ขุนแผนหลวงปู่ทิม

ขุนแผนหลวงปู่ทิม

ตำนานผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่เมื่อกลางปี 2515 คณะกรรมการวัดละหารไร่ มีนายสาย แก้วสว่างไวยาวัจกร ประชุมกันเรื่อง

  • ราคาไม่ระบุ

จำนวนสินค้า

แชร์สินค้านี้
  • facebook
  • twitter
  • google
บ้านมหามนตรา

Superstition is a mystery. It's about supernatural spiritual power combined with power incurred from magic. To be successful, the person who perform superstition and the beneficiary of superstition must use the power of faith to connect mental power to fulfill the mystery power and to open a channel of miracle for the witness to know that the sacred and power of Buddhist magic are real. Use the combination of accomplished mind and the spirit power of teachers to help achieve everything. Biography of Ajarn Master Ohm at Mahamontra House Ajarn Master Ohm Mahamontra was born in a government official family Since he was a child, he has always been bound to Buddhism, superstition, and astrology unknowingly. This is because of absorption. Because when he was young living in the country, he followed adults to superstitious Buddhist monasteries in the northern region according to the belief and faith of people in that area. Because he was a naughty kid, he was inquisitive and liked to ask questions about himself from a person who can communicate with a spirit and because he was in the environment that was different from other kids in the same age, he was accustomed to this mysterious science. Especially during every school break, he had a chance to take care a monk who was his grandfather who was so kind to teach him astrology and superstition and predicted that in the future he would succeed in the path of sacred things. When grown up, after having secular work and finished his master's degree, he traveled to meet teachers and masters at various monasteries. They were very kind, taught him knowledge, and provided endless education. He eventually started working in the sacred science fulltime.

เข้าชมร้านค้า

รายละเอียด




      ตำนานผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
      เมื่อกลางปี 2515 คณะกรรมการวัดละหารไร่ มีนายสาย แก้วสว่าง ไวยาวัจกร
      ประชุมกันเรื่องการสร้างพระเครื่องวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสมนาคุณแด่ชาวบ้านและสาธุชนทั่วไป
      ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินร่วมทำบุญกับวัดละหารไร่
      ต่อไปในวันข้างหน้าโดยเฉพาะงานผูกพัทธสีมาพระอุโบสถ วัดละหารไร่
      ในการนี้หลวงปู่ทิมได้กล่าวว่า
      หากได้ผงพรายกุมารมหาภูติผสมใส่ลงไปด้วย
      พระเครื่องที่สร้างขึ้นนี้จะมีความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นเพราะมีอานุภาพแห่งพรายกุมารมหาภูติแฝงอยู่คอยช่วยเหลือเอื้ออำนวยพร
      เมื่อหลวงปู่ทิมมีความต้องการจะทำผงพรายกุมารมหาภูติ
      เพื่อนำมาเป็นมวลสารที่สำคัญยิ่งในการสร้างปลุกเสกพระเครื่องครั้งนี้นั้น
      ในบรรดาลูกศิษย์ยุคแรกของหลวงปู่ทิมอิสริโกทั้งหมดไม่มีใครกล้าเสนอตัวอาสากระทำการ
      เพราะต่างคนต่างก็เกรงกลัวความอาถรรพ์ของผีตายทั้งกลม
      ซึ่งโบราณกล่าวไว้ว่ามีความดุร้ายและหวงลูกมาก
      ถึงขั้นตามเอาชีวิตกันเลยทีเดียว มีแต่เพียง “หมอกุหลาบ
      จ้อยเจริญ “ ผู้เดียวที่มีวิชาคาถาอาคมและสมาธิกล้าแข็งเพียงพอ
      กล้าขอเสนอตัวรับอาสาสนองพระคุณหลวงปู่ทิม จะไปนำ ”
      กะโหลกพรายกุมาร “ วัตถุอาถรรพ์สำคัญยิ่ง จากหญิงตายทั้งกลม
      (หญิงชาวบ้านท้องแก่ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุสยดสยอง
      ทางญาติได้นำศพมาฝังไว้ที่ป่าช้าวัดละหารใหญ่
      ปัจจุบันเป็นบริเวณที่ชาวบ้านทำไร่สับปะรด )
      มาเพื่อให้ท่านสร้างปลุกเสกเป็น ”ผงพรายกุมารมหาภูติ “
      ซึ่งหมอกุหลาบ จ้อยเจริญ
      ต้องพบกับอิทธิฤทธิ์ของอาจารย์พรายนายป่าช้า แม่นางพราย
      และพรายกุมาร
      แต่ด้วยมูลเหตุแห่งวัตถุประสงค์เพื่อการสร้างบุญกุศลในพระพุทธศาสนา
      บารมีของหลวงปู่ทิม และคาถาอาคมที่หลวงปู่ทิมได้ประสิทธิให้นั้น
      ทำให้นายป่าช้า แม่นางพราย และพรายกุมาร ได้ยินยอมและเต็มใจ
      เกิดความปิติในกุศลผลบุญที่ตนเองจะได้รับ หมอกุหลาบ จ้อยเจริญ
      จึงกระทำการครั้งนี้ได้สำเร็จเรียบร้อยทุกประการ “
      วิญญาณของาจารย์นายป่าช้า แม่นางพราย และพรายกุมาร
      มีอยู่จริงเห็นตัวตนเป็นเงาใสๆ ลางๆ เหมือนกับภาพที่สะท้อนบนพื้น
      ในปัจจุบันวิญญาณเหล่านี้ก็ยังอยู่คุ้มครองที่วัดละหารไร่ “
      หมอกุหลาบ จ้อยเจริญ กล่าวย้ำ การสร้างผงพรายกุมารมหาภูตินั้น
      ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เมื่อได้กระโหลกพรายกุมารมาแล้ว หมอกุหลาบ
      จ้อยเจริญ ใส่ห่อผ้าเก็บไว้หลังพระประธานในพระอุโบสถหลังเก่า
      เป็นระยะเวลาประมาณสามถึงสี่เดือน
      จนกระโหลกพรายกุมารแห้งสนิทหมดกลิ่นดีแล้ว
      จึงนำมาโขลกตำให้ละเอียดแล้วผสมกับผงวิเศษสำคัญต่างๆ
      ที่หลวงปู่ทิมมอบให้มาจนครบทั้งหมดผสมน้ำแช่เกสรบัวทั้งห้า
      ปั้นเป็นแท่งขนาดใหญ่ แล้วตากแดดไว้จนแห้งสนิท เมื่อได้ฤกษ์งาม
      ยามดีวันดี ตามที่หลวงปู่ทิมได้กำหนดไว้
      จึงจะนำแท่งผงปั้นนี้มาเขียนอักขระพระยันต์ต่างๆ บนกระดานชนวน
      กระทำในพระอุโบสถหลังเก่า ท่ามกลางการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์
      ๙ รูป โดยหลวงปู่ทิมอิสริโก เป็นประธานสงฆ์
      เขียนอักขระพระยันต์ต่างๆ ลงบนกระดานชนวนแล้วลบผงก่อนเป็นปฐมฤกษ์
      แล้วจึงมอบให้หมอกุหลาบ จ้อยเจริญ
      เป็นผู้ลงอักขระพระยันต์และลบผงต่อไป
      การปลุกเสกผงพรายกุมารมหาภูตินี้
      หลวงปู่ทิมท่านได้ปลุกเสกพรายกุมารทั้งหลายให้เป็นกึ่งเทพกึ่งภูติเป็นมหาภูติขวาและซ้าย(พระพรายคู่
      เป็นรูปเทวดานั่งคู่กัน แทนรูปมหาภูติซ้าย-ขวา)
      วิญญาณพรายกุมารไม่ใช่มีอยู่ตนเดียว แต่มีมากมายประมาณมิได้
      หลวงปู่ทิมได้อธิฐานให้วิญญาณพรายกุมารทุกตนที่ผ่านไปมาในบริเวณพิธี
      หากจะช่วยกันบำรุงพระพุทธศาสนา
      ก็ให้มาสถิตย์อยู่รวมกันในผงพรายกุมารมหาภูติที่ท่านปลุกเสกนี้
      ให้มีอิทธิฤทธิ์คอยช่วยเหลือคุ้มครองอำนวยพรให้ผู้ศรัทธาบูชาอยู่ระยะเวลาหนึ่ง
      หลังจากเสร็จพิธีเรียบร้อยแล้วได้ผงพรายกุมารมหาภูติบริสุทธิ์สีขาวหม่นอมเทาประมาณ
      1 ถาดใหญ่
      เมื่อแบ่งผสมผงว่านมหามงคลจะได้ผงพรายกุมารมหาภูติเนื้อละเอียดสีน้ำตาลเข้มประมาณ
      1 กะละมังใหญ่ แล้วเก็บรวบรวมไว้ในกุฎิหลวงปู่ทิม
      เมื่อจะทำพระเครื่องจึงจะขออนุญาตหลวงปู่ทิมไปตักแบ่งเอามาผสมผงที่จะกดพิมพ์พระอีกครั้งหนึ่ง.หมอกุหลาบ
      จ้อยเจริญ กล่าวยืนยันโดยเห็นกับตาตนเองว่า
      “ผงที่หลวงปู่ทิมอิสริโก เขียนอักขระพระยันต์ต่างๆ นั้น
      หลุดร่วงทะลุลอดกระดานชนวนลงมา
      และทะลุผ้าขาวที่ปูรองเอาไว้ถึงเจ็ดชั้นจนถึงพื้นพระอุโบสถวัดละหารไร่
      “ที่กล่าวนี้ไม่ได้กล่าวเกินความจริงแต่อย่าง
      แต่กล่าวเปิดเผยเพื่อให้ท่านทั้งหลายที่ศรัทธาหลวงปู่ทิมอิสริโก
      จะได้เกิดความปิติ และซาบซึ้ง ในบุญญาบารมีของหลวงปู่ทิมอิสริโก
      หากผู้ใดได้ครอบครองบูชา พระผงขุนแผนพรายกุมาร
      นับว่าท่านมีของวิเศษขั้นสูงอยู่กับ จะส่งผลให้เกิดโภคทรัพย์
      ความเจริญรุ่งเรือง เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง
      นับว่าเป็นบุญกุศลของผู้นั้นที่เคยได้ร่วมสร้างกันมา
      หลวงปู่ท่านกล่าวว่าพระของท่านมีเจ้าของอยู่แล้ว
      ของของใครต้องมาอยู่กับผู้นั้น
      ผู้ใดมิใช่เจ้าของจักมีอันต้องเปลี่ยนมือไปไม่ช้าก็เร็ว
     
(ขอบคุณข้อมูลจาก Taradpra.com )

   

สินค้าที่ใกล้เคียงในร้านนี้

ดูสินค้าทั้งหมด

สินค้าที่คุณอาจจะสนใจ

ขุนแผนหลวงปู่ทิม
ขุนแผนหลวงปู่ทิม
ไม่ระบุ
ติดต่อร้านค้า