ฟ้าใหม่ (2 แผ่นจบ)

ฟ้าใหม่ (2 แผ่นจบ)

เรื่องย่อปลายรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ แห่งกรุงศรีอยุธยา แสน อายุได้ ๘ ขวบ ออกหลวงพิชิตบรเทศ พ่อของแสนพาเข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กของพระองค์ท่าน และพระองค์ท่านได้พระราชทานแสนให้เป็นมหาดเล็กข

  • ราคา 50.00.-

จำนวนสินค้า

แชร์สินค้านี้
  • facebook
  • twitter
  • google
seriesdvd2008 ราคาถูก สกรีนให้ทุกแผ่นสวยงาม

จำหน่าย DVD D2D V2D ราคาถูกแค่ 25 บาท สกรีนให้ทุกแผ่นสวยงาม ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครทำในราคานี้

เข้าชมร้านค้า

รายละเอียด

เรื่องย่อ

ปลายรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ แห่งกรุงศรีอยุธยา แสน อายุได้ ๘ ขวบ ออกหลวงพิชิตบรเทศ พ่อของแสนพาเข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กของพระองค์ท่าน และพระองค์ท่านได้พระราชทานแสนให้เป็นมหาดเล็กของ สมเด็จพระมหาอุปราชเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ และแสนเป็นที่เอ็นดูและโปรดปรานของท่านยิ่งนัก

            ออกหลวงพิชิตบรเทศพ่อของแสนเป็นขุนนางผู้มั่งคั่งจากการสืบทอดการค้าทางเรือของตระกูลขุนนางสายกรมท่าขวา ต้นตระกูลเป็นขุนนางเชื้อสายเปอร์เชีย ส่วนแม่ยายกลิ่นจันทน์แม่ของแสนเป็นธิดาสาวสวยของเจ้าสัวจีนผู้มั่งคั่งสายกรมท่าซ้าย

            แสนสนิทสนมกับมหาดเล็กหนุ่มรุ่นพี่อยู่ ๓ คน สองคนคือ คุณใหญ่ กับคุณเล็กเป็นพี่น้องคลานตามกันมาจากตระกูลขุนนางเศรษฐีผู้ดีเด่าแก่ ส่วนอีกคนหนึ่งคือคุณกลางเป็นเพื่อนร่วมสาบานกับคุณใหญ่ คุณเล็ก มหาดเล็กรุ่นพี่นี้มีเพียงคุณใหญ่เท่านั้นที่เป็นมหาดเล็กของวังหน้า ส่วนคุณเล็กและคุณกลางเป็นมหาดเล็กของวังหลวง

            วันหนึ่งมหาดเล็กทั้งสามนัดกันไปที่วัดเก่าศรีอโยธยาอันเป็นวัดร้าง เพราะได้ยินมาว่ามีตาเถรชรามาจำศีลภาวนาอยู่ และว่ากันว่าแกมีของขลังหลายอย่าง และมีตาทิพย์ ทั้งสามอยากได้ของขลังไว้ติดตัวจึงชวนกันไป แสนตามพวกพี่ๆไปด้วย วัดศรีอโยธยาเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่ก่อนสร้างกรุงศรีฯ เป็นวัดร้างที่ดูน่ากลัวจนไม่มีใครอยากเฉียดใกล้ เมื่อไปถึงสิ่งแรกที่ทำให้ประหลาดใจคือกุฏิซึ่งจะพังมิพังแหล่นั้นไม่มีบันไดขึ้น ต้องโหนหัวไม้เคร่าขึ้นไป และสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจมากขึ้น คือเสียงเชื้อเชิญของชายชราที่เอ่ยว่า “ไอ้ตัวเล็กกับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินวันหน้า”

            ชายชราพูดเสมือนพยากรณ์ว่าคุณใหญ่และคุณกลางคือ “จอมคน” และคุณเล็กคือทัพหน้าที่จะปราบเสี้ยนหนามของแผ่นดิน ส่วนแสนคือแขนซ้ายขวาของพี่ๆทั้งสาม และเมื่อกรุงศรีอยุธยาหาไม่แล้ว แสนจะไปสร้างกรุงใหม่และมีลูกหลานสืบสกุลใหญ่ไปยาวนานหลายชั่วอายุ

            เมื่อแสนย่างเข้าสู่วัยหนุ่ม เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ประชวรด้วยโรคร้ายและระหว่างนั้นมีการขัดแย้งกันในหมู่พี่น้องพระราชวงศ์ ทรงสั่งให้ลงอาญา เจ้าสามกรมเพราะทรงเห็นว่าตั้งให้ทรงกรมสูงกว่ายศที่ควรแก่ฐานะถือว่าผิดราชประเพณี เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์จึงถูกกราบบังคมทูลเรื่องลักลอบทำชู้กับหม่อมห้ามของพระบิดา ท่านจึงต้องพระราชอาญาซึ่งจะต้องถึงประหาร แต่เพราะก่อนที่พระมารดาของท่านจะสวรรคตได้เคยทูลขอต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิให้ลงโทษโอรสถึงประหาร เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์จึงต้องอาญาโทษโบย ๒๓๐ ที และถูกริบราชบาตร ท่านจึงมิอาจทนพิษบาดแผล และทิวงคตเมื่อถูกโบยได้ ๑๘๐ ที แสนสะเทือนใจในชะตากรรมของเจ้านายอันเป็นที่รักยิ่งนัก

            หลังจากเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ทิวงคต คุณใหญ่ได้รับหมายเกณฑ์ให้เข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กของเจ้าฟ้าอุทุมพร คุณใหญ่จึงพาแสนเข้าถวายตัวด้วย คุณเล็กยังอยู่วังหลวง ส่วนคุณกลางนั้นออกไปอยู่หัวเมืองตาก

            ต่อมาจึงมีพิธีอุปราชาภิเษกเจ้าฟ้าอุทุมพรขึ้นเป็นพระมหาอุปราชพระองค์ใหม่และมีการแห่ครองวัง แสนออกจะตื่นเต้นที่ได้เข้าขบวนแห่ แต่คุณใหญ่มีทีท่าชืดชายิ่งนัก เพราะไม่ต้องการลอกคราบเปลี่ยนสีตามนาย เขาบอกแสนว่า หลังพิธีนี้จะออกไปประจำอยู่หัวเมือง แต่จะไม่ไปไกลนัก หากเกิดเหตุขึ้นในกรุงจะได้เข้ามารับแสนออกไปได้ทัน

            การได้เข้าขบวนแห่พิธีอุปราชาภิเษกนำพาให้แสนได้พบกับเรณูนวล การแต่งกายของเธอบ่งบอกว่าเธอเป็นสาวในสกุลสูง แต่ท่าทางเธอแก่นแก้วก๋ากั่นราวเด็กผู้ชาย เรณูนวลเป็นลูกสาวคนเดียวของพระยาพิษณุโลก กับภริยาเอก เธอถวายเป็นข้าหลวงตำหนักพระพันวรรษาน้อย

            คุณใหญ่มาลาแสนไปหัวเมืองและให้แสนบอกพ่อว่าให้แบ่งทรัพย์สินเงินทองเก็บซ่อนในที่ที่พ้นตาศัตรู และเตือนแสนมิให้ข้องแวะกับนางในนางห้าม ให้ดูชะตากรรมของพระมหาอุปราชพระองค์เก่าเป็นตัวอย่าง

            เสด็จพระองค์ใหญ่ หรือเจ้าฟ้าเอกทัศ พระเชษฐาของเจ้าฟ้าอุทุมพรไม่พอพระทัยที่พระองค์ไม่ได้รับอุปราชาภิเษกเป็นพระมหาอุปราช แต่ตอนนี้ทรงถูกบังคับให้ผนวช และเมื่อสมเด็จพ่อยังไม่สิ้น เจ้าฟ้าเอกทัศจึงยังทำอะไรไม่ได้ แต่หากสมเด็จพ่อท่านสิ้น ใครๆต่างคาดกันว่าเจ้าฟ้าอุทุมพรคงเดือดร้อนเป็นแน่ เพราะเจ้าฟ้าเอกทัศทรงมีพวกมากกว่า และเจ้าฟ้าอุทุมพรเองก็ไม่ชอบกับฝ่ายเจ้าสามกรม จึงหาพวกไม่ได้ มีแต่สมเด็จพ่อและข้าราชบริพารที่รู้ว่าท่านเอาการเอางานกว่าพระเชษฐา

            คุณใหญ่ไปกินตำแหน่งยกกระบัตรเมืองราชพรี เมืองหน้าศึกทางใต้และได้ลูกสาวเศรษฐีเมืองนั้นเป็นภรรยา คุณกลางได้เป็นพระยาตากประจำเมืองตาก เมืองหน้าศึกทางเหนือ คุณเล็กได้เป็นนายสุจินดายังอยู่วังหลวง และแสนได้เป็นหุ้มแพรอยู่วังหน้า แสนพบกับเรณูนวลอีกครั้งเมื่อคุณเล็กชวนแสนไปดูพระธาตุวัดวรโพธิ์ที่หักลงเพราะพายุใหญ่ เพราะเถนทั้งหลายมาจากฝ่ายม่าน น่าสงสัยว่าจะปลอมตัวมาล้วงความลับในวังหลวงจากพวกนาง แสนและนายสุจินดาสวนทางกับขบวนของสตรีมีศักดิ์และเรณูนวลอยู่ในขบวนนั้นด้วย เธอเห็นว่าแสนและนายสุจินดามุ่งไปทางวัดวรโพธิ์จึงเอ่ยแขวะด้วยความดูถูก

            พระเจ้าอยู่หัวประชวรกะทันหัน แสนและนายสุจินดาถูกเรียกเข้าเฝ้าพระมหาอุปราช และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าถึงบันไดหน้าประตูพระมหามณเฑียรที่พำนักของพระเจ้าอยู่หัว ได้เห็นเค้าลางอันจะนำไปสู่การชิงราชบัลลังก์ เริ่มตั้งแต่เจ้าทั้งสี่กรมที่ถูกสมเด็จพ่อรับสั่งเรียกให้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะยอมรับพระมหาอุปราชขึ้นครองราชย์ และท่านสี่กรมนั้นถวายสัตย์อย่างไม่เต็มพระทัย ได้เห็นว่าเจ้าฟ้าเอกทัศละจากสมณเพศมาลักลอบซุ่มดูเหตุการณ์ในพระมหามณเฑียรด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้ม เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระอุปัชฌาย์เจ้าฟ้านเรนทรทรงบิณฑบาตชีวิตของเจ้าสีกรมจากพระมหาอุปราช หากทั้งสี่หันเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์พระมหาอุปราชยินยอม แต่เจ้าสามกรมมิยอมผนวชจึงถูกสั่งประหารทั้งหมด มีแต่กรมหมื่นเทพพิพิธที่ทรงหนีไปผนวชทัน จึงไม่โดนประหาร

            แสนไม่เข้าใจตัวเองว่าเหตุใดเมื่อผลัดแผ่นดินและจะมีเรื่องยุ่งถึงเลือดเนื้อนั้น ใจเขาจึงประหวัดเป็นห่วงข้าหลวงที่ชื่อเรณูนวลขึ้นมาในทันใด

            เพียงชั่วในคื้นนั้นเองที่เจ้าฟ้าอุทุมพรทรงถูกบังคับกลายๆให้ถวายราชบัลลังก์แก่เจ้าฟ้าเอกทัศ แล้วหลังจากนั้นท่านทรงออกผนวช

            แสนเป็นคนแรกที่เข้าถวายตัวต่อพระเจ้าเอกทัศและได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างสูง ด้วยพระองค์ทรงทราบว่าแสนเป็นคนโปรดของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ แต่สิ่งซึ่งทำให้แสนใจหายวาบด้วยความชิงชังรังเกียจเป็นที่สุดคือ พระเจ้าเอกทัศทรงยกแสนให้เป็นบุตรบุญธรรมของจมื่นศรีสรรักษ์ราช ขุนนางสอพลอคู่พระทัยของพระองค์ท่าน ซึ่งเป็นพี่ของสนมเอกสองคนของพระองค์คือ เจ้าจอมเพ็ญ (หรือเพ็ง) และเจ้าจอมแมน สองสนมเอกที่มีแต่คนรังเกียจ จมื่นศรีฯพอใจยิ่งนักที่ได้แสนเป็นบุตรบุญธรรมเพราะตนเองมีแต่ลูกญิง และหวังจะได้แสนเป็นเขยในภายหน้าอีกด้วย ผู้ที่ช่วยให้แสนสบายใจขึ้นได้คือ จมื่นไวยวรนาถ ขุนนางผู้ซื่อตรงและเอาการเอางาน ผู้ต้องมาเป็นคู่ราชการคู่กินใจกับกับจมื่นศรีฯ ผู้ตั้งหน้าหาประโยชน์จากการสอพลอพระเจ้าแผ่นดิน จมื่นไวยฯกราบบังคมทูลให้แสนเป็นผู้ติดต่อข้อราชการระหว่างท่านกับจมื่นศรีฯ เท่ากับเปิดทางให้แสนห่างจากจมื่นศรีฯ ได้มาก และต่อมาแสนได้ขอฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชาราชการงานเมืองทั้งฝ่ายมหาดไทยและฝ่ายกลาโหมกับจมื่นไวยฯ อีกด้วย

            แม่นายกลิ่นจันทน์เข้าไปเยี่ยมเพื่อนพ้องชาววังในวังหลวงได้เห็นตัวจริงของเรณูนวลเป็นครั้งแรก เธอพอใจว่าเรณูนวลเหมาะสมที่จะเป็นภรรยาเอกของแสน เรณูนวลให้น้ำผึ้งป่าดอกสารภีและขี้ผึ้งหอมแก่แม่นายกลิ่นจันทน์ และที่กระดาษห่อนั้นเธอเขียนตัวอักษรและตัวเลขเป็นรหัสไว้ เมื่อรหัสถูกถอด แม่นายกลิ่นจันทน์และพระพิชิตรู้ว่าเรณูนวลส่งสารปริศนานี้ถึงแสนเพราะเหตุที่แสนไปคลุกคลีใกล้ชิดกับจมื่นศรีสรรักษ์ราช และสารนี้เท่ากับเป็นปริศนารักของเรณูนวลถึงแสนด้วย

            แสนได้มีโอกาสส่งสารถึงเรณูนวลผ่านตลับสีผึ้งของแม่ครั้งนั้นครั้งเดียวเท่านั้น ก็ต้องออกศึก เป็นศึกครั้งแรกในชีวิตของแสน ศึกครั้งนั้นเกิดจากอลองพญาให้มังระราชบุตรตีเมืองทวาย มะริด และตะนาวศรีของไทย

            วันเดินทัพนายสุจินดานำของเชิญขวัญมาให้แสน ของนั้นคือสายประคำพระพุทธคุณ ๑๐๘ เม็ด แสนดีใจยิ่งนัก จึงฝากแหวนนพเก้าเรือนมณฑปไปให้เรณูนวล และฝากถ้อยความถึงเธอว่า ถ้าบ้านดีเมืองดี แสนอาสาศึกจนถึงคราวได้บำเหน็จมือ จะทูลขอลูกสาวเจ้าเมืองสองแควมาไว้เป็นศรีบ้าน แต่ถ้าล้มหายตายจากกลางศึก ก็ขอเจ้าของประคำเก็บแหวนนี้ไว้ผูกข้อมือบุตรชายของเธออันจะเกิดในภายหน้าด้วย แสนเอาแหวนที่เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ทรงประทานให้ร้อยเข้าไว้กับสายประคำของเรณูนวลและสวมคอไว้เป็นมิ่งขวัญตนตลอดเวลา

            แสนและนายสุจินดานำกองรบอย่างสามารถ แต่เพราะความตื่นกลัวของแม่ทัพไทยที่เห็นว่ากำลังของฝ่ายทัพไทยมีน้อยกว่ากำลังของทัพม่าน แม่ทัพจึงสั่งถอยกลับอยุธยา หากผู้ใดขัดคำสั่งโทษถึงหัวขาด กองของแสนคุมปืนใหญ่กลับ ส่วนนายสุจินดาอารักขาแม่ทัพ ทั้งๆที่กองทัพไทยสูญเสียน้อยมาก แต่ทั้งแสนและนายสุจินดาไม่มีความชอบอันใดในการรบเพราะแม่ทัพเพ็ดทูลความดีเป็นของตนสิ้น

            แสนและเรณูนวลได้แอบพบกัน แสนเอ่ยคำฝากรัก สองคนแลกแหวนและให้คำสัตย์ต่อกัน เรณูนวลให้คำมั่นแก่แสนว่า เมื่อบ้านดีในวันข้างหน้า ไม่ว่าเธอจะตกไปอยู่ที่ใด หากรู้ว่าแสนยังมิเบนใจไปอื่น เธอจะสู้ลุยไฟนรก ฝ่าพระราชอาญาไปสู่เรือนแสน แต่หากแสนต้องอันตรายสุดวิสัยที่จะครองกันในชาตินี้ เธอจะบวชชี

            ข่าวข้าศึกบุกเข้าถึงสุพรรณบุรีแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในชั่วเช้ามืด ชาวเมืองต่างพากันไปออที่วัดประดู่โรงธรรม อาราธนาให้ขุนหลวงหาวัดสึกออกมาสู้ศึก

            ขุนหลวงหาวัดทรงสึกและทรงเรียกแสนกับนายสุจินดาเข้าเฝ้าเป็นสองคนแรก ให้แสนไปกับพระยารัตนาธิเบศร์ซึ่งเป็นปลัดทัพ โดยให้แสนคุมกองเรือปืนต่อท้ายขบวนของราชบังสรร ส่วนนายสุจินดาทรงให้เป็นกองระวังภัย

            กองทัพของอลองพญาโจมตีกรุงจนตั้งตัวไม่ติด แสนนำพลจำนวนเพียงหยิบมือลอบดั้นดันไปตามหานายสุจินดาจนเจอ ม่านระดมยิงถล่มใส่ไทยหนักด้านวัดท่าพระเมรุ และโดนพระที่นั่งสุริยามรินทร์ พระที่นั่งประจำพระองค์พระเจ้าเอกทัศยอดปราสาทพังลง แสนไปช่วยพ่อที่ประจำอยู่ปืนใหญ่บนเชิงเทิน และยิงใส่ตรงที่อลองพญาตั้งทัพอยู่ ลูกปืนใหญ่ตกใส่จุดที่อลองพญาอยู่ และโดนอลองพญาบาดเจ็บจนทัพม่านต้องถอย อีกไม่นานต่อมาจึงได้ข่าวจากเมืองตากว่าอลองพญาสิ้นชีวิตในเขตแดนไทยแถบด่านแม่ละเมา พระเจ้าเอกทัศทรงปรารภจะให้ขุนหลวงหาวัดไปพ้นทางจมื่นศรีฯก็ออกความเห็นว่าขุนหลวงหาวัดทรงเป็นคนละเอียดอ่อน ไม่จำเป็นต้องกระทำการใดรุนแรง เพียงแค่เอาพระแสงดาบเปลือยฝักวางพาดบนตัก แค่นี้ขุนหลวงหาวัดก็จะทรงทราบแล้วว่า พระองค์จะรับภาระการครองราชย์ดังเดิม พระเจ้าเอกทัศทรงทำตาม ขุนหลวงหาวัดจึงกลับไปผนวชดังเดิม

            ต่อมาทัพม่านเข้ามาตีไทยอีก เนเมียวสีหบดีเข้ามาทางเหนือมังมหานรธาเข้ามาทางตะวันตก หัวเมืองรายทางและหมู่บ้านเล็กหมู่บ้านน้อยของไทยแตกย่อยยับ

            นายสุจินดาขึ้นเหนือไปร่วมรบกับพ่อของเรณูนวล คุณใหญ่ยังอยู่ที่ราชพรี พระยาตากถูกเรียกตัวเข้ากรุงศรีฯ และมอบหมายให้ไปรับศึกด้านเมืองพริบพรี (เพชรบุรี) และแสนได้ไปกับทัพของพระยาตากด้วย แสนตั้งข้อสังเกตเงียบๆว่า พระยาตากที่ได้พบครานี้หลังจากไม่เคยได้พบกันนับแต่ท่านออกไปอยู่หัวเมืองนั้น มีสง่าราศียิ่ง แต่ดูเศร้าและเคร่งเครียดผิดจากคุณกลางเมื่อครั้งเป็นหนุ่มน้อย แสนรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระยาตากด้วยฝีมือฉกาจฉกรรจ์และขับไล่ข้าศึกไปจากเขตไทยได้ พระยาตากได้เลื่อนขึ้นเป็นพระยาวชิราปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชรแต่ก็ยังมิได้ไปนั่งเมืองเนื่องจากต้องรบต่อ

            เดือนยี่ ขึ้นสี่ค่ำ ปีจอ พ.ศ.๒๓๐๙ ข้าศึกล้อมกระชั้นจนมาจ่ออยู่ริมคูพระนครทุกด้าน พระยากำแพงเพชรกับสมัครพรรคพวกราว ๕๐๐ คน ตัดออกจากค่ายวัดพิชัยมุ่งสู่บูรพาทิศ หูแสนแว่วเสียงขับลำนำที่เคยได้ยินจนคุ้นมาตั้งแต่เล็ก จิตก็ประหวัดถึงหญิงอันเป็นที่รักทั้งสอง คือ แม่และเรณูนวล ต่อเมื่อแว่วเสียงเรียก ทุกคนในกองทัพจึงปาดน้ำตาทิ้ง มุ่งหน้าตามพระยากำแพงเพชรไปสู่แสงเรืองด้านบูรพาทิศ

            จมื่นศรีฯนำทาสชายที่ยังเหลืออยู่ที่บ้านออกรบกับข้าศึกจนตัวตาย จมื่นไวยไปที่บ้านพ่อของแสนเพื่อบอกให้บ้านนั้นอพยพหนี เมื่อเห็นว่าเรณูนวลอยู่ด้วยและเตรียมพาแม่นายกลิ่นจันทน์อพยพอยู่แล้ว จมื่นไวยจึงมอบตำราสำคัญ ๓ เล่ม และดาบคู่มือไว้ให้แก่แสน ตัวท่านนั้นจะกลับเข้าวังหลวงส่งพระเจ้าเอกทัศหนี จมื่นไวยบอกว่าดูดวงชะตากรุงแล้ว กรุงจะแตกแก่อังวะแน่นอนในวันเนาวันสงกรานต์

            จมื่นไวยกราบทูลเชิญพระเจ้าเอกทัศหนี

            ก่อนออกจากวังพระเจ้าเอกทัศทรงชวนจมื่นไวยไปฝังซ่อนทรัพย์สมบัติของพระองค์ในห้องลับใต้บ่อน้ำเทียม สมบัติมีค่ามหาศาลของกษัตริย์อยู่ในบ่อน้ำเทียมนี้ทั้งสิ้น พระเจ้าเอกทัศทรงพิษฐานให้ผู้มีบุญเท่านั้นที่จะค้นพบสมบัตินี้ เพื่อเอาไปสร้างเมืองใหม่ และสาปแช่งมิให้ผู้ใจคดและศัตรูได้สมบัตินี้ไป แล้วพระองค์ทรงปิดทรงเข้าเสียสิ้น

            ก่อนเสด็จออกนอกพระนคร พระเจ้าเอกทัศทรงอวยพรจมื่นไวยและทรงรับสั่งฝากว่า หากจมื่นไวยยังมีชีวิตอยู่หลังการรบและพบผู้มีบุญคนใหม่ ขอให้บอกเขาผู้นั้นด้วยว่าพระองค์ผู้โฉดเขลาทรงขอโทษที่มิอาจทรงรักษาเกียรติศักดิ์แห่งแผ่นดินไว้ได้

            กองทัพพระเจ้าตากยั้งอยู่ที่เมืองจันท์เพื่อรอสิ้นหน้ามรสุมและเพื่อสะสมอาวุธยุทธภัณฑ์ แสนรับหน้าที่คุมพลต่อเรือรบ และระหว่างนั้นนายสุจินดาหรือคุณเล็กก็มา แสนดีใจยิ่งนัก คุณใหญ่ให้คุณเล็กรีบมาหาพระเจ้าตาก โดยฝากดาบคร่ำทองเก่าแก่มาเป็นของคำนับ กับแหวนพลอยไพฑูรย์และพลอยบุษย์น้ำทองอีกอย่างละวง คุณใหญ่เองยังมาไม่ได้ สิ่งมีค่ายิ่งใหญ่ที่คุณใหญ่สั่งให้คุณเล็กไปตามหาให้เจอและนำมาส่งมอบพระเจ้าตากให้ได้คือ นางนกเอี้ยง มารดาของพระเจ้าตาก และสิ่งสุดท้ายนี้ นำความโสมนัสและกำลังใจมาสู่พระเจ้าตากอย่างใหญ่หลวง

            พระเจ้าตากเคลื่อนทัพเข้าสู่กรุงเก่า ตีค่ายสุกี้พระนายกองแตก กองทัพทุกคนแม้แต่องค์จอมทัพน้ำตารินกันถ้วนหน้า เมื่อได้กลับมาเหยียบกรุงเก่าบ้านเกิด พระเจ้าตากได้พระยาธิเบศร์บดีจางวางมหาดเล็กครั้งกรุงเก่า มารับใช้ด้านขนบประเพณี ทรงมีพระประศาสน์ให้พระยาเบศร์บดีชี้ที่ฝังพระศพพระเจ้าเอกทัศ แล้วทรงนำมาถวายพระเพลิง และมีนิมิตเกิดกับท่านคือ บุรพกษัตริย์แห่งกรุงเก่ามาชุมนุมกันไล่ท่านให้ไปแสวงหาแผ่นดินอื่นเป็นที่ตั้งหัวใจแผ่นดิน อย่ามาอยู่ในแผ่นดินอันพวกท่านเหล่านั้นทรงเป็นเจ้าของ แสนเห็นว่าเมืองธนบุรีนั้นเล็กพอเหมาะ และดีที่เป็นเมืองกุมทางสัญจรทั้งทางบกและทางน้ำ พระเจ้าตากทรงเห็นชอบ

            ปีกุน ศักราช ๒๓๑๐ มหาเศวตฉัตรองค์ใหม่กางกั้นลงเหนือกรุงธนบุรี และยกเมืองนั้นเป็นราชธานีของไทยสยามแทนกรุงศรีอยุธยา

            คุณใหญ่ได้เลื่อนเป็นพระราชรินทร์ พระตำรวจขวา คุณเล็กได้เป็นพระมหามนตรีพระตำรวจซ้าย แสนยังเป็นออกหลวงต่างใจ แสนคิดอยู่เสมอที่จะไปหาเรณูนวลและแม่ แต่ยังไม่สบโอกาส รออยู่ว่าพระเจ้ากรุงธนจะทำศึกทางเหนือเมื่อไร แสนจะกราบบังคมทูลอาสา แต่ก็มาถึงคราวที่แสนต้องลำบากใจที่สุดเสียก่อน พระเจ้ากรุงธนพระราชทานพลอยแหวนลูกสาวเจ้าเมือง จันทบูรให้แก่แสนและพระราชทานเรือนหอให้ด้วย แสนตัดสินใจที่จะขัดพระมหากรุณาธิคุณด้วยไม่อาจทรยศต่อเรณูนวลได้ พระเจ้ากรุงธนมิได้เอาโทษที่แสนขัดพระประสงค์ หากแต่ไม่ทรงล้มเลิกการแต่งงานของแสน โดยทรงตรัสกึ่งท้าพนันว่าให้แสนแต่งงานเข้าหอ หากแสนได้เห็นรูปโฉมเจ้าสาวแล้วแสนยังซื่อสัตย์ต่อคำมั่นกับเรณูนวลได้ พระองค์จะทรงเรียกนางพระราชทานคืนเอง แสนจึงจำต้องเข้าพิธีแต่งงานกับพลอยแหวนอย่างไม่เต็มใจที่สุด จนกระทั่งวันส่งตัว แสนบอกความจริงกับพลอยแหวนทุกอย่าง แล้วแสนลงจากเรือนหอไป พลอยแหวนโกรธมาก เธอตั้งปณิธานว่าจะตามขัดขวางความรักของแสนกับเรนูนวลจนถึงที่สุด ไม่นานต่อมาเธอก็ถูกพระราชทานให้เป็นภรรยาขุนนางผู้ร่ำรวย

            พระตำรวจซ้ายจะขึ้นไปตีหัวเมืองเหนือ ซึ่งเจ้าพระยาพิษณุโลกของเรณูนวลปกครองอยู่ และมีทีท่าว่าจะแข็งเมืองไม่เข้าด้วยพระเจ้ากรุงธน แสนอาสาเป็นกองหน้าไปดูลาดเลา เพราะอยากไปพบเรณูนวล

            ทัพเรือของพระเจ้ากรุงธนปะทะกับทัพของหลวงโกษาที่เกยชัย ฝีมือรบของฝ่ายกรุงธนนั้น เหนือฝ่ายหลวงโกษา แต่กองเรือของพระเจ้ากรุงธนเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะความชำนาญพื้นที่สู้กองทัพของหลวงโกษาไม่ได้ และเมื่อพระเจ้ากรุงธนถูกหลวงโกษาลอบยิงโดนที่ขา กองเรือของกรุงธนจึงต้องลากลับ และระหว่างทางกลับแสนได้พบพ่อและแม่ในเรือที่เรณูนวลให้คนลอบนำมาลอยไว้ เพื่อส่งมอบพ่อแม่ของแสนคืน เธอรู้เรื่องราวของแสนทั้งหมดแล้ว

            กองทัพของพระเจ้ากรุงธนกลับกรุงได้ไม่ถึงครึ่งเดือน ก็ได้ข่าวว่าเจ้าพระยาพิษณุโลกเฉลิมตนขึ้นเป็นกษัตริย์ฝ่ายเมืองเหนือ แต่ชั่วภายในเดือนเดียวกันนั้นเอง กองลาดข่าวของแสนนำข่าวมาแจ้งว่าเจ้าพระยาพิษณุโลกสิ้นชีพแล้วด้วยโรคฝีในลำคอ และเมืองแตกฉานซ่านเซ็นเพราะถูกเจ้าพระฝางสงฆ์ทุศีลเข้าตีเอาเป็นเมืองขึ้น และเรณูนวลหายสาบสูญไป มีผู้โจษจันกันว่าเธอกับพี่เลี้ยงและข้าคนหลบอยู่ในป่า แสนร้อนใจนักอยากขึ้นไปตามหา และพอดีกับที่หน่วยลาดข่าวของบ้านพระตำรวจซ้ายขวาก็กลับมาส่งข่าวไล่ๆกัน บ้านของแสนและบ้านของพระตำรวจซ้ายขวาจึงระดมกองกำลังเตรียมขึ้นเหนืออย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันจะกราบบังคมทูลพระเจ้ากรุงธนก็มีรับสั่งให้ยกทัพไปตีเมืองพิมายเสียก่อน

            ทัพพระเจ้าตากชนะในศึกพิมาย พระราชรินทร์พระตำรวจขวาได้เลื่อนเป็น พระยาอภัยรณฤทธิ์ ส่วนพระตำรวจซ้ายน้องชายได้เป็นพระยาอนุชิตราชา ตำแหน่งจางวางพระตำรวจทั้งสองท่าน และแสนได้เลื่อนเป็น พระมหามนตรี พระตำรวจซ้ายแทนพระยาอนุชิตราชา และทรงมีพระเมตตาให้ระบุเป็นพิเศษ ในสัญญาบัตรประกาศความชอบของแสนว่า แสนได้ทอดชีพอาสาติดพระองค์มาตั้งแต่ครั้งสร้างสมพระบารมีเป็นประเดิม ส่วนขุนชนะผู้ติดตามจับกรมจมื่นเทพพิพิธได้นั้น ทรงตั้งให้เป็นพระยานครราชสีมา เจ้าเมืองนครราชสีมา

            จากนั้นไม่นานก็ทรงมีพระราชโองการให้ไปตีเมืองนครศรีธรรมราช เพราะเจ้าพระยานครเฉลิมพระยศขึ้นเป็นเจ้า แสนแทบจะอัดใจตายเพราะเท่ากับไม่มีโอกาสที่จะกราบบังคมทูลขอขึ้นเหนืออีกตามเคย

            แสนอยู่ทางใต้รบทัพจับศึกจนมิมีเวลานับว่าวันคืนผ่านไปนานเท่าใดแล้ว จนจัดการทางใต้เรียบร้อยราบคาบ และปีนั้นมีใบบอกด่วนให้แสนรีบขึ้นไปช่วยราชการศึกทางเหนือ ด้วยว่าทัพงุยอะคุงหวุ่นยกตามตีพวกมอญเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ แต่เมื่อแสนยกทัพเรือขึ้นไปถึงกรุงธนบุรีนั้น กองกำลังที่จะไปรับมือพม่ามีเพียงพอ พระเจ้ากรุงธนจึงทรงโปรดให้แสนกลับไปประจำอยู่หัวเมืองใต้ตามเดิม และเมื่อปราบทัพพม่าครั้งนี้ได้ราบคาบและจับเอาตัวมาประจานให้ชาวเมืองดู ขวัญของชาวไทยที่เคยกลัวพม่าก็เฟื่องฟูขึ้นมาก เมื่อบ้านเมืองดูจะสงบเรียบร้อยและว่างศึก แสนนึกจะกราบบังคมทูลขอขึ้นไปหัวเมืองเหนือ ก็พอดีมีตราเรียกทัพด่วนให้แสนขึ้นไปช่วยท่านเจ้าพระยาสองพี่น้อง (คุณใหญ่และคุณเล็ก) รับศึกหัวเมืองเหนือ ซึ่งครั้งนี้แม่ทัพเฒ่าอะแซหวุ่นกี้เป็นแม่ทัพใหญ่มาเอง ตราเรียกทัพครั้งนี้สมใจแสนยิ่งนัก

            พิษณุโลกแตกแก่อะแซหวุ่นกี้ เพราะถูกล้อมจนขาดเสบียงอาหาร

            ฝ่ายไทยตัดสินใจอพยพผู้คนออกจากเมือง และเมื่อทัพไทยคุ้มกันผู้คนไปถึงแถบเมืองเพชรบูรณ์นั้น กองหลังอันเป็นกองเสบียงซึ่งแสนคุมอยู่ปะทะเข้ากับกองโจรของข้าศึก มีกองกำลังของชาวบ้านป่ากลุ่มหนึ่งบ่งบอกว่าเป็นชาวไทย มาร่วมช่วยตีกระหนาบกองทัพพม่าจนแตกกระเจิง แล้วกองกำลังชาวบ้านกลุ่มนั้นก็หาไปอย่างรวดเร็ว แม้แสนจะพากเพียรตามเท่าไรก็ไร้ร่องรอยให้ตามเจอ แสนสังหรณ์ยิ่งนักว่าจะเป็นกลุ่มของเรณูนวล

            แสนกราบบังคมทูลขออยู่หัวเมืองเหนือ และได้รับพระกรุณาให้อยู่รวบรวมผู้คนที่กระจัดพลัดพรายตั้งแต่เมื่อครั้งกรุงแตกให้กลับคืนเข้าเมืองให้ได้มากที่สุด แสนจึงใช้เวลาทำการนั้นตามหาเรณูนวลไปด้วยทุกวัน

            แสนตระเวนอยู่ตามหัวเมืองใหญ่น้อยทางเหนือเนิ่นนาน ข่าวคราวที่มาจากเมืองหลวงที่เกี่ยวกับพระเจ้าอยู่หัวล้วนเป็นข่าวมิสู้ดีว่า ท่านโทมนัสที่เมืองพิษณุโลกแตกแก่ข้าศึกจนหันไปฝักใฝ่การวิปัสสนากรรมฐานจนเห็นภาพนิมิตต่างๆ แล้ววันหนึ่งแสนได้รับใบบอกให้กลับเข้าเมืองหลวงเพราะพระเจ้ากรุงธนสวรรคาลัยแล้ว

            แสนขอให้พระยาพิพัฒน์กราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ขออยู่หัวเมืองเหนือต่อ เพราะยังไม่อยากทิ้งงานรวบรวมคนไทยที่กระจัดกระจายหลบซ่อนอยู่ตามป่า

            เพียง ๓ ปี ที่ผลัดแผ่นดินก็มีศึกพม่าประชิดติดเมืองอีกคือศึกเจ้าตะแคงปะดุง เจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ของพม่า ยกเข้ามาทางลาดหญ้า แสนกราบเรียนให้ผู้สำเร็จราชการเมืองพิษณุโลก ส่งบรรดาขุนหมื่นพันทนายออกไปป่าวเรียกผู้คนให้อพยพมารวมกองกันในเมืองโดยเร็ว และให้ขนเสบียงมาด้วย และจวนเย็นย่ำวันหนึ่ง มีกองเกวียนใหญ่มากกองหนึ่งอพยพเข้ามา

            ดึกแล้วแสนก็ไม่อาจข่มตาให้หลับได้ จึงลุกออกจากที่พักเดินตรวจพลเวรยามไปเรื่อย แล้วก็ต้องชะงักทันใดเมื่อได้ยินเสียงชายชาวบ้านป่าขับลำนำรักอันเป็นลำนำที่ชาวกรุงศรีฯขับเป็นประจำและแสนกับเรณูนวลขับสู่กันก่อนแสนจากไปสงคราม แสนคาดคั้นจนได้ความว่ามีผู้สอน แสนสั่นไปทั้งตัวด้วยแน่ใจว่าผู้สอนนั้นเป็นเรณูนวลแน่ และกองเกวียนนี้ต้องเป็นของเธอ แสนคาดคั้นชาวบ้านจนในที่สุดได้พบกับเรียมพี่เลี้ยงของเรณูนวล เรียมจึงชี้เกวียนที่พักของเรณูนวลให้ แสนกับเรณูนวลได้พบกัน แสนรับรู้ความลำบากของเรณูนวลด้วยน้ำตา และให้คำมั่นว่าจากนี้ไปความตายเท่านั้นที่จะพรากเขาจากเรณูนวลได้ แสนขอให้ผู้สำเร็จราชการเมืองพิษณุโลกประกอบพิธีสมรสให้ และจากนั้นแสนกับเรณูนวลและกองกำลังก็ไปสมทบทัพหลวงที่ลาดหญ้าทำศึกกับพม่า ซึ่งยกเข้ามาถึงเก้าทัพ กองของแสนและเรณูนวลรบแบบกองโจร และสามารถตีพม่าแตกกระเจิงได้ชัยชนะในด้านนั้น แสนและเรณูนวลไปจนสมทบกับทัพหลวงซึ่งพระอนุชาธิราชหรือคุณเล็กเป็นแม่ทัพ และท่านมีพระบัณฑูรให้แสนและเรณูนวลเข้าเฝ้า ท่านตรัสว่าแสนและเรณูนวลจะได้เข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวในวันที่เสร็จศึก

            ทัพไทยทำศึกกับพม่าสุดชีวิตวิญญาณ บรรดาคนไทยที่ซุ่มซ่อนอยู่ต่างก็ออกมาช่วยบ้านเมืองทำศึกจนมีชัยชนะอย่างเด็ดขาดต่อพม่า และศึกครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นแล้วบ้านเมืองสยามก็เข้าสู่ความสงบสุข ไร้ศึกจากเมืองม่านมารบกวนอีกเลยตลอดรัชกาล

ฟ้าใหม่ (2 แผ่นจบ)
ฟ้าใหม่ (2 แผ่นจบ)
50.00.-