พระสมเด็จ ( PHRASOMDEJ)
โดย อาจารย์ไพรพนา ศรีเสน
พ.ศ.๒๕๕๐
พระสมเด็จ ศูนย์กลาง ให้บูชาและร่วมกันช่วยเหลือสังคม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พระสมเด็จที่เกิดจากการสร้างและจัดสร้าง ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี และร่วมวิเคราะห์ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ถึงความจริงเพื่อจะดำรงไว้ซึ่งพระคุณอันประเสริฐแห่ง เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี และให้ประชาชนโดยทั่วไปสามารถมีมงคลวัตถุของท่านไว้กราบไหว้เคารพบูชา อันจะเป็นมงคลแก่ท่านและครอบครัวสืบไป
พระสมเด็จของ สมเด็จพระพุฒจารย์ (โต) พรหมรังสี ที่ท่านสร้าง และจัดสร้าง
การพิจารณาต้องรอบรู้ทั้งทางด้านรูปธรรม และนามธรรม คือทั้งศาสตร์ และศิลป์ ค้นคว้าจากตำราที่เป็นศาสตร์ วิเคราะห์ตามแนวทางแห่งวิทยาศาสตร์ นำทั้งสองสิ่ง มาควบรวมเข้าด้วยกัน จะเป็นการศึกษาอย่างองค์รวมที่เป็นความรู้ในระดับสังเคราะห์ หมั่นศึกษาหาความรู้ให้มากๆ ถ้าเราอยากได้สิ่งใดต้องมีความรู้ในสิ่งนั้นๆให้ถ่องแท้ เราจะได้ไม่เสียโอกาส ถ้าเรากังวลว่าสิ่งที่ เรามีจะไม่ได้รับการยอมรับ สังคมพระหาเล่นกันอย่างไรเราต้องยึดอย่างนั้น ข้าพเจ้าขอเรียนว่าอาจจะจริงและอาจจะไม่จริงก็ได้โดยเฉพาะพระในสกุลพระสมเด็จ แท้จริงอยู่ที่เราได้รู้จักศึกษาหาความรู้เท่าใดมากกว่า และที่สำคัญคือการเคารพด้วยความศรัทธาอย่างมีสติมากกว่าเชื่อตามกระแสสังคม ขอให้ทุกท่านมั่นใจ และเชื่อได้ว่าเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ถือได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของเราได้สร้างคุณงามความดีและสร้างพระในสกุลพระสมเด็จไว้มากมายมหาศาลเพื่อจุดมุ่งหวังในการสืบทอดพระพุทธศาสนา อีกทั้งปกป้องคุ้มครองประชาชนชาวไทยต่อไปในปัจจุบันและกาลข้างหน้า ด้วยพุทธคุณ และอิทธิคุณแห่งพระสมเด็จ
คำกล่าวด้วยความศรัทธา
โดย อาจารย์ไพรพนา ศรีเสน
พ.ศ.๒๕๕๐
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการศึกษาเรื่องของสกุลพระสมเด็จของท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ที่ท่านได้สร้าง และจัดสร้าง ทั้งพิธีทั่วไป และพิธีหลวง รวมทั้งมีพระภิกษุที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบหลายรูปร่วมในพิธีดังกล่าว ปัจจุบัน(พ.ศ.๒๕๕๓)ถ้าเรานับอายุก็น่าจะมีอายุการสร้างมากกว่า ๑๔๐ ปี จึงสมควรยึดถือได้ว่าเป็นพระสมเด็จที่เปี่ยมไปด้วยพุทธคุณ และอิทธิคุณอย่างอเนกอนันต์
ในเรื่องของพระสมเด็จในสกุลของพระสมเด็จที่ท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ได้สร้าง และจัดสร้างนี้ได้พยายามศึกษาในส่วนที่ได้มีพระสมเด็จที่ครอบครอง มีทั้งหมดดังนี้ หนึ่ง พระสมเด็จวัดระฆัง สอง พระสมเด็จบางขุนพรหม สาม พระสมเด็จวัดไชโย สี่ พระสมเด็จวัดพระแก้ว ห้า พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดละครทำ หก พระสมเด็จวัดระฆังปิดทองล่องชาด (ปิดทองทึบ) ทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ได้มีการสืบค้นทางด้านประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี และในเรื่องของการสร้างพระสมเด็จ แต่น่าเสียดายที่หลักฐานไม่มีการบันทึกไว้อย่างเป็นระบบโดยเฉพาะไม่ได้บันทึกไว้ในจดหมายเหตุหรือในพระราชกิจจานุเบกษาแต่อย่างใด จึงพบปัญหาค่อนข้างมากเพราะแม้แต่ วัน เดือน ปี สถานที่เกิด บิดา มารดา หรือแม้แต่สถานที่ขณะท่านมรณภาพ (สิ้นชีพิตักษัย) ก็ยังไม่ตรงกัน จึงได้พยายามศึกษาจากการเทียบเคียงทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง จดหมายเหตุที่เกี่ยวข้อง สถานที่ในยุคที่กล่าวอ้างถึง และประสบการณ์ตรงจากผู้รู้ เป็นต้น จึงมีประชาชนหลายท่านเชื่อและไม่เชื่อซึ่งก็คงจะต้องร่วมกันสืบค้นให้ประจักษ์ต่อไป
ในเบื้องต้นผมเองมิได้มีเจตนาที่จะสนใจหรือสืบค้นในเรื่องนี้ เพียงแต่เคารพบูชากราบไหว้สมเด็จโตเป็นนิจเท่านั้น ด้วยเพราะเป็นคนวังหลัง ปู่ ย่า ตา ทวด ก็สืบสายมาจากช่างสิบหมู่ จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๒๘ จึงได้มีโอกาสครอบครองพระสมเด็จชุดนี้เพียงหนึ่งองค์เป็นพระสมเด็จสีเขียวสวยงามมากจาก พระภิกษุวงศ์ สุธรรมโม (พระอาจารย์จิ้ม กันภัย ซึ่งท่านเป็นตาของผม) และจำพรรษาอยู่ที่วัดดงมูลเหล็ก ท่านชอบสะสมพระสมเด็จท่านได้บอกให้ผมได้ทราบว่า “นี่คือพระสมเด็จกรุวัดพระแก้ว ลูกศิษย์ซึ่งเป็นนายทหารนำมาให้เป็นจำนวนมากให้ไปศึกษาดู ถ้าสนใจก็มาเอาไป” แล้วท่านก็เปิดให้ดูในหีบ ผมเห็นมีพระชุดนี้เต็มไปหมด จากนั้นจึงนำมาขึ้นคอบูชา แต่ถ้าถามความสนใจที่ผมจะสืบค้นยังไม่ได้คิดเพราะในขณะนั้นผมรับราชการเป็นผู้บริหารของโรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มีภารกิจค่อนข้างมาก จวบจนกระทั่ง ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ขณะที่ผมไปเยี่ยมหลวงตาท่านบอกว่า “ผมมีฐานะความเป็นอยู่ดีแล้ว และอยู่ในแวดวงวิชาการท่านบอกว่าจะให้มรดกที่ต้องไปทำต่อเอาเอง”และท่านได้มอบพระชุดนี้รวมทั้งพระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดละครทำ พระสมเด็จวัดระฆังชุดปิดทองล่องชาด ให้ทั้งหมด (พระสมเด็จวัดพระแก้ว จำนวน ๗๒๙ องค์ ๖๓ พิมพ์ พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดละครทำจำนวน ๒๑๒ องค์ ๙ พิมพ์ พระสมเด็จวัดระฆัง และพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมจำนวนหนึ่ง) ท่านกำชับให้ผมไปสืบค้นหาข้อมูลที่แท้จริงเพื่อให้สังคมได้รับรู้ รับทราบ นี่คือที่มาที่ผมได้ครอบครองพระในสกุลพระสมเด็จ และในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ผมได้ลาออกจากราชการ หลังจากนั้นได้เริ่มทุ่มเทศึกษาค้นคว้าจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และจากบุคคลที่มีความรอบรู้ที่ครอบครองพระสมเด็จสกุลต่าง ๆ เหล่านี้ ที่สำคัญ พระอาจารย์จิ้ม กันภัย (พระภิกษุวงศ์ สุธรรมโม ) ได้นำผมและสานุศิษย์เข้ากราบนมัสการ หลวงพ่อวงศ์ หรือพระครูบาชัยยะวงศ์สา วัดพระบาทห้วยต้ม จังหวัดลำพูน และได้ขอความเมตตาท่านได้ตรวจสอบด้วยฌานสมาบัตร พระสมเด็จกรุวัดพระแก้ว พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดละครทำ และพระสมเด็จวัดระฆังชุดปิดทองล่องชาด จากที่ท่านได้ตรวจสอบท่านได้กล่าวว่ามีมงคลพระคาถาพุทธคุณและอิทธิคุณแห่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี สูงมาก สิ่งต่างๆเหล่านนี้คือประสบการณ์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมได้เริ่มให้ความสนใจและค้นคว้าศึกษาหาความรู้อย่างเต็มกำลังความสามารถ
สิ่งที่สำคัญในการจัดทำและสืบค้นข้อมูลพระสมเด็จในสกุลของพระสมเด็จที่ท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ได้สร้าง และจัดสร้างมีดังนี้
ประการแรก คือการบูชากิตติคุณอันยิ่งใหญ่และดำรงไว้ซึ่งพระคุณอันประเสริฐแห่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ที่ท่านได้สร้างคุณงามความดีไว้แก่แผ่นดิน เป็นพระภิกษุที่ทรงศีลประพฤติดีปฏิบัติชอบ ช่วยเหลือประชาชนทุกชนชั้น และที่สำคัญได้ทรงทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา เช่น สร้างถาวรวัตถุ สร้างองค์พระพุทธรูปปาง และแบบต่างๆ สร้างพระสมเด็จจำนวนมากเพื่อเจตนาที่จะเป็นที่พึ่งแห่งพุทธศาสนิกชนและสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนต่อไปในภายภาคหน้า
ประการที่สอง คือต้องการให้ผู้ที่เคารพบูชากราบไหว้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต)พรหมรังสี และต้องการครอบครองพระสมเด็จของท่านได้มีโอกาสสักการบูชาพระสมเด็จที่เป็นพระแท้
ประการที่สาม ผมได้ตั้งใจไว้ว่ารายได้อันเกิดจากการให้บูชาพระสมเด็จชุดนี้จะแบ่งส่วนเพื่อนำมาทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา และเพื่อเป็นสาธารณะกุศลตามความสมควร โดยอุทิศส่วนกุศลให้แด่หลวงตาของข้าพเจ้า (พระภิกษุวงศ์ สุธรรมโม) ที่ได้มรณภาพ รวมทั้งบิดา มารดา และผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว
ประวัติโดยสังเขปของพระภิกษุวงศ์ สุธรรมโม (พระอาจารย์จิ้ม กันภัย)
พระภิกษุวงศ์ สุธรรมโม (พระอาจารย์จิ้ม กันภัย) เกิดเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๗ เป็นชาววังหลัง อำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี (เดิม) อุปสมบทเมื่ออายุ ๓๕ ปี ที่วัดระฆังโฆสิตาราม หลวงปู่นาคเป็นพระอุปัชฌาย์ จำพรรษาอยู่ที่วัดระฆัง เป็นเวลา ๙ พรรษา ต่อจากนั้นจึงย้ายมาจำพรรษาที่วัดดงมูลเหล็กอีก ๔๑ พรรษา จนมรณภาพเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ณ โรงพยาบาลศิริราช สิริอายุ ๘๕ ปี ๕๐ พรรษา
พระภิกษุวงศ์ สุธรรมโม เป็นพระภิกษุที่ศรัทธาในสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี เป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับวงศ์ตระกูลก็มาจากข้าหลวงในสกุลช่างหลวง (ช่างสิบหมู่) ท่านได้ศึกษาค้นคว้าพระในสกุลสมเด็จแทบทุกพิมพ์ และได้สะสมพระสมเด็จไว้มากมาย เช่น พระสมเด็จวัดระฆัง พระสมเด็จบางขุนพรหม (วัดใหม่อมตรส) พระสมเด็จวัดไชโย พระสมเด็จวัดพระแก้ว และที่สำคัญคือพระสมเด็จวัดลครทำ (พระสมเด็จตะกั่วห่อชา) นอกจากนั้นท่านยังมีพระสมเด็จที่หาได้ยากมากในปัจจุบัน อันได้แก่ พระสมเด็จหลังเบี้ย (พระสมเด็จดินสอเหลือง) พระสมเด็จเนื้อชานหมาก พระสมเด็จเนื้อหินลับมีดโกน พระสมเด็จปิดทองล่องชาด (ปิดทองทึบ) ซึ่งเป็นพระสมเด็จที่สร้างขึ้นที่วัดระฆังทั้งสิ้น นักนิยมพระเครื่องรุ่นเก่าจะรู้จักและให้ความเคารพนับถือท่านโดยเฉพาะนักนิยมพระสมเด็จท่าพระจันทร์ วัดราชนัดดา และบางกอกน้อย เป็นต้น
ท่านมีสานุศิษย์มากมายโดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งท่านได้สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ในทางพุทธศาสนาในหลายวัด โดยเฉพาะวัดสันใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดที่ถูกเพลิงไหม้เหลือเพียงวิหารเท่านั้น ท่านได้ร่วมกับประชาชน และพระภิกษุ สร้างพระอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิ ฯลฯ ด้วยงบประมาณจากรายได้การให้บูชาพระสมเด็จ และการบริจาคจากผู้มีจิตรศรัทธา แม้ชื่อเสียงของท่านจะไม่เลื่องลือนักแต่สานุศิษย์ของท่านก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ทหาร ตำรวจ และประชาชนโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะได้รับพระในสกุลพระสมเด็จมากบ้าง น้อยบ้างตามความเหมาะสม โดยเฉพาะ นายแพทย์สำเริง รัตนระพี ดร.ชัยพร พิบูลศิริ นายสุคนธ์ เพียรพัฒน์ นายเถกิงเดช คล่องบัญชี และข้าพเจ้าซึ่งเป็นหลาน ได้รับพระในสกุลพระสมเด็จในจำนวนหนึ่งซึ่งทุกคนมีความประสงค์ที่จะสืบทอดและเผยแพร่พระในสกุลพระสมเด็จตามเจตนารมณ์ของ พระภิกษุวงศ์ สุธรรมโม (พระอาจารย์จิ้ม กันภัย) ที่ได้สั่งไว้ก่อนมรณภาพต่อไป
ประวัตินายไพรพนา ศรีเสน
ชื่อ นายไพรพนา ศรีเสน
ประวัติการศึกษา
ประถมศึกษา โรงเรียนวัดดงมูลเหล็ก
มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสวนอนันต์ และโรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย
มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร
ปริญญาตรี ศิลปศาสตร์บัณฑิตรัฐศาสตร์ สาขาการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ปริญญาโท ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิตพัฒนาสังคม สาขาการวิเคราะห์นโยบายภาครัฐ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์
ประวัติการทำงาน
เริ่มเข้ารับราชการ 1 ต.ค. 2517
ตำแหน่ง บริหารทั่วไป โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
หน้าที่ ควบคุมบริหารจัดการ
- งานบริการผู้ป่วยนอก
- งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ
ออกจากราชการ 15 มี.ค. 2549
ลาออกจากราชการเพื่อลงสมัครสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพฯ
ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ นักวิชาการอิสระกรรมการ และที่ปรึกษาในหลายองค์กร
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่ได้รับ
- ทุติยาภรมงกุฎไทย
- เหรียญจักรพรรดิมาลา
- เข็มพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสครองราชย์ครบ 50 ปี
- เข็มพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ
- เข็มประทานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
- เหรียญประธานของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา
ประวัติดีเด่นในการทำงานที่ถือได้ว่าเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจ
1.ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้มีหน้าที่ในการประสานงานอำนวยความสะดวกในการเตรียมสถานที่เพื่อถวายการรักษาพยาบาลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พ.ศ. 2538
2. ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้มีหน้าที่ในการ
เตรียมสถานที่เพื่อถวาย การรักษาพยาบาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
15 มี.ค. 2538
3.ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้มีหน้าที่ในการ
ประสานงานอำนวยความสะดวกในการเตรียมสถานที่เพื่อถวายการรักษาพยาบาล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 4 ก.ย. 2538
4. ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้เป็นกรรมการ
ฝ่ายประสานงานใน
วโรกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ พระราชดำเนิน
มาถวายการตรวจพระสุขภาพ พ.ศ. 2538
5.ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้มีหน้าที่ในการ
ประสานงานอำนวยความสะดวกในการเตรียมสถานที่เพื่อถวายการตรวจและรักษา
พยาบาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2540
6. กรรมการจัดงานวันมหิดลของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัย
มหิดล พ.ศ. 2537 -2541
7. กรรมการจัดงานพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยมหิดล
พ.ศ. 2537 -2541
8. กรรมการฟื้นฟูวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
พ.ศ. 2539
9. ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย
10. ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง
11. ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของกรรมาธิการเปิดเผยการประชุมลับและตรวจรายงานการประชุมของ
สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2540 - 2547
12. อนุกรรมาธิการ การสื่อสารและโทรคมนาคมสภาผู้แทนราษฎร
พ.ศ. 2548 - 2549
13. ที่ปรึกษาสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ พ.ศ. 2548 - ปัจจุบัน
14. ที่ปรึกษาสมาคมพุทธสัมพันธ์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2548 - ปัจจุบัน
15. ที่ปรึกษาสภาวัฒนธรรมเขตลาดกระบัง พ.ศ. 2542
16. กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิ ๑๑๑ ไทยรักไทย พ.ศ.2551 - ปัจจุบัน
17. ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551 - ปัจจุบัน