พระบูชาหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร หน้าตัก 9 นิ้ว เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เสริมมงคลชีวิต
พระบูชาหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร หน้าตัก 9 นิ้ว เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เสริมมงคลชีวิต
พระบูชาหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร หน้าตัก 9 นิ้ว เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เสริมมงคลชีวิต
พระบูชาหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร หน้าตัก 9 นิ้ว เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เสริมมงคลชีวิต
พระบูชาหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร หน้าตัก 9 นิ้ว เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เสริมมงคลชีวิต

พระบูชาหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร หน้าตัก 9 นิ้ว เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เสริมมงคลชีวิต

TBS234 พระบูชาหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร หน้าตัก 9 นิ้ว เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เสริมมงคลชีวิต

  • ราคา 7,999.00.-

จำนวนสินค้า

แชร์สินค้านี้
  • facebook
  • twitter
  • google
ทีบีเอส 234

      TBS 234    ร้านค้าของเราจัดจำหน่าย ให้เช่าบูชา พระพุทธรูป พระบูชา หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อโต พระพุทธชินราช พระแก้วมรกต พระเกจิอาจารย์ รูปหล่อเหมือนพระเกจิ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พฺรหฺมรํสี ) หลวงพ่อทวด พระเครื่อง วัตถุมงคล ของสะสม รูปหล่อพระเกจิ พระโพธิ์สัตว์เจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้าตั่วเล่าเอี๊ยกง เทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ( เทพเจ้าโชคลาภ )  สัตว์เทพมงคลสวรรค์บันดาลโชค ปี่เซี๊ยะ ( ผี่ชิว ) เจี่ยบ๊วย ( เต่ามังกร ) เซียมซู มังกรทอง หงษ์ฟ้า และ วัตถุมงคล เมตตาประทานพร เสริมศิริมงคล ประสบความสำเร็จบังเกิดความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต พระพิฆเณศ และ เครื่องหอม กำยานหอม รับปรึกษา รับดูฮวงจุ้ย เสริมดวง  เพื่อความเจริญรุ่งเรือง มั่นคง มั่งคั่ง ร่ำรวย สนใจติดต่อสอบถาม tbs234_bkk@yahoo.com  

เข้าชมร้านค้า

รายละเอียด

TBS234

 

พระบูชาหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

หน้าตัก 9 นิ้ว (เนื้อทองเหลือง)

เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เสริมมงคลชีวิต

 



พระพุทธไตรรัตนนายก (ซำปอกง)


“วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร” หรือที่นิยมเรียกสั้นๆ กันว่า “วัดกัลยาณมิตร” หรือ “วัดกัลยาณ์” เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ในพื้นที่แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ฝั่งตะวันตก วัดนี้เดิมเป็นแม่น้ำตอนขึ้น ครั้งกรุงธนบุรีเป็นที่จอดแพได้

เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ว่าที่สมุหนายก บุตรพระยาวิชัยวารี (มั่น แซ่อึ่ง) เมื่อครั้งยังเป็นพระราชสุภาวดี เจ้ากรมพระสุรัสวดีกลาง ได้อุทิศที่บ้านและซื้อเพิ่มเติมสร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อปีระกา พ.ศ.2368 อันเป็นปีที่ 2 ในรัชกาลที่ 3 แล้วถวายเป็นพระอารามหลวง ต่อมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร” เหตุที่ชื่อวัดกัลยาณมิตรนั้น กล่าวคือ เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ได้ถวายตัวเป็นข้าหลวงเดิมในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 และได้ทำการค้าขายโดยสำเภาร่วมกับพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งก่อนหน้าและภายหลังเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ
เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 จะพระราชทานนามวัดนี้ คงจะพระราชดำริถึงเรื่องที่เจ้าพระยานิกรบดินทร์เป็นมิตรที่ดีของพระองค์ ด้วย จึงพระราชทานนามวัดว่า “วัดกัลยาณมิตร” อันหมายถึง มิตรที่ดี

บริเวณวัดแห่งนี้ เดิมเรียกกันว่า “บ้านกุฎีจีน” ตามประวัติได้กล่าวไว้ว่า มีพระภิกษุจีนรูปหนึ่ง มีนามว่า “เกียน อันเก๋ง” มาพำนักจำพรรษาอยู่ในกุฏิซึ่งอยู่ด้านตะวันออกของวัด โดยยังคงมีซากปรากฏให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ต่อมาคำว่า “บ้านกุฎีจีน” ถูกนำไปเรียกบ้านกุฎีฝรั่ง ที่หมู่บ้านเข้ารีตซึ่งมีวัดฝรั่งอยู่ตรงนั้น คำว่ากุฎีฝรั่งจึงหายไป โดยกุฎีจีนไปแทนที่

ภายใน “พระวิหารหลวง” อันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ หน้าตักกว้าง 11.75 เมตร สูง 15.46 เมตร เรียกกันว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก” หรือ “พระโต” หรือ “หลวงพ่อโต” ส่วนคนจีนก็จะเรียกว่า “ซำปอกง” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทานช่วยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) พร้อมพระวิหารหลวง โดยได้เสด็จพระราชดำเนินก่อพระฤกษ์พระโต เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2380 การสร้างพระโตที่วัดกัลยาณมิตรแห่งนี้ พระองค์ทรงตั้งใจจะให้เหมือนกรุงเก่า คือ มีพระโตนอกกำแพงเมืองอย่างเช่นวัดพนัญเชิง วรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “พระโต” หรือ “หลวงพ่อโต” ช่วยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) โดยทรงเอาเคล็ดว่าท่านมีชื่อว่า “โต”
ส่วนพระวิหารหลวงนั้นตั้งอยู่กลางวัด มีขนาดสูงใหญ่ เสาภายในวิหารเขียนเป็นลายดอกไม้ หน้าบันพระวิหารหลวงสลักลายดอกไม้ประดับกระจกตามแบบฉบับศิลปะสมัยนิยมในพระ บาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว บานประตูหน้าต่างเป็นไม้สลักแผ่นใหญ่หนาแผ่นเดียวตลอด

พระวิหารหลวงแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นมาในปี พ.ศ.2380 วางรากฐานโดยไม่ได้ตอกเสาเข็ม แต่ใช้วิธีขุดพื้นรูปสี่เหลี่ยม ฐานกว้างและใช้ไม้ซุงทั้งท่อนเรียงทับซ้อนกัน 2-3 ชั้น มีขนาดกว้าง 31.42 เมตร ยาว 36.85 เมตร ลักษณะการก่อสร้างเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมไทย ก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้องเคลือบ ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ เชิงชาย หน้าบันสลักลายดอกไม้ปูนปั้นประดับกระจก ประตูหน้าต่างเป็นไม้สักแผ่นเดียวเขียนลายรดน้ำลายทองรูปธรรมบาล ด้านในพระวิหารหลวงมีผนังเป็นลายดอกไม้ ด้านหน้าพระวิหารหลวงมีซุ้มประตูหิน (โขลนทวาร) และตุ๊กตาหินศิลปะจีนตั้งเรียงรายอยู่

ด้านซ้ายของพระวิหารหลวงเป็น “พระวิหารเล็ก” หรือ “พระวิหารน้อย” ซึ่งมีลักษณะเดียวกับพระอุโบสถ ภายในมีภาพเขียนพุทธประวัติและเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ เป็นจำนวนมาก ส่วนด้านขวาของพระวิหารหลวงเป็น “พระอุโบสถ” ด้านหลังของพระอุโบสถมีเจดีย์เหลี่ยมพร้อมกับฐานทักษิณ ฝีมือช่างจากเมืองจีน โดยช่างในเมืองไทยสมัยรัชกาลที่ 3 ส่งแบบและขนาดให้ช่างเมืองจีนหล่อศิลาเทียมแล้วเอาเข้ามาประกอบในเมืองไทย
บริเวณเขตพุทธาวาสมีกำแพงแก้วล้อมรอบ ด้านหลังมีประตูออก 1 ประตู ก่อประตูโค้งแบบศิลปะสมัยรัชกาลที่ 4 ออกไปสู่บริเวณเขตสังฆาวาสที่มีถนนคั่นอยู่ข้างนอก ระหว่างพระวิหารใหญ่กับพระวิหารเล็ก มี “หอระฆัง” คั่นกลาง มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดความกว้าง 9 เมตร ความสูง 30 เมตร พระสุนทรสมาจาร (พรหม อินฺทโชติ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2476 ด้านล่างของหอระฆังได้ติดตั้ง “ระฆังใบใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” ส่วนด้านบนประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติ

ศาลาการเปรียญ 5 ห้อง ตั้งอยู่มุมวัดด้านตะวันออก พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทานช่วยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร)

ด้านข้างศาลาการเปรียญด้านตะวันตกเฉียงเหนือ มีพระเจดีย์ประดับหินอ่อน สร้างขึ้นโดยเจ้าพระยารัตนบดินทร์ (รอด กัลยาณมิตร) เมื่อยังเป็นพระยาราชวรานุกูล เมื่อปี พ.ศ.2407 โดยนำอัฐิของเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ผู้เป็นบิดา มาบรรจุไว้

พระอุโบสถ สร้างขึ้นตรงบริเวณบ้านเดิมของเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนขนาดกว้าง 20.88 เมตร ยาว 30.90 เมตร ลักษณะสถาปัตยกรรมจีน ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ประดับ หน้าบันปั้นลายดอกไม้ประดับกระเบื้องเคลือบสลับสีลายจีน ซุ้มประตูหน้าต่างปั้นลายดอกไม้ประดับกระจก
ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติ และภาพเครื่องบูชา เป็นโต๊ะลดหลั่นกันแบบจีน เสาเขียนลายทรงข้าวบิณฑ์ หันหน้าไปทางเหนือ

พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปหล่อปางป่าเลไลยก์ (ป่าเลไลย์) มีขนาดสูงแต่พระบาทจนถึงพระเกศ 5.56 เมตร ซึ่งถือเป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ อันเป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับนั่งบนก้อนศิลา พระบาททั้งสองวางอยู่บนดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุหรือเข่า พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุ มักนิยมสร้างช้างหมอบใช้งวงจับกระบอกน้ำ อีกด้านหนึ่งมีลิงถือรวงผึ้งถวาย มีเรื่องเล่าขานกันว่า แต่เดิมเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ดำริจะสร้างพระพุทธรูปปางอื่นเป็นพระประธาน หากยังมิทันได้จัดการสร้าง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธรูปประธานปางป่าเลไลยก์พระราชทานช่วยเสียก่อน

นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่ง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิหล่อสำริด หน้าตักกว้าง 57 เซนติเมตร สร้างโดย เจ้าพระยารัตนบดินทร์ (รอด กัลยาณมิตร) ซึ่งมีเหตุมาจาก พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (เปีย) ได้ปรารภกับเจ้าพระยารัตนบดินทร์ (รอด กัลยาณมิตร) ว่า พระประธานปางป่าเลไลยก์ก็เห็นจะมีเฉพาะวัดนี้วัดเดียว ดูเหมือนวัดอื่นไม่มี ท่านเห็นควรสร้างพระพุทธรูปปางอื่นเป็นรองพระประธานอีกองค์หนึ่ง เจ้าพระยารัตนบดินทร์ (รอด กัลยาณมิตร) เห็นชอบด้วย จึงจัดสร้างพระพุทธรูปหล่อปางสมาธินี้ขึ้น
กล่าวกันว่า “พระโต” เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัวแล้ว ตามคำเล่าขานของชาวบ้านว่าได้เห็นอภินิหารของ “พระโต” หลายอย่าง

ดังเช่นเมื่อครั้งทำพิธียกช่อฟ้า “พระวิหารหลวง” อันเป็นที่ประดิษฐาน “พระโต” ผู้คนทั้งหลายได้เห็นนิมิตดีอันหนึ่ง ปรากฏเป็นสายยาวมีรัศมีพวยพุ่งจากท้องฟ้า ตกลงมาจรดช่อฟ้าสว่างไสวไปทั่วอาณาบริเวณวัด เป็นที่อัศจรรย์แก่สายตาพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมในงานพิธียกช่อฟ้าพระวิหาร หลวงยิ่งนัก ในหนังสือ “นิทานโบราณคดี” พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้กล่าวถึง “พระโต” เมื่อครั้งทำการปราบปรามอั้งยี่ในสมัยต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ว่า

“ส่วนการควบคุมพวกอั้งยี่นั้น สมเด็จเจ้าพระยาฯ ก็อนุโลมเอาแบบอย่างอังกฤษ “เลี้ยงอั้งยี่” ที่ในแหลมมลายูใช้ ปรากฏว่าให้สืบเอาตัวจีนเถ้าแก่ที่เป็นหัวหน้าอั้งยี่ได้ 14 คน แล้วตั้งข้าหลวง 3 คน คือ เจ้าพระยาภาณุวงศ์ เมื่อครั้งยังเป็นพระยาเทพประชุน (ซึ่งเคยไปปราบอั้งยี่ที่เมืองภูเก็ต) คนหนึ่ง พระยาโชฏึกราชเศรษฐีคนหนึ่ง พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง (เนียม) ซึ่งเป็นผู้บังคับการกองตะเวณ (โปลิศ) ในกรุงเทพฯ คนหนึ่ง พร้อมด้วยขุนนางจีนเจ้าภาษีอีกบางคน พาพวกหัวหน้าอั้งยี่ 14 คนนั้นไปทำพิธีถือน้ำกระทำสัตย์ในวิหารพระโต ณ วัดกัลยาณมิตร ซึ่งคนจีนนับถือมาก รับสัญญาว่าจะไม่คิดประทุษร้ายต่อพระเจ้าอยู่หัว และจะคอยระวังพวกอั้งยี่ของตนมิให้คิดร้ายด้วย แล้วปล่อยตัวไปทั้ง 14 คน”
เป็นธรรมเนียมของคนจีนที่มักนิยมเข้าไปกราบมนัสการพระพุทธรูปใหญ่ตามวัด ต่างๆ เช่น วัดพนัญเชิง วรวิหาร และวัดมงคลบพิตร จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น วัดกัลยาณมิตรก็เช่นเดียวกัน “พระโต” ชาวจีนเรียกกันว่า “ซำปอกง” หรือ “ซำปอฮุดกง” นิยมไปเสี่ยงทาย ดังเช่น การเสี่ยงเซียมซี เป็นต้น ถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ มีงิ้ว และงานทิ้งกระจาด เป็นประจำทุกปีในวันสิ้นเดือน 9

สินค้าที่ใกล้เคียงในร้านนี้

ดูสินค้าทั้งหมด

สินค้าที่คุณอาจจะสนใจ

พระบูชาหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร หน้าตัก 9 นิ้ว เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เสริมมงคลชีวิต
พระบูชาหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร หน้าตัก 9 นิ้ว เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เสริมมงคลชีวิต
7,999.00.-