เดิมพันวันวิวาห์ (3 แผ่นจบ)

เดิมพันวันวิวาห์ (3 แผ่นจบ)

เรื่องย่อสำนวนที่ ว่า "เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน" มักใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะกับตระกูลที่มีทรัพย์สินเงินทองมากมายไม้เว้นแต่ตระกูล "นนทิวากร" และตระกูล "รัตนสิรินทร์&q

  • ราคา 75.00.-

จำนวนสินค้า

แชร์สินค้านี้
  • facebook
  • twitter
  • google
seriesdvd2008 ราคาถูก สกรีนให้ทุกแผ่นสวยงาม

จำหน่าย DVD D2D V2D ราคาถูกแค่ 25 บาท สกรีนให้ทุกแผ่นสวยงาม ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครทำในราคานี้

เข้าชมร้านค้า

รายละเอียด

เรื่องย่อ
สำนวนที่ ว่า "เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน" มักใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะกับตระกูลที่มีทรัพย์สินเงินทองมากมายไม้เว้นแต่ตระกูล "นนทิวากร" และตระกูล "รัตนสิรินทร์" ที่ต้องการเกี่ยวดองกันไว้เพื่อผลทางธุรกิจและสัญญาลูกผู้ชายที่หัวหน้าครอบ ครัวได้ให้ไว้ต่อกันว่า หากพวกเขามีลูกสาวลูกชายก็จะให้แต่งงานกัน แต่ถ้าเป็นเพศเดียวกันก็จะให้เป็นพี่น้อง เมื่อนายภิญโญ นนทิวากร มีบุตรชายชื่อ ภูริต ส่วน นายวัฒนา รัตนสิรินทร์ มีลูกสาวชื่อ เพลงพิณ สัญญานี้จึงเป็นผลในทันที

เรื่องมันคงไม่ปั่นป่วนขึ้นมาหากเพลงพิณ จะไม่มีอคติกับคู่หมั้นอย่างภูริตที่มักนั่งนิ่งมองทุกสิ่งราวกับจะประเมิน สถานการณ์รบ และพูดน้อยจนแทบจะนับคำได้ แล้วเขาจะดูดีในสายตาหล่อน หากในวันพิเศษอย่างวันเกิดของคู่หมั้นหรือวันวาเลนไทน์เขาจะส่งดอกไม้ช่องาม มาเป็นของขวัญ แทนที่จะมีเพียงการ์ดแค่ใบเดียวกับข้อความที่ว่า … ขอให้มีความสุข ภูริต นนทิวากร หล่อนจะไม่รู้สึกเขม่นเขาเลยถ้าเวลาเจอหน้ากันชายหนุ่มจะพูดจาอ่อนหวานสัก นิดแทนที่จะตีหน้าเคร่งอย่างกับนักโบราณคดีกำลังสำรวจซากฟอสซิลของไดโนเสาร์ ที่เพิ่งขุดค้นพบใส่หล่อน รวมๆ ความแล้วหล่อนไม่ชอบท่าทีเงียบขรึมของคู่หมั้นคนนี้น่ะเอง ดังนั้นเมื่อบิดามารดาเร่งรัดเรื่องการแต่งงาน เพลงพิณจึงค้าหัวชนฝา โดยอ้างว่าทั้งหล่อนและเขาไม่ได้รักกัน มิใยที่พ่อแม่จะหว่านล้อมหรือให้เหตุผลต่าง ๆ นานาหล่อนก็ไม่ฟังพร้อมกับอ้างว่าผู้หญิงสมัยนี้ไม่จำเป็นจะต้องแต่งงาน มีหลายคนที่อยู่เป็นโสดและประสบความสำเร็จในชีวิตได้โดยไม่มีคู่ชีวิต แล้วหล่อนก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

เพลงพิณไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยเพราะ นับตั้งแต่เข้ามารับช่วงกิจการบางอย่างจากบิดา หล่อนก็สามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยมและประสบความสำเร็จมาโดยตลอด เหตุนี้จึงทำให้หญิงสาวมีความมั่นใจเป็นอย่างสูงจนถึงขั้นหลงตัวเองก็ว่า ได้…ไม่มีสิ่งใดที่หล่อนลงมือทำแล้วจะประสบความล้มเหลว เมื่อบุตรสาวยืนยันเช่นนี้นายวัฒนาก็ต้องมาปรึกษาเพื่อนซี้อย่าง นายภิญโญ กับ ญาดา ภรรยาของเพื่อนรัก แต่บังเอิญ ภูริตมาได้ยินเข้า เขาจึงรับอาสาที่จะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ใหญ่ทุกคนเบาใจด้วย รู้ดีว่าชายหนุ่มต้องแก้ไขทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างแน่นอน เพลงพิณแปลกใจมากเมื่อคู่หมั้นมาหาที่ออฟฟิศ แทนที่จะไปที่บ้านและต้องประหลาดใจเป็นทวีคูณเมื่อชายหนุ่มท้าพนันว่างาน บางอย่างเพลงพิณก็บริหารให้ประสบความสำเร็จไม่ได้หรอก นั่นเท่ากับเป็นการดูหมิ่นศักดิ์ศรีของหล่อนอย่างร้ายกาจ

หญิง สาวจึงตกปากรับคำท้าโดยเดิมพันไว้ว่า หากชายหนุ่มชนะ หล่อนจะต้องแต่งงานตามกำหนดเวลาที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายวางไว้ และจะต้องเป็นภรรยาที่อยู่ในโอวาทของสามีโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ แต่ถ้าหล่อนเป็นฝ่ายชนะ การหมั้นหมายของทั้งคู่ถือเป็นโมฆะ เพลงพิณจึงตกลงในทันที แต่พอรู้ถึงสิ่งที่เขากำหนดมาหล่อนก็มึนไปเหมือนกัน

กว่า เพลงพิณจะรู้ว่าพลาดท่าก็สายเสียแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้ในยามนี้ก็คือ เดินหน้าต่อไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าการทำร้านอาหารนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการที่ตนเองจะต้องมาเป็นแม่ครัว เพราะหล่อนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการทำครัวสักอย่าง หล่อนรู้แต่เพียงว่าอะไรอร่อยไม่อร่อย ตัวเองอยากกินอะไรก็เท่านั้น ส่วนเรื่องจะใช้อะไรหรือสิ่งใดมาประกอบกันเป็นอาหารแต่ละอย่างนั้น อย่าฝันเลยว่าจะรู้ แต่เพราะอยากเอาชนะหญิงสาวจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนรักอย่าง ปาลิตา ที่มีความรู้เรื่องการครัวไม่ต่างจากตนเองสักเท่าไหร่ แต่สิ่งแรกที่ทั้งคู่เล็งเห็นตรงกันคือ การตามภูริตไปดูสถานที่เปิดร้านหรือ สมรภูมิรบ แล้วก็แทบช็อคเป็นรอบสองเมื่อเขาพาพวกหล่อนออกมาเสียชานเมืองแล้วเลี้ยวไป ตามถนนดินลูกรังอีกเกือบเจ็ดกิโลจึงจะถึงที่หมาย หากไม่นับถึงความเก่าโกโรโกโสของตึกสี่ชั้นที่ตั้งเด่นอยู่กลางทุ่งนา โดยมีบึงน้ำขนาดใหญ่อยู่ฝั่งตรงข้าม หญิงสาวก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาคงพามาดูที่ทำไร่ไถนาอย่างแน่นอน

เมื่อ ถามชายหนุ่มเพื่อความแน่ใจก็รู้ว่าตึกที่เห็นอยู่นี่ล่ะ คือร้านอาหารของหล่อน เพลงพิณได้แต่กุมขมับเมื่อรู้ว่าภูริตปิดประตูแพ้ไว้หมดทุกทางแล้ว แต่เขาก็ยังยื่นฟางเส้นสุดท้ายให้เมื่อเจ้าตัวออกปากจะหาแม่ครัวซึ่งมีฝีมือ ในเรื่องอาหารไทยมาเทรนหล่อนทำอาหาร แต่มีข้อแม้ว่าหล่อนจะต้องทำอาหารเย็นให้เขาทานทุกวันเป็นการแลกเปลี่ยน เพลงพิณไม่อาจปฏิเสธได้จึงต้องตกปากรับคำไป กว่าเพลงพิณจะสำเร็จวิชาการเรียนฉบับกรุงเก่ามาได้ก็เล่นเอาอานกันเลยที เดียว แต่มันก็ยังมีปัญหาใหม่ตามมาอีกนั่นคือ การออกแบบตกแต่งร้าน หากจะใช้มัณฑนากรที่มีชื่อเสียงก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก ปาสิตา ซึ่งแนะให้ไปขอความช่วยเหลือจาก ชัยรัตน์ เพื่อนชายสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ตอนนี้ทำงานเป็นมัณฑนากรให้กับบริษัทแห่ง หนึ่ง ซึ่งเขาก็รับปากทันทีเพราะเพลงพิณให้สัญญาว่าจะให้เขาทานอาหารฟรีตลอดชีวิต

เมื่อ ปัญหาเรื่องการออกแบบหมดไปทั้งคู่ก็ประกาศรับสมัครพนักงานที่มีบ้านอยู่ใกล้ กับร้าน แต่กว่าจะคัดเลือกมาได้ก็ปวดหัวอยู่หลายวัน เพราะภูริตส่งแม่นมของเขามาดูแลความเรียบร้อยภายในร้านหรือจะว่าให้ถูกก็คือ มาควบคุมการทำงานของหญิงสาวแล้วกลับไปรายงานตนเอง ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับหญิงสาวเป็นอย่างยิ่งเพราะคุณนมคนนี้ แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าจะเป็นอริและคอยปัดแข้งปัดขาเพลงพิณอยู่ตลอดเวลา แต่เพราะขี้เกียจเถียงกับชายหนุ่มหล่อนจึงยอมให้ แต่ทั้งคุณนมและหญิงสาวต่างก็ไม่ยอมลงให้แก่กัน จึงมีการเหน็บแนมแกมประชดกันอยู่บ่อยๆ พอร้านเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ปัญหาที่วิ่งโถมทับเข้าใส่ราวกับละลอกคลื่นก็คือ จะไปหาลูกค้ามาเข้าร้านได้อย่างไร เมื่อมันอยู่ไกลลิบโลกแบบนี้ แล้วเพลงพิณก็คิดว่าน่าจะไปคุยกับบริษัททัวร์ให้พาลูกทัวร์มาลงที่นี่โดยชู ประเด็นที่ว่าพวกลูกทัวร์จะได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบไทยๆ เพราะรอบๆ ร้านอาหารของตนเองก็มีแต่ทุ่งในยามเก็บเกี่ยวก็จะเป็นบรรยากาศที่ไม่เคยมี ใครได้สัมผัสมาก่อน

จึงน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีของแต่ละคน แล้วก็ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของบริษัทในระยะแรกๆ มันก็ดูดี แต่พอฤดูกาลเก็บเกี่ยวผ่านไปก็ไม่มีอะไรมาดึงดูดใจอีก ปาลิตา จึงเสนอว่าน่าจะใช้บึงน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามให้เป็นประโยชน์ นั่นก็คือ…ทำเป็นตลาดน้ำเสียเลย แล้วให้ชาวบ้านเอาสินค้ามาขาย นอกจากพวกชาวบ้านจะมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วร้านอาหารก็จะค้าขายได้ด้วย แต่ปัญหาก็คือบึงน้ำที่เห็นนี้คุณนมบอกว่าเป็นที่ของภูริต ถ้าจะทำอะไรก็ต้องไปขอเขา ภูริตต้องตกลงโดยไม่มีเงื่อนไขเพราะเพลงพิณต้องการเพียงผลประโยชน์จากคนที่ มาเที่ยวตลาดน้ำเท่านั้น ไม่ได้คิดจะเก็บเงินค่าเช่าที่จากชาวบ้าน เมื่อหมดปัญหาจากชายหนุ่มหล่อนก็ไปเจรจากับชาวบ้านให้มาช่วยกันสร้างตลาดน้ำ ที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเขาและให้พวกชาวบ้านนำของมาขาย แรกๆ ชาวบ้านก็ไม่มีใครสนใจเพราะทำเลแถวนั้นไม่ใช่ที่ที่มีคนผ่านไปผ่านมาพลุก พล่าน แต่เพราะหญิงสาวรับปากว่าจะต้องมีลูกค้าอย่างแน่นอน อีกทั้งพวกพนักงานอยู่กับเพลงพิณเป็นลูกหลานของตนเองชาวบ้านจึงมาช่วยกัน สร้างท่าน้ำและเรือนแพ

ขณะ ที่หญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการทำงาน ภูริตก็ได้รู้จักกับ สรินดา ม่ายสาวเจ้าของร้านเพชรในงานแฟชั่นโชว์ที่เขาไปเป็นเพื่อนมารดา ด้วยความสุภาพและการวางตัวที่ติดจะเย็นชาของชายหนุ่มเรียกร้องความสนใจจาก หล่อนได้เป็นอย่างดี พอสืบประวัติก็ได้ความว่าฐานะของภูริตนั้นเป็นปึกแผ่นมั่นคงขนาดไหนแม้จะมี คู่หมั้นแต่ก็เป็นคนที่บิดามารดาเลือกให้ หาใช่เพราะความต้องการของเขาไม่ สรินดาจึงคิดที่จะจับเขาให้ได้โดยไม่เคยรู้เลยว่าแท้จริงแล้วผู้ที่อยู่ใน หัวใจของชายหนุ่มเสมอมาก็คือ "เพลงพิณ" ข่าวการสนิทสนมของสรินดาและภูริตสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้กับเพลงพิณเป็น อย่างยิ่ง แม้พยายามบอกตนเองว่าน่าจะดีใจที่เขามีคู่หมายใหม่ แต่อีกใจกลับคัดค้านว่าเขาควรจะเลือกคนที่ดีกว่านี้มาแทนที่ตนเอง มิใช่พวกแม่ม่าย ยิ่งคุณนมมาพูดจาซ้ำเติมเพื่อให้หล่อนหวงแหนเขามากเพียงใด ก็ยิ่งทำให้หญิงสาวแค้นใจคนกลางอย่างภูริตมากขึ้นไปอีก ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มมาทานอาหารที่ร้านโดยมีสรินดาตามมาด้วยก็เป็นโอกาสที่ หล่อนจะได้แก้แค้นแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี ทั้งสรินดาและเพลงพิณมีปากเสียงกันจนถึงขั้นลงมือลงไม้แล้วจบลงด้วยการตก น้ำตกท่ากันทุกคนรวมทั้งภูริตด้วย

เพลงพิณหมั่นไส้เขามากแล้วปฏิญาณ ว่าจะล้มเลิกการหมั้นหมายให้จงได้ แม้แต่คุณนมที่แอบเอาใจช่วยเพลงพิณกับชายหนุ่มอยู่ในใจก็ยังอดคิดต่อว่าเขา ไม่ได้ ภูริตจำต้องพาสรินดากลับเพื่อสงบสติอารมณ์ของทั้งสองฝ่าย เพลงพิณเริ่มงานของตัวเองด้วยความมุ่งมั่น หล่อนไปที่อำเภอแล้วเสนอนโยบายให้ของบรัฐบาลมาสร้างถนนเพื่อส่งเสริมให้ พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ จากนั้นก็ไปหาเพื่อนที่สถานีโทรทัศน์เพื่อขอให้เขาช่วยทำข่าวโปรโมทเรื่อง ตลาดน้ำก็ได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ไม่นานทุกสิ่งก็เป็นรูปเป็นร่างตามที่หวัง จนภูริตชักหวั่นใจว่าการเดิมพันครั้งนี้ตนเองจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน แต่การจะไปกลั่นแกล้งหรือรังแกหล่อนโดยใช้วิธีสกปรกทำไม่ได้ แต่จะปล่อยให้เพลงพิณชนะพนันแล้วไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่นก็ทำไม่ได้เช่นกัน

ใน เมื่อหล่อนพยายามหาทางดิ้นรนออกจากการคลุมถุงชนอย่างสุดกำลังเขานี้ล่ะที่จะ มัดปากถุงให้แน่นหนา เพื่อเก็บคนที่เขารักไว้กับหัวใจตลอดไป เมื่อออกตัวอย่างโจ่งแจ้งไม่ได้ก็จำต้องหาใครสักคนมาปัดแข้งปัดขาห่อนสิแล้ว คนที่เขาเลือกให้มาทำหน้าที่นี้ก็คือ…สรินดา ภูริตไปหาแม่ม่ายสาวแล้วแสร้งพูดจาให้หล่อนเข้าใจว่าตนเองได้ท้าพนันกับเพลง พิณไว้ว่า หากหญิงสาวสามารถทำร้านอาหารจนประสบความสำเร็จเขาก็ต้องยอมรับว่าหล่อนมี ความสามารถในทุกๆ ด้านและเหมาะสมคู่ควรกันทุกประการ สมดังที่พ่อแม่หมายตาไว้ให้ แต่ถ้าเพลงพิณล้มเหลว เขาก็อาจจะใช้เป็นข้ออ้างที่จะตำหนิหล่อนได้ แล้วสรินดาก็ตีความเอาเองว่าหากเพลงพิณล้มเหลว ภูริตก็จะใช้สิ่งเหล่านี้มายกเลิกการแต่งงาน หล่อนจึงรับปากว่าจะช่วยเขาทุกอย่างทำให้ชายหนุ่มพอใจเป็นอย่างยิ่ง สรินดาส่งคนมาอาละวาดทำลายข้าวของเพลงพิณก่อนเป็นอันดับแรก โชคดีที่พวกชาวบ้านเข้ามาช่วยไว้ข้าวของจึงยังไม่เสียหายมาก แต่สิ่งเหล่านี้ทำให้กรุ๊ปทัวร์ตำหนิหล่อนเป็นอย่างมากว่าขาดความปลอดภัย หญิงสาวรับปากว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นมาอีก แล้วขอร้องทางบริษัทให้โอกาสตนเองอีกสักครั้ง

ซึ่งก็ได้รับความเห็น ใจและยอมให้โอกาสหล่อนอีก พอกลับมาที่ร้านพวกพนักงานก็มาบอกว่าคนที่มาอาละวาดจนร้านพังจริง ๆ แล้วเป็นคนของสรินดา หญิงสาวจึงไปที่ร้านเพชรของม่ายสาว ทั้งสองมีปากเสียงกันจนสรินดาพลั้งปากว่ารู้เรื่องการเดิมพันจากภูริต ทำให้เพลงพิณโกรธมากแล้วตะลุยไปอาละวาดกับชายหนุ่ม เขาอ้างข้างๆ คูๆ ว่าในสัญญามิได้ระบุว่าห้ามเขาส่งคนไปปัดแข้งปัดขาหล่อน นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวแค้นใจหนักขึ้น แล้วประกาศว่าถึงจะถูกกลั่นแกล้งแค่ไหนก็จะไม่ยอมถอยโดยเด็ดขาด ทุกครั้งที่ชายหนุ่มมาทานอาหารที่ร้านในตอนเย็นตามที่ได้ตกลงกันไว้ หล่อนก็จะมีทีท่าห่างเหินเย็นชาเข้าใส่ แต่สิ่งเหล่านี้มีอยู่ได้ไม่นานก็สลายไปเมื่อวันหนึ่งหล่อนต้องรอเขาจนเกือบ จะห้าทุ่ม ชายหนุ่มจึงเดินเข้ามาด้วยสภาพที่อิดโรยและอ่อนล้าเต็มที่ เพลงพิณทำเป็นไม่สนใจความผิดปกตินี้แล้วทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารให้เขาไปตาม ปกติแต่ก็แข็งใจอยู้ได้ไม่นานจึงเอ่ยถาม ภูริตเล่าให้ฟังว่าสินค้าที่จะส่งไปอเมริกาทางเรือเกิดอุบัติหตุจนไม่สามารถ ส่งของได้ตามกำหนดนอกจากบริษัทจะเสียเงินเพราะผิดสัญญาแล้ว ยังเสียชื่อเสียงอีกด้วย

หญิงสาวจึงเสนอตัวที่จะช่วยเหลือโดยให้เขา ยืมสินค้าของตนเองที่เก็บไว้ในคลังสินค้าที่อเมริกาไปก่อนเพราะกำหนดส่งยัง อีกหลายวัน ในระหว่างนี้ก็ให้ภูริตเร่งการผลิตเพื่อนำส่วนที่สูญหายมาทดแทน ทำให้ชายหนุ่มซาบซึ้งใจมากและตัดสินใจได้ทันทีว่าจะไม่ยอมเสียมณีล้ำค่าเม็ด นี้ไปโดยเด็ดขาด แม้วิธีการของเขาจะดูไร้น้ำใจสำหรับใครบางคนก็ต้องยอม ข่าวการสนิทสนมของสรินดา และภูริตที่มีให้เห็นอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ทำให้เพลงพิณชักไม่มั่นใจแล้ว ว่าตนเองอยากชนะพนันในครั้งนี้เพราะความรู้สึกหวงแหนได้เข้าครอบครองจิตใจ เสียแล้ว เขาเป็นของหล่อน แล้วทำไมจะต้องทำเรื่องราวต่างๆ นานเพื่อผลักไสภูริตให้กับผู้หญิงอย่างสรินดา ให้ใครต่อใครมาหัวเราะเยาะตนเองว่าโง่นักที่ผลักไสคนดีๆ เช่นนี้ได้ แต่หากยอมแพ้แล้วล้มเลิกทุกสิ่งก็กลัวเสียเชิงที่ไปรับพนันกับเขาไว้

เมื่อ มาถึงทางสองแพร่งที่จะต้องเลือกทำให้หญิงสาวสับสนจนมีผลต่อร้านอาหารที่ บริหารอยู่เพราะแม่ครัวเอกดันป้ำๆ เป๋อ ๆ ทำผิดทำพลาดจนลูกค้าตำหนิอยู่บ่อยๆ เหตุการณ์เหล่านี้หาได้รอดหูรอดตาชายหนุ่มไปได้ไม่ ในเมื่อเขามีสปายชั้นเลิศอย่างคุณนมอยู่ คุณนมบอกให้เขาเลิกติดต่อกับสรินดาเสียเพราะกลัวจะพลาดท่ากับแม่ม่ายใจถึงคน นี้จนเสียคนดีๆ อย่างเพลงพิณไป แต่ภูริตรับประกันว่าเขาไม่คิดอะไรกับสรินดา เพียงต้องการใช้หล่อนเป็นตัวสกัดดาวรุ่งเท่านั้นแล้วขอให้คุณนมบอกกับเพลง พิณด้วยว่าเขาไม่เคยเห็นคนอื่นดีกว่าหล่อน แล้วแม่สื่อวัยชราก็ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมจนหญิงสาววางใจไปได้บ้าง ใช่…แค่บ้างเท่านั้น เพราะอีกใจกลับแอ็คท่าผิดว่าถึงเขามีคนอื่นก็ไม่เกี่ยวกับตนเอง ร้านอาหารของเพลงพิณกำลังไปได้สวยแต่บทจะซวยขึ้นมาใครก็ช่วยไมได้ทั้งนั้น

เมื่อ ลูกไฟที่ชาวนาเผาฟางข้าวยามหมดหน้านาปลิวมาตกที่กองกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ วางอยู่ข้างร้านจึงเกิดไฟไหม้กวาจะดับได้ก็เสียหายไม่ใช่น้อย แต่หญิงสาวไม่หมดกำลังใจเมื่อลูกน้องที่ทำงานอยู่ในร้านและเพื่อนสาวที่ผัน ตัวเองมาเป็นแคชเชียร์ต่างให้กำลังใจอีกทั้งยังได้รับน้ำใจจากชาวบ้านที่มา ช่วยซ่อมแซมร้านรวงและโต๊ะเก้าอี้ที่มอดไหม้ไปกับกองเพลิง แต่เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ทำให้ภูริตใจอ่อนยอมเลื่อนกำหนดเวลาออกไปเพราะรู้ดี ว่าหากอ่อนข้อให้ หล่อนก็จะบินลับหายไปกับสายตาอย่างแน่นอน นี่จึงทำให้เพลงพิณโกรธเขาจนแทบไม่มองหน้า ยิ่งมีม่ายสาวสรินดาคอยช่วยเสริมยิ่งทำให้เจ็บใจมากไปอีก จึงมุมานะทำงานจนไม่ได้พักและล้มเจ็บจนทำงานไม่ได้ ชายหนุ่มอนุญาตให้หาแม่ครัวมาทำงานแทน แต่เพลงพิณถือทิฐิไม่ยอมลงให้แล้วบอกว่าเมื่อรับปากว่าจะเป็นแม่ครัวก็จะทำ หน้าที่จนสุดความสามารถ แต่ทนแรงทัดทานจากทุกคนไม่ไหวจึงยอมออกมายืนดูห่าง ๆ

แต่ คนที่รับหน้าที่เข้าครัวกลับเป็นคุณนมที่เป็นไม้เบื่อไม้เมามากับหญิงสาวมา โดยตลอด เหตุเพราะเพลงพิณกล้าปฏิเสธชายหนุ่มที่ดีพร้อมอย่างภูริตจึงทำให้ท่านไม่พอ ใจ และหมั่นไส้หล่อนเอามากๆ แต่พอมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวันๆ มันก็ซึมซับเอาความดีมีน้ำใจของหญิงสาวไว้เงียบๆ จนไม่อาจเห็นเธอต้องเผชิญชะตากรรมตามลำพังได้ จึงออกโรงปกป้องหล่อนในบางครั้งและรับหน้าที่แม่ครัวเอกนี้โดยที่ชายหนุ่มก็ ไม่กล้าคัดค้าน สรินดาเห็นความใกล้ชิดสนิทสนมของภูริตและเพลงพิณที่มีต่อกันในขณะที่ฝ่าย หญิงกำลังเจ็บไข้ก็ทำให้ร้อนรุ่มในหัวอก ยิ่งใกล้จะครบกำหนดหกเดือนเท่าไหร่ก็ดูเหมือนว่าร้านอาหารของเพลงพิณจะประสบ ความสำเร็จมากเพียงนั้น หากไม่ตัดกำลังเสียในตอนนี้เพลงพิณก็อาจจะชนะพนันแล้วภูริตคงต้องแต่งงานกับ หญิงสาวคนนั้นอย่างแน่นอน เพื่อไม่ให้ความฝันที่วาดหวังไว้สูญสลายไปกับตา สรินดาจึงจ้างคนมาปล้นเงินที่เพลงพิณให้ลูกน้องนำไปเข้าธนาคาร มิหนำซ้ำยังทำร้ายพวกเขาด้วย

การสูญเงินไปไม่สำคัญสำหรับเพลงพิณแม้ แต่น้อย แต่การที่ลูกน้องต้องมาเจ็บตัวนี่สิที่ทำให้หล่อนแค้นใจนักจนท้อแท้สิ้นหวัง ถ้าไม่เพราะอยากเอาชนะภูริต ลูกน้องก็คงไม่ต้องมาเจ็บตัวเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจจนอยากจะล้มเลิกทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อมรสุมที่โถมประดังดูจะไม่มีวันจบสิ้นเสียที หล่อนเหนื่อยและอ่อนล้ายิ่งนัก แต่ทุกคนที่อยู่ในร้านไม่อยากเห็นหล่อนยอมแพ้ชะตากรรมโดยไม่ทำอะไรเลย เมื่อสู้มาจนถึงขั้นนี้แล้วมันก็ต้องดิ้นกันให้สุดแรง ลูกน้องบางคนยอมแม้แต่จะไม่รับเงินเดือนเพื่อให้มีเงินพอเพียงและยินดีจะทำ งานล่วงเวลา แต่หญิงสาวปฏิเสธโดยบอกว่าภาระทางบ้านของแต่ละคนก็มากแล้ว อย่าให้ตนเองมาเป็นภาระอีกคนเลย แล้วจึงยอมตัดใจบากหน้าไปหาภูริตเพื่อผ่อนผันแต่ชายหนุ่มก็ยังคงยืนกรานตาม คำสัญญาที่ให้ไว้ต่อกัน แม้ในใจจะสงสารและเห็นใจหล่อนนักแต่ต้องทำใจแข็งไว้มิฉะนั้นตนเองนั่นแหละ ที่จะน่าสงสารกว่าใคร เมื่อขอร้องกันดีๆ ไม่เป็นผลมันจึงเปลี่ยนเป็นความโกรธและพลังที่จะเอาชนะอุปสรรคขวากหนามครั้ง นี้ให้จงได้ แม้จะเหลือเวลาแค่วันเดียวหล่อนก็จะไม่ยอมปล่อยให้ทุกสิ่งไปตามยถากรรมโดย เด็ดขาด เหตุการณ์ถูกโจรปล้นทำให้คุณนมชักไม่มั่นใจว่าจะเป็นฝีมือของภูริตหรือไม่

ท่าน จึงถามเขาตรง ๆ ชายหนุ่มก็ปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมกับรับรองว่าจะหาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ส่วนเรื่องที่คุณนมมาขอผัดผ่อนให้เพลงพิณก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน แม้หญิงชราจะหว่านล้อมเช่นไรก็ไร้ผล เมื่อสูญเงินไปแล้วเพลงพิณไม่มามัวเสียเวลากับการฟูมฟายอีก หล่อนและพรรคพวกตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันอย่างเต็มที่ พวกพ่อค้าแม่ค้าที่หญิงสาวเป็นลูกค้าประจำก็เห็นใจจึงลดแลกแจกแถมของสดของ แห้งให้มากมาย มิหนำซ้ำยังช่วยโปรโมทร้านอาหารของหล่อนเป็นการใหญ่จนมีลูกค้าแน่นร้าน สิ่งเหล่านี้ทำให้หญิงสาวซาบซึ้งมากและได้เรียนรู้ว่า น้ำใจไมตรีของผู้คนนั้นไม่สามารถซื้อหาด้วยเงินตราได้และการทำงานสักชิ้นให้ ประสบความสำเร็จนั้นมันต้องอาศัยความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ มิใช่เพียงใครคนใดคนหนึ่งจะจึงจะทำได้ ทางด้านภูริตก็จ้างนักสืบให้ติดตามหาตัวคนร้ายที่ปล้นเงินของเพลงพิณจนได้ เรื่อง เขาจึงแจ้งตำรวจไปตามจับตัวมาได้ พวกนั้นสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากสรินดา ตำรวจจึงไปเชิญตัวหญิงสาวมาสอบปากคำ แรกๆ หล่อนก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่าตนเองถูกใส่ความแต่พอถูกซักหนักๆ เข้าก็พลั้งปากออกมา ทำให้ชายหนุ่มโกรธมากแล้วต่อว่าม่ายสาวเสียใหญ่โต สรินดาเองก็เสียใจที่เขาทำกับตนเองเช่นนี้ทั้งๆ ที่หล่อนทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขา

แต่ภูริตกลับตอบว่าสิ่งที่เขา ต้องการจากสรินดาคือ การขัดขวางไม่ให้เพลงพิณทำร้านอาหารได้สำเร็จเพื่อเขาจะได้แต่งงานกับหล่อน ผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในใจเขา เขาไม่ใช่คนดีที่สรินดาเห็นหรอก สิ่งเหล่านี้ทำให้ม่ายสาวตาสว่าง ภูริตก็แค่พ่อค้าที่ทำทุกอย่างได้เพื่อผลประโยชน์ ผู้ชายคนนี้มีทั้งด้านมืดด้านสว่างของชีวิต เขาไม่ใช่เทพบุตรในนิยายประโลมโลกหากแต่เป็นมนุษย์เดินดินธรรมดาๆ ที่หาได้ในโลกแห่งความเป็นจริง แต่เพราะความแค้นที่แน่นอนทำให้หล่อนคิดที่จะแก้แค้นเขาโดยการให้สัมภาษณ์ นักข่าวทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพราะภูริตหลอกใช้หล่อนจนตนเองต้องหลงเดินทางผิด เพียงเพราะเชื่อคำลวงของเขา และแสดงความห่วงใยผู้หญิงอีกหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อของเขาเช่นตนเอง เพลงพิณอ่านข่าวเหล่านี้ด้วยความรู้สึกขุ่นมัว หล่อนสงสารสรินดาที่ต้องทำเช่นนี้เพื่อผู้ชายอย่างภูริตแล้วพาลชิงชังชาย หนุ่มที่ยอมทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้รับชัยชนะ ภูริตมาหาหล่อนแล้วพยายามอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังแต่หล่อนปฏิเสธแล้ว ให้ลูกน้องไล่เขาออกไปจากร้าน แม้แต่คุณนมที่เคยเข้าข้างชายหนุ่มมาโดยตลอดก็ยังทำท่าเย็นชาเข้าใส่จนภูริ ตต้องล่าถอยกลับไป ภิญโญเห็นท่าทางเงียบขรึมของบุตรชายก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงแนะให้ชายหนุ่มบอกความรู้สึกที่ซุกซ่อนอยู่ในภายในใจกับหล่อนไป แล้วหัดยอมรับความพ่ายแพ้หากเพลงพิณจะปฏิเสธผู้ชายที่เห็นแก่ตัวและเจ้า เล่ห์เพทุบายคนนี้ ในที่สุดวันตัดสินชะตาชีวิตของสองหนุ่มสาวก็มาถึง นั่นก็คือ วันปิดบัญชีรายได้ของร้านอาหารที่ทุกคนบากบั่นฟันฝ่ามาด้วยกันทุกคนรวมทั้ง ชาวบ้านที่รู้เรื่องการเดิมพันครั้งนี้ต่างมา

รอชายหนุ่มและผู้ตรวจ สอบบัญชีพร้อมทั้งบิดามารดาของทั้งสองฝ่ายตั้งแต่เช้า พอครบองค์ประชุม ปาลิตาก็ส่งสมุดบัญชีพร้อมบิลทั้งหมดให้กับสมุห์บัญชีไป ส่วนภูริตก็ขอคุยกับหญิงสาวเป็นการส่วนตัว ชายหนุ่มพยายามเรียบเรียงสิ่งที่จะพูดกับเพลงพิณมาตลอดทั้งคืนแต่พอเอาเข้า จริงๆ เขากลับทำได้แค่จ้องหน้าหล่อน แต่แล้วก็กล้าที่จะบอกความในใจว่าตนเองหลงรักเด็กหญิงวัยเพียงห้าขวบที่อุ้ม ตุ๊กตาที่เขาเป็นคนซื้อให้มาส่งตนเองที่สนามบินในวันที่ต้องไปเรียนต่อ อเมริกา เมื่อยี่สิบปีก่อนและเฝ้ารอคอยวันคืนที่เด็กน้อยคนนี้จะเติบโตมาเป็นหญิงสาว ที่งดงามทั้งกายใจ อีกทั้งยังภาวนามิให้ชายใดกรายกล้ำหัวใจดวงน้อยนี้ได้ แล้วสวรรค์ก็ใจดีที่จะประทานสิ่งที่เขาต้องการ เธอเติบโตเป็นสาวงามตามที่เขาใฝ่ฝันและไม่มีใครในดวงใจดังที่ปราถนาแต่สิ่ง ที่ไม่คาดคิดก็คือ เธอปฏิเสธที่จะแต่งงานกับเขา ดังนั้นผู้ชายคนนี้จึงต้องลุกขึ้นมายื้อยุดผู้หญิงคนเดียวที่เขารักสุดหัวใจ ไว้ แม้วิธีการทั้งหลายที่ได้กระทำมามันจะเป็นการเอารัดเอาเปรียบและไม่เป็น สุภาพบุรุษก็ต้องยอม แต่ตอนนี้ตนเองรู้แล้วว่าหัวใจของคนเรามันเป็นอิสระ ไม่มีใครสามารถผูกมัดมันให้อยู่กับใครได้ เขายินดีจะยกเลิกการเดิมพันครั้งนี้เพื่อเธอ หากเพลงพิณ ไม่รักเขาเลย

เพลง พิณมองชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าอย่างเต็มตา พร้อมกับสำรวจหัวใจตัวเองในคราวเดียวกัน หล่อนถามตนเองว่าจะยอมรับผู้ชายเจ้าเล่ห์เผด็จการเป็นนักวางแผนตัวฉกาจและ รักหล่อนสุดหัวใจคนนี้ได้หรือไม่ แต่ปัญหาก็คือ ปาลิตารับรองผลการแข่งขันว่า ผลจากการทุ่มเทบอกกับเงินบางส่วนที่ตำรวจนำมาคืนนั้นมันได้กำไรสามแสนพอดิบ พอดี แล้วแบบนี้หล่อนจะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ได้หรือ แต่ทันที่เพลงพิณจะกล่าวสิ่งใด สมุห์บัญชีก็ออกมาบอกถึงผลกำไรที่ได้ นั่นคือ 299,980 บาท ทำให้ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตกเพราะมันขาดไป 20 บาท ปาลิตาโวยลั่นว่าตนเองเช็คยอดดีแล้ว แต่ทำไมถึงหายไปได้ แต่สำหรับเพลงพิณแล้วกลับดีใจสุด ๆ ที่มันขาดหายไป และแน่นอนว่าคำตอบที่เธอให้กับคู่หมั้นหรือว่าที่สามีก็คือ โอเคค่ะ เพลงจะแต่งงานกับพี่ ไม่ใช่เพราะเพลงแพ้พนันหรอกนะ แต่เพราะเพลงแพ้ใจตัวเองที่ดันไปตกหลุมรักผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้เสียแล้ว

เดิมพันวันวิวาห์ (3 แผ่นจบ)
เดิมพันวันวิวาห์ (3 แผ่นจบ)
75.00.-