมพ์ทรงเจดีย์  พิมพ์ปรกโพธิ์ (ปรกโพธิ์เม็ดและปรกโพธิ์บาย)  พิมพ์สังฆาฏิ (มีหูและไม่มีหู) พิมพ์ฐานคู่ และพิมพ์ฐานแซม จำนวนการสร้างประมาณหนึ่งหมื่นองค์

เหตุแห่งความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชนเป็นอย่างยิ่งต่อพระสมเด็จชุดนี้ก็เมื่อครั้งเกิดอหิวา หรือโรคห่าระบาดใหญ่  ในวันเสาร์  เดือน ๗  ปี พ.ศ. ๒๔๑๖ ในสมัยต้นรัชกาลที่ ๕  เกิดระบาดนานถึง ๓๐ วัน  มีผู้คนล้มตาย  เป็นอันมากไม่ว่าเจ้าไม่ว่านาย บ่าวไพร่ และประชาชนโดยทั่วไป   ตามพระราชพงศาวดารบันทึกไว้ว่ามีคนตายด้วยโรคนี้เป็นจำนวนถึงหลายหมื่นคน  จนมีเรื่องเล่ากันว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี  ได้ไปเข้าฝันประชาชนให้อาราธนาพระสมเด็จฯมาทำน้ำมนต์ดื่มกิน และด้วยความศักดิ์สิทธิ์ผู้ที่ดื่มน้ำมนต์นี้หายจากโรคอหิวาได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง  จึงมีชาวบ้านจากทั่วทุกสารทิศมาที่วัดระฆังเป็นจำนวนมาก  พระสมเด็จที่ถูกเก็บไว้ที่วิหารน้อยจำนวนหลายพันองค์ถูกแจกจ่ายให้กับประชาชนโดยทั่วไปจนหมด จึงเกิดการซื้อขายขึ้นกล่าวกันว่าราคาขายในขณะนั้นเพียงองค์ละหนึ่งถึงสามตำลึงเท่านั้น  นอกจากนั้นยังมีอาจารย์และผู้รู้อีกหลายท่านได้เขียนไว้ในหนังสือหลายเล่ม  รวมทั้งกล่าวด้วยประสบการณ์ว่าหลังจากที่โรคอหิวานี้สงบลง  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้มอบพระสมเด็จชุดนี้จำนวนหนึ่งให้แก่พระบรมวงศานุวงศ์  ข้าราชการ  ประชาชนโดยทั่วไปเพื่อไว้ป้องกันโรค และอีกส่วนหนึ่งนำไปบรรจุกรุไว้ที่วัดบางน้ำชน  เขตธนบุรี  กรุงเทพฯ  นี่คือที่มาของพระสมเด็จเขียวที่แสดงอิทธิคุณ และพุทธคุณในทางรักษาโรคภัยไข้เจ็บ

 

 

 

มงคลแห่งพระสมเด็จ

โดย  อาจารย์ไพรพนา  ศรีเสน

พ.ศ.๒๕๕๐

 

          พระสมเด็จในสกุลแห่งพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี  จะแสดงพุทธคุณ และพุทธคุณ ตามพระสูตรคาถามูลกัจจายน์  มหาราช  ตรีนิสิงเห  อิทธะเจ  ปถมัง  พุทธคุณ  หกประการ  ดังนี้

 

๑. เมตตามหานิยมผู้คนรักใคร่ นับถือ

๒. แคล้วคลาด และอยู่ยงคงกระพันตลอดจนถอนคุณไสยสิ่งอวมงคลทั้งมวล

๓. ความเจริญรุ่งเรืองค้าขายดี

๔. มีอำนาจ  วาสนา  บารมี

๕. รักษาโรค และสุขภาพกายใจสมบูรณ์  อายุยืนยาว

๖. อุดมไปด้วยโภคสมบัติบังเกิดลาภผลพูนทวี

 

ผู้ที่จะได้รับสิริมงคลนี้  จะต้องเป็นผู้ที่ยึดมั่นในคุณอันประเสริฐแห่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี  และที่สำคัญยิ่งคือต้องเป็นผู้ประพฤติดีทั้งกาย วาจา และใจ

พุทธคุณ และอิทธิคุณ     “พุทธคุณ” คือ  คำกล่าวพรรณนาคุณของพระพุทธเจ้า  หรือการกล่าวถึงคุณความดีของพระพุทธเจ้า   การเริ่มบทสวดที่จะเจริญพระสูตรคาถาใดๆจะต้องเริ่มจากบทสวดในการกล่าวคำพรรณนาคุณของพระพุทธเจ้าก่อนเสมอ  “อิทธิคุณ”  คือ พระคาถาในทางไสยศาสตร์ หรือไสยเวททั้งสองด้านคือขาวและดำ   จึงปรากฏความเป็นสิริมงคลทั้งสองส่วนนี้ในสกุลพระสมเด็จอย่างอเนกอนันต์

 

คาถาบูชาพระสมเด็จ

 

วิธีปฏิบัติเมื่อได้ครอบครองพระในสกุลพระสมเด็จแห่ง

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี

กระทำพิธีบูชาพระสมเด็จ  โดยใช้ธูปหอมเก้าดอก เทียนขาวหนักหนึ่งบาทเก้าเล่ม  ดอกบัวหลวงเก้าดอก และดอกมะลิหนึ่งพาน กระทำดังนี้ทุกวันพฤหัสบดี หรือทุกวันจะอุดมไปด้วยโภคสมบัติ  อำนาจ  วาสนา  บารมี  สุขภาพกายใจสมบูรณ์  อายุยืนยาว

กระทำพิธีบูชาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี

กล่าวพระคาถา  ดังนี้

 

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง  ธะนะกาโมละเภธะนัง
ธะนะโภคังภะวันตุเม  อัตถิกาเยกายะญายะ
เทวานังปิยะตังสุตตะวา

จากนั้นให้ท่องพระคาถาชินบัญชรหนึ่งจบ

การอาราธนาพระสมเด็จให้อยู่กับตัว

โตเสนโต วะระธัมเมนะ  โตสัฏฐาเน  สิเว วะเร โตสัง  อะกาสิ ชันตูนัง โตสะจิตตัง นะมามิหัง  อิติปิโสภะคะวา  ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ  มรณังสุขัง  อะระหังสุคะโต  นะโมพุทธายะ

 

พระสมเด็จ (Phrasomdej)  ขอสงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด ห้ามทำสำเนาโดยวิธีการใดๆ  ห้ามตัด  ต่อเติมข้อเขียนนี้  ห้ามนำไปลง Website และส่งทาง E-mail   การทำสำเนาเพื่อการศึกษา  และเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต  นายกวินทร์  ศรีเสน  เป็นผู้ดูแลสิทธิ์

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม  www.phrasomdej.in.th

E-mail : paipana_53@hotmail.com

โทรศัพท์   08-2339-6085

 

 

 

 

พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์ใหญ่
รหัสสินค้า: 000005
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: <p>พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น <br /><br />คุณกวินทร์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com</p>
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์ไกเซอร์ (อกครุฑ เศียรบาตร)
รหัสสินค้า: 000006
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น
คุณกวินทร์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์สังฆาฏิไม่มีหู
รหัสสินค้า: 000007
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น

คุณกวินทร์ โทรศัพท์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์สังฆาฏิมีหู
รหัสสินค้า: 000008
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น

คุณกวินทร์ โทรศัพท์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์ฐานแซม
รหัสสินค้า: 000009
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น

คุณกวินทร์ โทรศัพท์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์ฐานคู่
รหัสสินค้า: 000010
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น

คุณกวินทร์ โทรศัพท์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์เจดีย์
รหัสสินค้า: 000011
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น

คุณกวินทร์ โทรศัพท์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์อกครุฆ เศียรบาตร (ขาสิงห์)
รหัสสินค้า: 000012
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น
คุณกวินทร์ โทรศัพท์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์สามเหลี่ยม (หน้าหนอน)
รหัสสินค้า: 000013
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น

คุณกวินทร์ โทรศัพท์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์ขอบกระด้ง (เล็บมือ)
รหัสสินค้า: 000014
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น

คุณกวินทร์ โทรศัพท์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์ทรงประมูล
รหัสสินค้า: 000015
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น

คุณกวินทร์ โทรศัพท์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์ใหญ่
รหัสสินค้า: 000016
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น

คุณกวินทร์ โทรศัพท์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com


เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์ใหญ่
รหัสสินค้า: 000017
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น

คุณกวินทร์ โทรศัพท์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์ใหญ่
รหัสสินค้า: 000018
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น
คุณกวินทร์ โทรศัพท์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำ พิมพ์กลีบบัว
รหัสสินค้า: 000019
ราคา 30,000.00 บาท
รายละเอียด: พระสมเด็จตะกั่วห่อชา ซึ่งเป็นพระสมเด็จเนื้อโลหะ หลังแบบทุกองค์ มีความหนาประมาณ ๐.๖ มิลลิเมตร อ่อนนิ่ม ผิวพระแห้ง ปรากฏสนิมแดง คราบไขขาว คราบปูน สึกกร่อนตามอายุ บางองค์ด้านหลังมีจารพระคาถาไว้ด้วย (แต่พบเป็นส่วนน้อยมาก) มีด้วยกันหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ทรงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงฐานเส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงประมูล พิมพ์ทรงหน้าหมอน ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่าพระสมเด็จเนื้อผงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีพิมพ์อย่างไร พระสมเด็จตะกั่วห่อชาก็จะเป็นพิมพ์อย่างนั้น

คุณกวินทร์ โทรศัพท์ โทรศัพท์ 0873388600 E-mail : phrasomdejthai@hotmail.com
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://phrasomdej.in.th/
Tell a Friend
พระสมเด็จวัดลครทำ (PHRASOMDEJWATLAKHONTHAM)
34 / 51 ม. 4 หมู่บ้านเมืองเพชรวิลเลจ 4 แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ไทย
โทรศัพท์: 08-23396085
เว็บไซต์: http://www.phrasomdej.in.th/
ดูแผนที่ร้านผ่าน Google Earth
อีเมล์ติดต่อกับร้านค้า
หัวเรื่อง : *
ชื่อของคุณ : *
อีเมล์ของคุณ : *
รายละเอียด : *
 


Page Views Shop: